ไข้หวัดใหญ่ป่วยสะสมทะลุ 5.4 แสนราย RSV อีก 2.6 หมื่นราย เตือนเฝ้าระวังเด็กเล็ก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมควบคุมโรคเตือนไข้หวัดใหญ่และ RSV ระบาดเพิ่ม พบผู้ป่วยสะสม 543,385 และ 26,160 รายตามลำดับ เน้นเฝ้าระวังเด็กเล็ก พร้อมย้ำหลักป้องกัน “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด”

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา พบว่า ในรอบสัปดาห์การระบาดที่ผ่านมา (11 – 17 ตุลาคม 2569) มีการระบาดของโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ และโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) สำหรับโรคไข้หวัดใหญ่พบมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง และในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ายังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

 

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค

โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 15,309 ราย (ผู้ป่วยสะสม 543,385 ราย) และผู้ป่วยโรค RSV 2,860 ราย (ผู้ป่วยสะสม 26,160 ราย) สำหรับกลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด 3 อันดับแรกโรคไข้หวัดใหญ่ คือ กลุ่มอายุ 5 – 9 ปี กลุ่มอายุ 1 – 4 ปี และกลุ่มอายุต่ำกว่า 1 ปี ตามลำดับ ขณะที่ RSV พบในกลุ่มเด็กเล็กอายุ 1 – 4 ปี รองลงมา คือ กลุ่มอายุต่ำกว่า 1 ปี และกลุ่มอายุ 5 – 9 ปี ตามลำดับทั้งสองโรคนี้เป็นโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจที่มักพบการระบาดในช่วงฤดูฝนต่อเนื่องไปจนถึงฤดูหนาว หากไม่มีการป้องกันที่เหมาะสมอาจเสี่ยงต่อการแพร่กระจาย และเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนได้ง่าย โดยเฉพาะในโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสถานที่ชุมชน กลุ่มเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวังซึ่งอาจนำไปสู่การเจ็บป่วยรุนแรง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว แม้ว่าทั้งสองโรคจะมีอาการใกล้เคียงกัน แต่สามารถสังเกตอาการได้ โดยผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ มักมีไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ ร่วมกับอาการไอแห้ง และเจ็บคอ ส่วนผู้ป่วย RSV มักเริ่มจากมีไข้ ไอ น้ำมูกไหล บางรายอาจมีอาการรุนแรง เช่น หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด (wheezing) โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ทำให้กินนมได้น้อย ซึมลง หรือมีอาการซี่โครงบุ๋มขณะหายใจ หากพบอาการรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ทั้งนี้ ปัจจุบัน RSV ยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะ การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ ดังนั้น การสังเกตอาการข้างต้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการร่วมเฝ้าระวังบุตรหลาน

ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวแนะนำเพิ่มเติมว่า กรมควบคุมโรค เน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองด้วยหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” อย่างเคร่งครัด

  • สวมหน้ากากอนามัย เมื่อมีอาการไอจาม หรืออยู่ในสถานที่แออัดหรือที่ที่มีกลุ่มคนจำนวนมาก
  • หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่ เป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย
  • หากบุตรหลานมีอาการไข้ ไอ หายใจลำบาก หรือซึม ควรหยุดเรียน และรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ