ทีมข่าว PPTV สัมภาษณ์พิเศษ นายชัยยุทธ คำคูณ โฆษกกรมศุลกากร เผยกรมศุลกากรตรวจสอบตั้งแต่ปี 2554 ถึง ปีปัจจุบัน พบมีชื่อของพ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ เป็นคนแจ้งจับรถหรูนำเข้าผิดกฎหมาย รวม 368 คัน ในจำนวนนี้ประมูลไปแล้ว 363 คัน ส่วนอีก 5 คันยังขายไม่ได้ ซึ่งยังอยู่ในความดูแลของกรมศุลกากร
โฆษกกรมศุลกากร ไม่สามารถยืนยันได้ว่า การนำจับรถหรู 368 คัน ช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาของผู้กำกับโจ้ เป็นขบวนการฟอกรถหรูหรือไม่
อธิบดีกรมศุลฯ เผย ผกก.โจ้ ได้ส่วนแบ่งรางวัลรถนำจับหรูสูงถึง 40-55%
แต่ตามรูปแบบที่พบ เมื่อมีการนำเข้ารถหรูผิดกฎหมายจากต่างประเทศ ผู้กำกับโจ้จะไปจับ โดยอ้างว่ามีผู้แจ้งเบาะแส จากนั้นจะนำรถหรูมอบให้กรมศุลกากรไปดำเนินการหลังจากนั้นกรมศุลกากรจะนำรถไปประมูล ที่น่าสนใจคือเมื่อได้เงินมาแล้ว คนนำจับ กับคนแจ้งเบาะแสจะได้เงินส่วนแบ่งด้วย
โดยเงินส่วนนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เงินค่านำจับ ให้คนที่เข้าไปจับกุม 25 % ของราคารถที่ประมูลได้ และอีกส่วนให้คนแจ้งเบาะแส 30% ของราคารถที่ประมูลได้ ยกตัวอย่างเช่น หากราคารถหรู ประมูลได้ในราคา 2 ล้านบาท จะถูกคิดเป็น ค่านำจับ 25% และค่าแจ้งเบาะแส 30% หมายความว่าคนนำจับจะได้เงิน 500,000 บาท ส่วนคนแจ้งเบาะแสจะได้เงิน 600,000 บาท
ทีมข่าวลองคำนวณง่าย ๆ พบว่า ผู้กำกับโจ้ แจ้งจับรถหรู 368 คัน คูณกับเงินนำจับคร่าวๆ คันละ 500,000 บาท หมายความว่าที่ผ่านมาได้เงินไปแล้วมากกว่า 184 ล้านบาท
ส่วนรถหรูที่ ผู้กำกับโจ้ ครอบครอง ตามข้อมูลก่อนหน้านี้ พบว่ามี 29 คัน แต่ล่าสุด โฆษกกรมศุลกากร พบเพิ่มเติมอีก 13 คน รวมเป็น 42 คัน ทั้งหมดนี้ เป็นชื่อของผู้กำกับโจ้ ในจำนวนนี้ มีบางครั้ง เป็นรถที่ได้มาจากการประมูลของกรมศุลกากรที่ผู้กำกับโจ้เป็นคนแจ้งข้อมูลเอง
โฆษกกรมศุลกากร ยังบอกอีกว่า จากการตรวจสอบพบ รถหรูของผู้กำกับโจ้ บางคัน ยังตรวจสอบทะเบียนไม่ได้ ขณะที่บางคันทะเบียนไม่ตรงกับยี่ห้อรถ เข้าข่ายการสำแดงเท็จ