เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฉัตรชัย พณิชยกุล หรือ ปิ๊ง the snack ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ได้โพสต์เล่าเรื่องราวถึงพฤติกรรมของ นายหนึ่ง (นามสมมติ) ตัวแทนประกันรายหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตเพื่อนเก่าที่เคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน จึงมีความเชื่อใจทำประกันกันมาถึง 8 ปี ก่อนที่ช่วงเดือน เม.ย.64 ที่ผ่านมา นายฉัตรชัย เล่าว่า นายหนึ่งได้ติดต่อมาขอยืมเงิน โดยอ้างว่าจะนำไปปิดยอดประกันเพื่อให้ยอดถึงเป้าตามที่กำหนดไว้ ซึ่งจะแบ่งค่าคอมมิชชั่นมาให้อีก 5% ตอนคืนเงิน ด้วยความเชื่อใจจึงให้ยืมไป 4 แสนบาท
จากนั้นนายหนึ่ง ได้ไปขอยืมเงินจากรุ่นน้องที่รู้จักกันอีก 3 คน ยอดเงินประมาณ 1.5 ล้านบาท ต่อมา 2 สัปดาห์ ได้นำค่าคอมมิชชั่นมาให้ 5% โดยอ้างว่าเงินต้นยังไม่สามารถคืนได้เพราะต้องนำไปปิดยอดต่อ จากนั้นเมื่อเดือน ส.ค. เริ่มผิดสังเกตตอนที่จะทำเรื่องยื่นภาษีแล้วขอใบเสร็จที่จ่ายเบี้ยประกันเมื่อปีที่แล้วกับนายหนึ่ง แต่นายหนึ่งกลับบอกว่ายังไม่มีให้ ทั้งที่ประกันของตัวเองกับแม่จ่ายเบี้ยกรมธรรม์เป็นเงิน 60,000 บาททุกปี จึงโทรไปถามกับทางบริษัทประกันต้นสังกัด ก่อนได้รับแจ้งว่ากรมธรรม์ของตัวเองกับแม่ที่เคยจ่ายทุกปีให้นายหนึ่ง เงินค่าเบี้ยประกันไม่ได้ถูกนำส่งบริษัทตั้งแต่ปี 2562 แล้ว ทำให้กรมธรรม์ของตัวเองกับแม่เป็นหนี้อยู่กับทางบริษัทประกัน
“เราก็เลยเอะ มันจะกลิ่นตุ ๆ แล้ว ชักกลิ่นไม่ดีแล้ว ก็เลยโทรหาคอลเซ็นเตอร์ ร้อยวันพันปีชีวิตไม่เคยโทรหาบริษัทก็เลยลองโทรไป เพื่อไปตรวจสอบสถานะกรมธรรม์ตัวเองว่ายังปกติดีอยู่หรือเปล่า ทีนี้พอโทรไปของผมเองปรากฏว่ามันปกติ กรมธรรม์ยังปกติ แต่ผมเป็นหนี้ในระบบของเงินกู้ในบริษัทก็คือผมไม่ได้นำส่งมาประมาณตั้งแต่ปี 62 ก็กลายเป็นว่าผมเป็นหนี้ เป็นหนี้บริษัทที่เขาเอาเงินมาจ่ายให้ผมก่อนเพื่อในสถานะของกรมธรรม์ผมยังปกติอยู่” นายฉัตรชัย กล่าว
นายฉัตรชัย เล่าต่อว่า หลังเกิดเรื่องดังกล่าว พยายามติดต่อนายหนึ่งแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เพราะถูกบล็อกทุกช่องทาง จึงได้โพสต์เล่าเรื่องราวในเฟซบุ๊กก่อนที่จะมีผู้เสียหายรายอื่นอีกกว่า 30 ราย ที่ส่งเบี้ยประกันให้กับนายหนึ่งแล้วไม่ถึงบริษัทต้นสังกัด รวมทั้งความเสียหายในการชักชวนเข้าร่วมลงทุนกองทุนไวน์ และ ชักชวนเปิดโบรกเกอร์ ประเมินความเสียหายเบื้องต้นกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งหลังเกิดเหตุตัวเองและผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความและแจ้งไปยังบริษัทประกันชีวิตต้นสังกัดรวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
ทีมข่าวได้โทรศัพท์หานายหนึ่ง (นามสมมติ) เพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยโทรไปครั้งแรกสายไม่ว่าง จากนั้นโทรครั้งที่ 2 มีคนรับสาย เมื่อถามว่าใช่นายหนึ่งหรือไม่ ปลายสายยอมรับว่าเป็นนายหนึ่ง แต่ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใด ๆ โดยอ้างว่าติดลูกค้าอยู่จะโทรกลับภายหลัง หลังจากนั้นทีมข่าวก็ไม่สามารถติดต่อนายหนึ่งได้อีกเลย
ทีมข่าวสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะออกหนังสือเชิญทั้งตัวแทนประกันภัยที่ถูกร้อง ผู้ร้อง และบริษัทต้นสังกัด เข้ามาไต่สวนเพื่อหาข้อเท็จจริงก่อน ว่าหลังตัวแทนรับเบี้ยประกันจากลูกค้าแล้วได้นำส่งต้นสังกัดหรือไม่ หรือเกิดความผิดในขั้นตอนใด โดยหากตัวแทนประกันไม่ได้นำส่งเงินประกันจริง และมีผู้ได้รับความเสียหายหลายรายถือว่าเข้าข่ายฐานความผิดกฎหมายฉ้อฉลประกันภัย มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับสูงสุด 500,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตการเป็นตัวแทนประกันภัย ส่วนเงินประกันที่ลูกค้านำส่งไปแล้วทางบริษัทต้นสังกัดก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
ล่าสุดบริษัทต้นสังกัดได้ออกประกาศตัดสัญญาตัวแทนประกันชีวิตกับนายหนึ่ง (นามสมมติ) แล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. 2564 และอยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งทางบริษัทได้แจ้งไปยังลูกค้าทุกคนผ่านทาง SMS แล้ว โดยกรณีเช่นนี้ทางบริษัทจะรับผิดชอบเบี้ยประกันให้กับลูกค้า หลังกระบวนการสอบสวนได้ข้อเท็จจริจและผลสรุปที่ชัดเจนแล้ว