หนึ่งในผู้เสียหาย คือ คุณเบล เจ้าของเพจ รีวิวทุกอย่างที่อยากรีวิว นำหลักฐานมาให้ทีมข่าวดูหลังตกเป็นเหยื่อหญิงตายทิพย์ โดยเล่าว่า รู้จักกับนางโสภาในกลุ่มขายของออนไลน์ ซึ่งนางโสภาจะเรียกแทนตัวเองว่า "แม่น้องเปา" และให้ข้อมูลกับคนอื่นว่า เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ป่วยโรคไต ต้องเลี้ยงลูกป่วยดาวน์ซินโดรม จนคุณเบลสงสารช่วยซื้อของออนไลน์บ้าง ให้ยืมเงินหลายครั้ง
จนกระทั่ง 21 ก.พ. ที่ผ่านมา นางโสภา ทักแชทมายืมเงินอ้างเพื่อจ่ายค่ารักษาอีก แต่ครั้งนี้เธอเอะใจว่าในเมื่อใช้บัตรทอง ทำไมถึงมีค่าใช้จ่ายเยอะ จึงได้ขอดูเอกสาร แต่นางโสภาไม่ให้ และเงียบหายไป จนเมื่อ 18 เม.ย เห็นเฟซบุ๊กนางโสภาโพสต์ข้อความ ซึ่งตอนที่อ่านเข้าใจว่าลูกชายวัย 13 ปีของนางโสภาเป็นคนโพสต์ ในลักษณะว่า แม่หายไป พร้อมน้องที่ป่วยดาวน์ซินโดรม เมื่อตามหาก็พบว่ากินยาฆ่าตัวตายในป่า โดยใช้เชือกผูกเท้าของน้องไว้ไม่ให้เดินหลง
คุณเบล กล่าวต่อว่า ทำให้ตนตกใจมาก จึงรีบโทรหาเบอร์นางโสภา แต่ติดต่อไม่ได้ คืนนั้นจึงประสานทั้งตำรวจและกู้ภัยในพื้นที่จ.นครราชสีมา ให้ช่วยตรวจสอบกันวุ่นวาย แต่ก็ไม่มีข่าวคนกินยาตาย ทำให้เริ่มสงสัย เมื่อได้เบอร์คนในพื้นที่บ้านของนางโสภามา จึงโทรถามจนรู้ความจริงว่า นางโสภายังมีชีวิตอยู่ดีกินดี มีทองใส่ ออกรถใหม่ และไม่ได้เลิกกับสามี
ด้านนางสาวศิรภัสสร มงคลดิษฐ์ ผู้เสียหายอีกราย กล่าวว่า ตอนเห็นโพสต์ว่า นางโสภาเสียชีวิต รู้สึกสงสารมาก จึงโพสต์ในเฟซบุ๊คจนมีเพื่อนทั้งในไทย และต่างประเทศโอนเงินมาให้ ประมาณ 10 คน เป็นเงินหลักหมื่นบาท ซึ่งหลังรู้ว่าถูกหลอกก็เสียใจมาก ที่นางโสภา เอาความน่าสงสารมาเล่นกับความรู้สึกคนอื่นเพื่อหลอกเงิน
เพจดังเผยหญิงตายทิพย์เคยขอข้าวสาร
ด้านคุณหนูดี วิไลพร เจ้าของเพจจิตอาสาเพื่อเด็กและสังคม อีกหนึ่งเพจที่โพสต์ช่วยเหลือนางโสภาจนได้เงินไปคาดว่าประมาณ 5 แสนบาท ให้ข้อมูลทางโทรศัพท์เล่าว่า 3 ปี ก่อนนางโสภายังเคยทักมาขอข้าวสารอาหารแห้ง อ้างว่าเลิกกับสามี ต้องเลี้ยงลูกป่วยดาวน์ซินโดรมลำพัง ตอนนั้นก็ตรวจสอบเฟซบุ๊ก และวีดีโอคอลจนเห็นลูกและสภาพบ้านดูยากจนจริง จึงช่วยไป แต่ตอนนั้นได้เงินไม่มาก แค่ 1-2 พัน ครั้งนี้เมื่อลูกเพจหลายคนส่งเรื่องนางโสภาเข้ามาให้ช่วย จึงคิดว่าเป็นเรื่องจริง จึงโพสต์กระจายข่าว พร้อมประสานขอโลงศพ หลังรู้ว่าเป็นเรื่องโกหก ก็เสียใจเสียความรู้สึกมาก เนื่องจากสร้างเพจขึ้นมาเพื่อช่วยคนตกทุกข์ได้ยาก พอเป็นแบบนี้ทำให้ตัดสินใจพักการช่วยเหลือเคสอื่นไปก่อน เพื่อจัดระบบการทำงาน พร้อมขอโทษทุกคน ยอมรับว่าเธอผิดจริงที่ไม่ตรวจสอบให้ดีก่อน
ขณะที่ทีมข่าวไปพบนางสาวดาบส กูดกิ่ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 ต.สะแกราช อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ระบุว่า ไม่สนิทกับนางโสภามากนัก แต่ทราบว่า มีลูกเป็นดาวน์ซินโดรมจริง แต่ชีวิตไม่ได้ลำบาก และยังอยู่กับสามีซึ่งทำงานที่บริษัทแป้งมัน ส่วนตัวนางโสภาก็ขายของออนไลน์ โดยย้ายไปพักกับสามีในโรงงาน ล่าสุดทราบว่าหลังเรื่องนี้เป็นข่าวดังในโซเชียล ก็หายตัวไปแล้ว โดยนอกจากผู้เสียหายที่เป็นข่าวแล้ว ก็มีคนโทรมาบอกว่าโดนนางโสภาหลอกให้โอนเงินค่าเลี้ยงดูเดือนละ 2 พัน มากว่า 5 ปี และมีเพื่อนโดนเดือนละ 500 บาทด้วย
พฤติกรรมนางโสภาพบว่า ใช้วิธีการเดียวกันหลอกเหยื่อโอนเงิน โดยสร้างเรื่องว่าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย โพสต์เรื่องลูกเป็นดาวน์ซินโดรมให้คนสงสารและโอนเงิน จนมาล่าสุดที่สร้างเรื่องตายทิพย์ หวังให้คนบริจาคเงิน ซึ่งพบการเปิดบัญชีรับโอนในชื่อนายโสพล สามีของนางโสภา และบัญชีลูกชาย เบื้องต้นผู้เสียหายประเมินว่า น่าจะได้เงินไปประมาณ 1 ล้านบาท โดยผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความแล้ว ซึ่งตำรวจจะอายัดบัญชีสามีนางโสภาไว้ก่อน