วันที่ 23 พ.ย. 2565 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงถึงการออกหมายจับ นายชัยณัฐร์กรณ์ ชายานันท์ หรือตู้ห่าว นักธุรกิจชาวจีน หลังพบความเชื่อมโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ ผับท็อปวัน และ ผับจินหลิงว่าในส่วนเรื่องกลุ่มนอมินี ละกลุ่มชาวจีนที่เข้ามากระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยการเปิดสถานบริการแบบผิดกฎหมาย รวมถึงการนำยาเสพติด เข้ามาจำหน่ายในสถานบริการ
จากการตรวจสอบครั้งแรกเรื่องที่สน.สุทธิสารก็คือ ผับท็อปวัน ที่มีผู้หญิงจีนเสียชีวิต โดยตรวจสอบแล้วพบว่าผู้เสียชีวิตเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2565 จากนั้นวันที่ 17 ก.ย. 2565 ก็มาเที่ยวที่ผับท็อปวัน โดยมีเจ้าของผับเป็นชาวจีนที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี เจ้าของวผับชื่อ นายจาง เจียงกุ่ย ซึ่งได้หลบหนีไปแล้ว และกำลังจะของอนุมัติหมายแดงเพื่อส่งให้อินเตอร์โพต่อไป ส่วนนอมินีนายจาง เจียนกุ้ย สามารถจับกุมตัวได้แล้ว เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่จ.เชียงใหม่
หลังจากดำเนินการกับผับท็อปวัน ก็ขยายผลจับกุมผับคลับวัน ในพื้นที่จ.ชลบุรี ที่มีชาวจีนเข้ามาเป็นเจ้าของ
ต่อมาก็ขยายผลจับกุมผับจินหลิง ที่มีการจำหน่ายยาเสพติดในสถานบันเทิง จนนำไปสู่การออกหมายจับตู้ห่าว และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ขอหมายค้นบ้าน ตู้ห่าว และ พบกับภรรยาซึ่งเป็นตำรวจยศ พ.ต.อ.หญิง ส่วนตู้ห่าว หลบไปอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสาทร จากการกดดันอย่างหนักนายตู้ห่าวจึงประสานขอมอบตัว
ในชั้นสอบสวนทางผบ.ตร.ได้ย้ำว่าให้คัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวกับยาเสพติด และจะส่งตัวไปขออนุญาตศาลฝากขัง และ จะคัดค้านประกันตัวในชั้นศาลด้วย ส่วนศาลจะให้ประกันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
สำหรับการดำเนินการผับท็อปวัน ผับคลับวัน และ ผับจินหลิง ก็จับกุมไปเกือบหมดแล้ว และ ตอนนี้มีการขยายผลการจับกุมร้านเบบี้เฟซ มีเจ้าของเป็นนอมินี และ เจ้าของตังจริงเป็นคนจีน ซึ่งได้จับกุมแล้ว
ส่วนกลุ่มที่ได้หลบหนีออกนอกประเทศก็ได้อนุมัติเป็นหมายอินเตอร์โพลเพื่อประกาศสืบจับไปทั่วโลก และ ได้ทำให้สือไปที่ป.ป.ส. ในเรื่องการดำเนิการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาเพิ่มเติม เพื่อทำการยึดทรัพย์ตามกฎหมายของป.ป.ส. ขั้นตอนต่อไปจะไล่ยึดทรัพย์ทั้งหมด
ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐก็ได้ดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนสน.ยานนาวาไป 2 คน รองผู้กำกับจราจร ลาดพร้าว 1 คน ข้อหาร่วมกันปล่อยตัวผู้ต้องหารายสำคัญ และ ในวันพรุ่งนี้ หรือ เร็วๆนี้ก็จะดำเนินคดีกับรองผู้บังคับการนครบาล 6 อีก 1 คน ที่ได้ปล่อยรถหรู 4 คัน และ เรียกรับผลประโยชน์
อีกส่วนหนึ่งคือ การเข้าประเทศของคนจีน และ จะดำเนินคดีต่อไปคือ ตม. เพราะว่าการเข้าประเทศยอดฮิตของคนจีนคือ การเข้ามาแล้วใช้วีซ่าท่องเที่ยวแล้วเปลี่ยนไปเป็นวีซ่านักเรียน สรุปแล้วคนอายุ 50-60 เข้าไทยโดยใช้วีซ่านักเรียน และใช้โรงเรียนเป็นฐานการยื่นขอวีซ่านักเรียน ซึ่งรู้เห็นเป็นใจระหว่างโรงเรียน และ ตม.
ปัจจุบันพบว่ามีการเปิดสมาคมมากมาย ในประเทศจีนเรื่องการเปิดสมาคมเป็นเรื่องใหญ่ ที่มีเกียรติ มีหน้ามีตา เมื่อคนจีนที่ทำไม่ถูกต้องก็เน้นเปิดสมาคมในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ดังนั้นจะเรียกต้องทั้งผู้กำกับตม.อุดรธานี ขอนแก่น แพร่ และเชียงใหม่ มาสอบปากคำ ถ้าพบหลักฐานเข้าไปเกี่ยวขอ้งก็จะดำเนินคดีอาญา
เมื่อถามว่าตู้ห่าว มีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองกลุ่มไหนบ้าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตู้ห่าวทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่า เขาได้แต่งงานกับหลานสาวอดีตผบ.ตร. ทำให้ ตู้ห่าวความรู้จักกับตำรวจจำนวนมาก และ ก็รู้จักกับอดีตรัฐมนตรีด้วย ส่วนใครจะเข้าไปเกี่ยวข้องต้องเอาหลักฐานทั้งหมดมากองรวมกัน ถ้าสาวถึงใครก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย ยืนยันจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน แต่ถ้าไม่ถึงก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา
“เรื่องตู้ห่าวกับคนจีนทั้งหมดจะต้องเดินอย่างรอบคอบ และผมรายงานต่อผบ.ตร.ตลอด เพื่อจะให้รายงานต่อนายกฯ วันนี้ผบ.ตร.ให้ผมไล่ความเชื่อมโยงอย่างละเอียด วันนี้เรากำลังสู้กับคนรวย เรากำลังสู้กับกลุ่มทุนมหาศาล การจะเอาคนกลุ่มนี้ให้อยู่หมัดจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานอย่างชัดเจน”
เมื่อถามว่าจะมีการสอบสวนนักการเมืองที่รู้จักกับตู้ห่าว หรือไม่และมอบนาฬิกาให้กันด้วย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ก็ต้องสอบหมด ตนจะไล่พยานหลักฐานทั้งหมดถ้าถึงใครเพิ่มเติม จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ถ้าถึงตัวอดีตนักการเมืองก็ต้องดำเนินคดี วันนี้ต้องทำให้รวดเร็วอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อถามว่า จะต้องตรวจสอบที่มาการได้รับสัญชาติไทยของ ตู้ห่าว หรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ก็ตรวจสอบที่มาเรื่องการได้สัญชาติไทย และ คนจีนที่มีบัตรประชาชนเป็นคนไทยตนเองจะไล่ตรวจสอบทั้งหมดว่าใครเป็นคนออกบัตรให้
ส่วนทรัพย์ของตู้ ห่าว น่าจะมีเกินพันล้าน เพราะตัวบ้านก็ราคา 200 ล้าน ซึ่งบ้านจะเป็นชื่อของภรรยา
ส่วนตำรวจตำแหน่งระดับรองผู้บังคับการปล่อยรถของกลางกลับคืนผู้ต้องหา มีวิธีการอย่างไร พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า นายตำรวจคนดังกล่าวเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนได้ปล่อยรถคืนไป ซึ่งรถลักษณะแบบนี้จะต้องมีการตรวจยึด ไม่ใช่ปล่อยไปแบบนี้ รถทั้งหมดจะต้องตรวจยึด ถ้าคืนได้ต้องมีขั้นตอน ต้องให้หน่วยพิสูจน์หลักฐานเป็นคนตรวจซึ่งมันมีกระบวนการ แต่เรื่องนี้ไม่มีการผ่านกระบวนการอะไรเลย และ คดีนี้ต้องเรียนให้สื่อมวลชนทราบว่า ทั้งผบช.น.-ผบ.ตร. ลงพื้นที่ไปตรวจสอบยังกล้าทำแบบนี้อีก อย่างนี้ก็เลี้ยงไว้ไม่ได้ และจะดำเนินการทางอาญาแน่นอน ส่วนจะมีตำแหน่งอื่นที่สูงกว่าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่มี วันนี้มีเพียงรองผู้บังคับการเท่านั้น ไล่ถึงใครก็คนนั้น
“เมื่อถึงตัวรองผู้การ ถ้ามีมากกว่านั้น ผมรับรองเลยว่า รองผู้การไม่ยอมตายเดี่ยว เดี๋ยวมันไปเองเหมือนกับเคสที่ชลบุรี ที่รองผู้การไม่ยอมตายเดี่ยว”
ล่าสุดตำรวจได้คสบคุมตัวนายตู้ห่าว ไปยังสน.ยานนาวา เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป และ คาดว่าจะส่งขออนุญาตศาลฝากขังต่อไป