จากกรณีเหตุสลดที่เกิดจากปัญหาเรื่องระหองระแหงในครอบครัว เมื่ออดีตข้าราชการระดับสูงวัย 75 ปี ก่อเหตุยิงหลานชายและหลานสาวเสียชีวิต 2 ศพ เพราะมีปัญหาฟ้องร้องมรดกในครอบครัว ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะยิงตัวเองตายตาม
โดยตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน พบศพ นายกัลป์ อายุ 51 ปี บรรณาธิการนิตยสารยานยนต์ ถูกยิงรวม 12 นัด กระสุนทะลุกระจกรถเก๋ง เสียชีวิตคาเบาะคนขับ บริเวณลานจอดรถของบ้านหลังหนึ่งในซอยท่าดินแดง 6 เขตคลองสาน กทม.
ส่วนด้านในตัวบ้านบริเวณโถงทางเดินก่อนขึ้นห้องนอน ชั้นที่ 2 พบศพ น.ส.กนกวรรณ อายุ 48 ปี เป็นอาจารย์ประจำคณะวิทยาการจัดการของ มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกัน เข้าที่ศีรษะ 2 นัด เสียชีวิตอยู่บริเวณโถงทางเดินก่อนขึ้นห้องนอน โดยผู้เสียชีวิตทั้งสองคนมีศักดิ์เป็นหลานภรรยาของผู้ก่อเหตุ ก่อนที่ตำรวจจะพบศพนายอดิศักดิ์ อายุ 75 ปี ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการระดับสูงใช้ปืนจ่อขมับตัวเองตาย
จาการสอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า ครอบครัวนี้ ย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้หลายสิบปีแล้ว ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่พอรู้มาบ้างว่าครอบครัวนี้มีปัญหาเรื่องมรดก โดยขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังนับ 10 นัด ทีแรกคิดว่าเป็นเสียงประทัด แต่พอเสียงเงียบลง จึงวิ่งเข้าไปดูจึงรู้ว่ามีเหตุยิงกันในบ้าน
ด้าน พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 เปิดเผยว่า บ้านหลังนี้ตามปกติพักอาศัยกันอยู่รวม 4 คน คือผู้ตายทั้ง 3 ราย และภรรยาของนายอดิศักดิ์ผู้ก่อเหตุ โดยพบว่าผู้ก่อเหตุกำลังป่วยเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย
ก่อนเกิดเหตุทราบว่า ผู้ก่อเหตุเคยมีเรื่องฟ้องร้องปมมรดกกับหลานภรรยาที่เสียชีวิตทั้ง 2 คนและมีปัญหาระหองระแหงภายในครอบครัวกันมานาน กระทั่งช่วงเช้าวานนี้ ภรรยาของ นายอดิศักดิ์ ออกไปธุระนอกบ้าน กลับมาก็พบว่าสามียิงหลานชายและหลานสาวตัวเอง ก่อนจบชีวิตตามไป
คือเบื้องต้นทราบว่ามีปัญหาทะเลาะกัน ขัดแย้งในชั้นศาลเกี่ยวกับเรื่องมรดก เบื้่องต้น เราก็ต้องให้เกียรติผู้เสียชีวิตด้วย เพราะรายละเอียดยังอยู่ที่ชั้นศาล
นอกจากนี้ตำรวจจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้านและเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม รอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดก่อนถึงพฤติการณ์ก่อเหตุว่ายิงใครก่อนหรือหลัง
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้มอบร่างผู้เสียชีวิตให้แพทย์นิติเวชดำเนินการผ่าชันสูตร และมอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป