ความคืบหน้าเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ กรณี 4 คนร้ายอุ้มฆ่าเพื่อนแรงงานต่างด้าวที่ จ.ลำพูน ก่อนหน้านี้ตำรวจตามรวบได้แล้ว 2 คน ยังเหลือหลบหนีอีก 2 ราย
ล่าสุดพบว่าทั้งสองหนีเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ จ.เชียงใหม่ หลังจากมีชาวบ้านแจ้งเบาะแสพบเห็นชายวัยรุ่น 2 คน ใส่กางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ รูปพรรณสัณฐานกับคนร้ายที่ก่อเหตุเดินเข้ามาในหมู่บ้าน สอดคล้องกับภาพกล้องวงจรปิดที่จับภาพคนร้ายทั้งสองเอาไว้ได้
ตำรวจและผู้นำชุมชนระดมกำลังออกไล่ล่า แต่คว้าน้ำเหลว ทางผู้ใหญ่บ้านจึงออกประกาศเสียงตามสาย ให้ชาวบ้านระมัดระวังตัว เพราะหวั่นเกรงชาวบ้านจะไม่ปลอดภัย เพราะที่นี่กลายเป็นพื้นที่อันตราย เกรงว่าคนร้ายจะบุกเข้าไปจับใครเป็นตัวประกัน
โดย นายยุทธนา กันทะตุ่น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ตำบลชมพู อำเภอสารภี จ.เชียงใหม่ ได้ประกาศเสียงตามสายให้ชาวบ้านระมัดระวังตัว ระบุว่า “ให้ปิดบ้านปิดช่องให้มิดชิด และเก็บกุญแจรถให้ดี เพราะตอนนี้มีคนร้ายสองคน ที่ร่วมก่อเหตุอุ้มฆ่าเพื่อนแรงงานต่างด้าวที่ จ.ลำพูน หลบหนีเข้ามาในพื้นที่ ทำให้ตอนนี้พื้นที่ในจุดนี้กลายเป็นพื้นที่อันตราย”
สำหรับ เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 21 เมษายน 2567 ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ 4 คน ขับรถกระบะบุกเข้าไปในหอพักแห่งหนึ่ง ที่บ้านไชยสถาน ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน รุมทำร้ายและใช้ค้อนทุบหัวนายจ๋อมวัน อายุ 30 ปี แรงงานต่างด้าวชาวไทใหญ่ สัญชาติเมียนมา จนเสียชีวิต แล้วลากร่างขึ้นรถ ต่อหน้าต่อตาคนที่พักอาศัยอยู่ในหอพักจำนวนมาก ก่อนจะนำศพไปทิ้งริมถนนสายแม่รอม-สะเมิง เขตรอยต่ออุทยานแห่งชาติ ดอยสุเทพ-ปุย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ กระทั่งมีคนไปพบศพ
ต่อมาตำรวจตามตามไปจับกุมคนร้ายได้ 2 คน คือนายอุ่น ลุงอ่อง อายุ 45ปี เป็นทหารไทยใหญ่ ยศสิบโท คนขับกระบะ และเป็นคู่กรณีกับนายจ๋อมวัน ผู้ตาย และนายวู้นีเลี้ยง เป็นทหารว้าแดง ซึ่งเมื่อวาน ตำรวจคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
ส่วนอีก 2 คนยังหลบหนี ตอนนี้อยู่ระหว่างเร่งไล่ล่าตัว ใครที่พบเห็นเบาะแสคนร้ายทั้งสองให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน เพราะเป็นบุคคลอันตราย