10 เรื่องน่ารู้ “วันคริสต์มาส” ประวัติ-สัญลักษณ์-กิจกรรมสุดฮิต


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ชวนรู้จัก 10 ตำนานประวัติศาสตร์-เรื่องเล่าขาน เรียนรู้เรื่องราวของสัญลักษณ์และกิจกรรมสุดฮิต มีจุดเริ่มต้นอย่างไร ทำไมผู้คนถึงนิยมทำกันในเทศกาลนี้

“วันคริสต์มาสอีฟ” คืออะไร แตกต่างอย่างไรกับ “วันคริสต์มาส”

9 พิกัดเที่ยว “คริสต์มาส” รอบกรุงเทพ ดูไฟ-ถ่ายรูปต้นคริสต์มาส

ถ้าพูดถึงคริสต์มาสในเมืองไทย เรามักจะนึกถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่จะตกแต่งกันอย่างหรูหราด้วยสีสันสดใส่ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟ เสียงเพลงรวมถึงต้นคริสต์มาสอันเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลคริสต์มาส สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นบรรยากาศที่ชักจูงให้คิดถึงวันสำคัญของชาวโลกวันหนึ่ง ก็คือ "วันคริสต์มาส"

จะมีสัญลักษณ์ของวันคริสต์มาสที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน ความหมาย ประเพณีและความเชื่อที่เกี่ยวข้องอย่างแพร่หลาย

10 เรื่องน่ารู้ "คริสต์มาส" Freepik
ต้นคริสต์มาส

ทีมข่าว นิวมีเดีย พีพีทีวี จึงมัดรวมทุกข้อมูลความเชื่อเกี่ยวกับสัญลักษณ์วันคริสต์มาสที่ควรรู้  มาเปิดเผยให้ทุกคนได้ทราบกัน!

ประวัติ “วันคริสต์มาส”

วันคริสต์มาส  (Christmas) เป็น การฉลองวันประสูติของพระเยซูผู้เป็นศาสดาสูงสุดของชาวคริสต์ทั่วโลก เป็นวันฉลองที่มีความสำคัญ และมีความหมายมากที่สุดวันหนึ่ง เพราะชาวคริสต์ถือว่า พระเยซูไม่ใช่เพียงมนุษย์ธรรดาๆ ที่มาเกิดเหมือนเด็กทั่วไป แต่พระองค์เป็นบุตรของพระเจ้าผู้สูงสุด และมีพระธรรมชาติเป็นพระเจ้า และเป็นมนุษย์ในพระองค์เอง การบังเกิดของพระองค์ จึงเป็นเหตุการณ์พิเศษ ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนด้วย 

วันคริสต์มาส นิยมเฉลิมฉลองกันใน วันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี คำว่า คริสต์มาส เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ “Christmas” มาจากภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maessse แปลว่า การบูชามิสซาของพระคริสตเจ้า เนื่องจากว่าการร่วมพิธีมิสซาเป็นประเพณีที่สำคัญที่สุดของชาวคริสต์ที่ถือปฏิบัติกันในวันคริสต์มาส ฉะนั้นคำว่า “คริสต์มาส” จึงเป็นคำอวยพรให้รับสันติสุขและความสงบทางใจ เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาส

ส่วนในภาษาไทยใช้อวยพรด้วยประโยคว่า สุขสันต์วันคริสต์มาส Merry Christmas อย่างไรก็ตามวันที่พระเยซูประสูติจริง ๆ นั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่นักประวัติศาสตร์สมัยใหม่ได้คะเนเอาไว้ว่าราว 2 ปี ก่อน ค.ศ. และ ค.ศ. 7 ในช่วงต้นถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 4

10 เรื่องน่ารู้ "คริสต์มาส" Freepik
ซานตาคลอส

10 เรื่องน่ารู้ "วันคริสต์มาส"

ซานตาคลอส

เมื่อพูดถึงวันคริสต์มาส สิ่งแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น “ซานตาคลอส” (Santa Claus) หรือ "ซานต้า" ชายร่างท้วม สวมชุดสีแดง หนวดเครายาวสีขาว ที่มาพร้อมรถลากเลื่อนหิมะและกวางเรนเดียร์ เพื่อออกเดินทางแจกของขวัญให้เด็ก ๆ ทั่วโลก

เชื่อกันว่าซานตาคลอสมีต้นแบบมาจาก "นักบุญนิโคลัส" บาทหลวงชาวตุรกี ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 4 ซึ่งขึ้นชื่อว่ามีความใจดี โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ กล่าวกันว่าเขาเป็นผู้นของขวัญไปยังบ้านของเด็กดีในช่วงเย็นและข้ามคืนวันคริสต์มาสอีฟ ต่อมาท่านเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วฮอลแลนด์ในชื่อ "ซินเตอร์คลาส" ก่อนจะเริ่มแพร่หลายไปในอเมริกา เพราะเด็กหลายคนก็อยากมีส่วนร่วมในประเพณีแบบนี้บ้าง และในช่วงราวค.ศ.1870 ชาวอเมริกันเรียกชื่อเพี้ยนไปเป็น "ซานตาคลอส" ซึ่งกลายเป็นชื่อที่นิยมเรียกกันทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน

ถุงเท้า

มีตำนานเล่าว่า “นักบุญนิโคลัส” เคยปีนปล่องไฟเพื่อมอบเหรียญเงินเป็นของขวัญให้แก่บ้านเด็กที่ยากจน แต่เหรียญเงินนั้นกลับตกลงไปในถุงเท้าที่แขวนไว้หน้าเตาผิง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความเชื่อที่เด็ก ๆ ต่างพากันแขวนถุงเท้าไว้หน้าเตาผิงเพื่อรอของขวัญจากซานตาคลอสในวันคริสต์มาสอีฟ ซึ่งตรงกับวันที่ 24 ธันวาคม หรือก่อนวันคริสต์มาสหนึ่งวัน เด็ก ๆ จึงนิยมนำถุงเท้าไปแขวนไว้หน้าเตาพิง เพื่อรอรับของขวัญจากซานต้าตามเรื่องราวที่เล่าต่อกันมา

ต้นคริสต์มาส

ต้นคริสต์มาส คือ อีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่ขาดไม่ได้เมื่อพูดถึงวันคริสต์มาส ต้นคริสต์มาสดั้งเดิมนั้นทำมาจากต้นสน ซึ่งเป็นพืชไม่ผลัดใบและมีสีเขียวตลอดทั้งปี หาได้ง่ายในทวีปยุโรปและอเมริกา แต่ในปัจจุบันยังมีการใช้ต้นคริสต์มาสปลอมที่ทำจากพลาสติกด้วย เนื่องจากสามารถนำกลับมาใช้ได้หลายปี ผู้คนนิยมตกแต่งต้นคริสต์มาสด้วยการห้อยของประดับต้นคริสต์มาสในรูปต่าง ๆ ที่หลากหลาย เช่น ลูกบอล ดาว กล่องของขวัญชิ้นเล็ก ๆ พร้อมทั้งประดับไฟสีสันสวยงาม

แล้วทำไมถึงต้องเป็นต้นคริสมาสต์ ขอเล่าย้อนไปตามความเชื่อในสมัยโบราณว่า ชาวคริสต์เชื่อว่าต้นคริสต์มาส คือ ต้นไม้ในสวนเอเดน ที่อาดัมและเอวาหยิบผลไปกินและทำบาป ไม่เชื่อฟังพระเจ้า โดยตามพระคัมภีร์นั้นได้เปรียบพระเยซูเจ้าเสมือนเป็น ต้นไม้แห่งชีวิต ดังนั้นต้นไม้ที่มีสีเขียวเสมอในทุกฤดูกาล สื่อถึงนิรันดรภาพของพระเยซูเจ้า อีกทั้งความสว่างของพระองค์ยังเหมือนแสงเทียนที่ส่องสว่างในความมืด

พวงมาลัยคริสต์มาส

การแขวนพวงมาลัยไว้ที่หน้าประตูบ้าน เป็นประเพณีที่นิยมกระทำกันในช่วงเทศกาลที่มีความสำคัญ รวมถึงช่วงเทศกาลคริสต์มาสด้วย

พวงมาลัยคริสต์มาสนั้นถูกร้อยด้วยโบว์สีแดงซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรื่นเริง ในขณะที่ใบไม้สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่เป็นนิรันดร์ ซึ่งจะแสดงถึงความมีศรัทธาต่อวันประสูติของพระเยซู รูปร่างวงกลมของพวงมาลัยเป็นสิ่งเตือนใจให้ระลึกถึงมงกุฏหนามที่อยู่บนศีรษะของพระเยซูซึ่งในช่วงเวลานั้นทหารชาวโรมันได้หัวเราะเยาะและล้อเลียนพระเยซูว่าเป็นเสมือนกษัตริย์ของชาวยิว

นอกจากนี้ ในช่วงยุคกลางซึ่งเป็นช่วงยุคมืดของชาวยุโรป ชาวบ้านได้มีประเพณีและความเชื่อว่าพวงมาลัยคริสต์มาสในส่วนที่เป็นสีเขียว สามารถช่วยป้องกันบ้านเรือนจากพวกพลังอันชั่วร้ายได้ และผลสีแดงของต้นฮอลลี่ได้ถูกเชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่คอยขับไล่พวกแม่มดให้ออกไปจากบ้าน นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมต้นฮอลลี่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล และนำความโชคดีมาให้กับผู้ที่จัดทำพวงมาลัย

ต้นฮอลลี่

ต้นไม้พุ่มเตี้ย ผลของต้นฮอลลี่จะมีสีแดงคลายเลือดและมีพิษ ส่วนใบเป็นรอยหยัก คล้ายหนามแหลมคม โดยสีเขียวชอุ่มของต้นฮอลลี่เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการมีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์ ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กับพระเยซูคริสต์ ผลสีแดงสดของต้นฮอลลี่เป็นสัญลักษณ์หยดเลือดของพระเยซูที่ไหลลงบนไม้กางเขน สีเหล่านั้นเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่มีต่อพระเจ้าซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงหัวใจที่มีต่อความศรัทธาต่อพระผู้เป็นเจ้า สำหรับใบไม้ที่มีหนามของต้นฮอลลี่จะเป็นสิ่งที่เตือนใจชาวคริสต์ถึงมงกุฏหนามที่พวกชาวทหารโรมันได้นำมาวางไว้บนศีรษะของพระเยซูคริสต์

ระฆังวันคริสต์มาส/กระดิ่งวันคริสต์มาส

เสียงระฆังในวันคริสต์มาส คือ การเฉลิมฉลองให้กับการกำเนิดของพระเยซู ตามตำนานได้เล่าว่ามีเสียงระฆังดังอยู่นานนับชั่วโมงก่อนเวลาเที่ยงคืนของวันคริสต์มาสอีฟ ซึ่งตรงกับวันที่ 24 ธันวาคม

การตีระฆังมีจุดประสงค์เพื่อลดพลังความมืดก่อนที่ผู้ที่จะมาช่วยไถ่บาปให้กับมวลมนุษย์จะถือกำเนิดขึ้น เสียงกึกก้องของระฆังได้เปลี่ยนมาเป็นเสียงแห่งความสุข ในปัจจุบัน ชาวคริสต์ได้มีการเฉลิมฉลองโดยการตีระฆังเหล่านี้เพื่อป่าวประกาศถึงงานรื่นเริงที่จะมีขึ้น และถูกนำไปใช้ประดับตกแต่งในการ์ดวันคริสต์มาสและบนต้นคริสต์มาสอีกด้วย

ดาวคริสต์มาส

ตามตำนานเล่าว่า ในช่วงเวลาที่พระเยซูประสูตินั้น โหราจารย์ได้มองเห็นดาวลักษณะพิเศษดวงหนึ่งปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเป็นที่น่าอัศจรรย์ จึงออกเดินทางตามแสงแห่งดวงดาว จนไปพบกับสถานที่ประสูติของพระเยซูเจ้าที่เมืองเบธเลเฮม ประเทศปาเลสไตน์ นับแต่นั้นมาชาวคริสต์จึงถือว่า “ดาว” คือสัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซูเจ้า หรือที่ทั่วโลกรู้จักกันในนาม “Star of Bethlehem”

ดอกไม้คริสต์มาส

ต้นคริสต์มาส (Poinsettia tree) เป็นไม้พุ่มเนื้ออ่อน วงศ์ใกล้เคียงกับโป๊ยเซียน แต่ไม่มีหนาม ตำนานของเม็กซิกันได้บอกเล่าถึงดอก Poinsettia ซึ่งกลายเป็นดอกไม้ประจำเทศกาลคริสต์มาสไว้ว่า

มีเด็กสาวชาวไร่จน ๆ คนหนึ่งเกิดความวิตกกังวลถึงของขวัญที่จะนำไปมอบให้กับพระแม่มารีในวันคริสต์มาสอีฟ ซึ่งตรงกับวันที่ 24 ธันวาคม เพราะเธอไม่มีสิ่งของใด ๆ ที่จะนำมาให้ ระหว่างการเดินทางเธอได้พบกับนางฟ้าตนหนึ่งซึ่งบอกให้เธอเก็บเมล็ดพืชเอาไว้ เมล็ดพืชเหล่านั้นได้เจริญเติบโตและเปลี่ยนไปเป็นดอกไม้สีเลือดหมูสดใส ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดอก Poinsettia ก็ได้รับความนิยมใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งภายในโบสถ์และในบ้านในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

ดอกกุหลาบคริสต์มาส

“Helleborus niger” ถูกเรียกโดยทั่วไปว่า ดอกกุหลาบคริสต์มาส (Christmas rose) หรือ “black hellebore” โดยดอกกุหลาบคริสต์มาสเป็นพืชป่าลำต้นสูงประมาณ 23 – 30 ซม. ลักษณะดอกแบนขนาดใหญ่ มีสีขาวหรือสีชมพู ผลิบานในช่วงกลางฤดูหนาวไปจนถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ พบได้ทั่วไปตามเทือกเขาในทางตอนกลางของยุโรป

ตามตำนานได้เล่าว่าในคืนที่หนาวเย็นของเดือนธันวาคม ในช่วงที่พระเยซูประสูติ โหราจารย์ 3 ท่านกับคนเลี้ยงแกะได้เดินทางมาด้วยกันเพื่อเข้าพบกับพระเยซู ระหว่างทางพวกเขาได้พบหญิงเลี้ยงแกะคนหนึ่งซึ่งกำลังดูแลแกะบริเวณประตูถ้ำ ได้เห็นของขวัญที่ทุกคนนำมาถวายให้กับพระเยซู เธอเริ่มน้ำตาไหลเพราะไม่มีอะไรจะให้กับพระเยซู นางฟ้าผู้ซึ่งเฝ้ามองอยู่มองเห็นและรู้ถึงความต้องการของเธอจึงเกิดความเห็นใจ และได้บันดาลให้เกิดดอกไม้สีขาวน่ารักและมีสีชมพูอยู่ตรงปลายกลีบโผล่ขึ้นมาจากหิมะใกล้เท้าของเธอ นั่นคือ “ดอกกุหลาบคริสต์มาส” สื่อถึงความรักที่ความบริสุทธิ์ ซึ่งมีค่ายิ่งกว่าของขวัญที่เป็นทองคำ (gold) กำยาน (frankincense) และมดยอบ (myrrh) ที่โหราจารย์ทั้ง 3 ท่าน นำมาถวายให้กับพระเยซู

การให้ของขวัญในวันคริสต์มาส

แม้ว่าวันคริสต์มาสจะเป็นเทศกาลของชาวคริสต์ แต่ผู้คนที่ไม่ใช่ชาวคริสต์ก็มีการเฉลิมฉลองกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งแตกต่างออกไปจากการฉลองทางศาสนา โดยมีลักษณะเป็นประเพณีนิยมแทน การให้หรือแลกเปลี่ยนของขวัญ และการ์ดอวยพรถือเป็นกิจกรรมยอดนิยมในช่วงคริสต์มาส สำหรับบ้านที่มีต้นคริสต์มาส ผู้คนก็มักจะนำของขวัญไปวางไว้ใต้ต้นคริสต์มาสด้วย

โดยชาวคริสต์มีความเชื่อว่า การให้ของขวัญนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับการเฉลิมฉลองให้กับการประสูติของพระเยซู ที่เกิดมาเพื่อชำระบาปให้แก่ชาวคริสต์ทั้งหลาย และเป็นเทศกาลที่นำความสุข สนุกสนาน มาสู่หมู่มวลมนุษย์ โดยโหราจารย์สามท่านที่มาจากตะวันออกเป็นผู้เห็นดาวสว่างบนฟ้าเมื่อพระเยซูประสูติ จึงได้ติดตามดาวได้ตามไปจนถึงเบธเลเฮม ประเทศปาเลสไตน์ พอพบพระเยซูก็ถวายของขวัญที่เป็นทองคำ กำยาน และมดยอบ

ข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย, มหาวิทยาลัยมหิดล และ สำนักหอสมุดกลาง ม.รามคำแหง

ไขความลับ "คริสต์มาส 2023" ทำไมต้นคริสต์มาสถึงเป็น "ต้นสน"

10 ไอเทม “ของแต่งบ้านช่วงคริสต์มาส” ต้อนรับการเฉลิมฉลอง!

เคลียร์ดราม่าเติมน้ำมันไม่เต็มลิตร ส่งดำเนินคดีเติมเกิน-เติมขาด

เจ้ากรมการข่าวทหาร หมดสติในรถกลางถนนวิภา จนท.ทุบกระจกช่วยชีวิต

บุกช่วยเสือ 15 ตัว จากสวนสัตว์เอกชนปิดตัวหลังโควิด ปล่อยเสือป่วย-ผอมโซ

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ไลฟ์สไตล์
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด โปรแกรมฟุตบอล คุณสนใจหรือไม่?

alt="10 เรื่องน่ารู้ "คริสต์มาส""

นครปฐม ยูไนเต็ด

VS
alt="10 เรื่องน่ารู้ "คริสต์มาส""

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ