เทศกาลตรุษจีน 2569 ใกล้เข้ามาแล้ว หลายชุมชนทั่วประเทศต่างเริ่มเตรียมจัดกิจกรรมและพิธีเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่จีนอย่างคึกคัก หนึ่งในภาพที่พบเห็นได้แทบทุกพื้นที่ และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้คนอยู่เสมอ คือการแสดงเชิดสิงโต ซึ่งกลายเป็นธรรมเนียมสำคัญที่ขาดไม่ได้
หลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่า ทำไมการเชิดสิงโตถึงมีบทบาทสำคัญในช่วงตรุษจีน คำตอบคือด้วยความเกี่ยวข้องกับความเชื่อที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
โดยชาวจีนและคนไทยเชื้อสายจีนที่เชื่อกันว่า การเชิดสิงโตเป็นการเพิ่มบารมี ช่วยขับไล่สิ่งไม่ดี และเสริมสิริมงคล ความเจริญรุ่งเรืองให้กับชีวิตและชุมชน
ตามตำนานจีนโบราณ เล่าขานถึงสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “ตัวเหนียน” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้าย มักออกมาทำร้ายผู้คนและพืชพันธุ์ ทำให้เทพเจ้าเง็กเซียนต้องส่ง “สิงโต” ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งความแข็งแกร่ง ความน่าเกรงขาม พลังอำนาจ ความกล้าหาญ และความจงรักภักดี ออกมาต่อสู้จนเอาชนะตัวเหนียนได้ และคอยปกปักรักษามนุษย์นับแต่นั้นมา
ตำนานการเชิดสิงโต
อีกหนึ่งตำนานกล่าวถึงสมัยจักรพรรดิฮั่นจางตี้ ระหว่างปี ค.ศ. 57-88 เมื่อประเทศต้าเยว่จือจากดินแดนตะวันตก ได้นำราชสีห์ขนทองมาถวายแด่ราชสำนักฮั่น พร้อมเงื่อนไขว่าหากผู้ใดสามารถฝึกให้เชื่องได้ จะถือเป็นการสานสัมพันธไมตรี แต่หากไม่สำเร็จจะยุติความสัมพันธ์
อย่างไรก็ตาม การฝึกราชสีห์ไม่เป็นผล และเกิดเหตุราชสีห์ขนทองอาละวาดจนถูกทำร้ายเสียชีวิต คนในวังเกรงกลัวโทษ จึงถลกหนังราชสีห์ออก แล้วให้คนแต่งกายเลียนแบบเป็น “ราชสีห์ขนทอง” ออกมาโลดเต้นแสดงต่อหน้าราชฑูตและจักรพรรดิ จนทุกฝ่ายเชื่อว่าการฝึกสำเร็จ
เรื่องราวดังกล่าวแพร่หลายออกสู่ประชาชน ทำให้เกิดความเชื่อว่า “การเชิดสิงโต” เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล ความเจริญรุ่งเรือง และนำไปสู่การประยุกต์เป็นการแสดงเชิดสิงโตที่แพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน
ต่อมาในประเทศจีนได้มีการจัดตั้งคณะสิงโตขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่ละคณะต้องผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มข้นไม่น้อยกว่า 3 ปี ก่อนจะสามารถออกแสดงได้ บางคณะผสมผสานศิลปะการต่อสู้จีน เช่น มวยจีน อาวุธโบราณ และการแสดงเชิงศิลป์ การแสดงแต่ละครั้งต้องใช้พื้นที่กว้างขวาง และมีเอกลักษณ์ด้านท่าทาง เครื่องแต่งกาย และลีลาที่แตกต่างกันไปในแต่ละคณะ
สิงโตที่นิยมเชิดในเทศกาลตรุษจีน
สิงโตที่พบเห็นได้บ่อยในเทศกาลตรุษจีน คือ สิงโตทางใต้ หรือ “สิงโตกวางตุ้ง” ซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยความน่ารัก ที่ทำให้หลาย ๆ คนโดนตก รวมถึงลีลาการเคลื่อนไหวที่อ่อนช้อย ผสานความแข็งแรง ดวงตาคมสดใส และแฝงพลังแห่งจิตวิญญาณตามความเชื่อดั้งเดิม
สิงโตกวางตุ้งถือเป็นสิงโตศักดิ์สิทธิ์ที่แพร่หลายในจีนตอนใต้ โดยเฉพาะพื้นที่กวางตุ้ง ฝอซาน และกว่างโจว เป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภ ความรุ่งเรืองทางการค้า และการขับไล่สิ่งอัปมงคล จึงมักปรากฏในเทศกาลตรุษจีน พิธีเปิดกิจการ และงานมงคลต่าง ๆ
ลักษณะเด่นของสิงโตกวางตุ้ง คือศีรษะขนาดใหญ่ ดวงตากลมโต คิ้วหนา สามารถแสดงอารมณ์ได้อย่างชัดเจน ปากที่อ้า-ปิดได้ เปรียบเสมือนการ “รับโชคลาภ” มีสีสันสดใสเป็นมงคล เช่น สีแดง สีเขียว สีเหลือง สีขาว และสีดำ พร้อมการประดับกระจก เขา และใบหูที่สามารถขยับได้ ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับการแสดง