Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

ดีเซลลิตรละ 50 บาท! เจาะลึกความคุ้มค่าเปลี่ยนรถ EV พร้อมติดโซลาร์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ยุคน้ำมันแพงดีเซลทะลุ 50 บาทต่อลิตร ทุบสถิติค่าใช้จ่ายรายวัน เจาะลึกความคุ้มค่าหากเปลี่ยนเป็นรถ EV พร้อมติดโซลาร์เซลล์ที่บ้าน ลงทุนทีเดียวคุ้มหรือไม่?

 

วิกฤตดีเซล 50 บาท กับจุดคุ้มทุนที่เปลี่ยนไปของรถยนต์ไฟฟ้า

หากสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกและมาตรการอุดหนุนของภาครัฐเปลี่ยนแปลงไปจนทำให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการน้ำมันพุ่งไปแตะระดับ 50 บาทต่อลิตร และมีแนวโน้มจะทรงตัวในระดับนี้ไปอีกหลายปี โครงสร้างค่าใช้จ่ายในการเดินทางของครัวเรือนจะถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ "ความคุ้มค่า" ของรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่กลายเป็น "ทางรอด"

เจาะลึกต้นทุนการเดินทาง สันดาปดีเซล VS รถยนต์ไฟฟ้า

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนที่สุด เราต้องนำตัวเลขมาคำนวณเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร โดยสมมติฐานให้ผู้ใช้งานขับรถเฉลี่ยวันละ 60 กิโลเมตร หรือประมาณ 20,000 กิโลเมตรต่อปี

  1. กรณีรถยนต์สันดาปเครื่องยนต์ดีเซล (ICE)

    • อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยของรถกระบะหรือรถ SUV ดีเซลทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 12 - 15 กิโลเมตรต่อลิตร

    • หากราคาน้ำมันอยู่ที่ 50 บาท/ลิตร ต้นทุนจะตกอยู่ที่ 3.33 ถึง 4.16 บาทต่อกิโลเมตร

    • ค่าใช้จ่ายรายปี หากขับปีละ 20,000 กิโลเมตร ต้องจ่ายค่าน้ำมันประมาณ 66,600 ถึง 83,200 บาทต่อปี (ยังไม่รวมค่าบำรุงรักษาของเหลวตามระยะทางที่สูงกว่ารถ EV)

  2. กรณีรถยนต์ไฟฟ้า

    • อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยของรถ EV ทั่วไป (เช่น BYD Atto 3, MG ZS EV หรือ Tesla Model 3) จะอยู่ที่ประมาณ 15 kWh ต่อ 100 กิโลเมตร หรือตีเป็นตัวเลขกลมๆ คือ 6.5 กิโลเมตรต่อ 1 หน่วยไฟฟ้า (kWh)

    • หากชาร์จไฟบ้านผ่านมิเตอร์ TOU (Time of Use) ในช่วง Off-Peak (22.00 น. - 09.00 น. และวันหยุด) ค่าไฟจะอยู่ที่ประมาณ 2.6 บาท/หน่วย (รวมค่า FT และภาษีแล้วจะอยู่ราวๆ 3 บาท/หน่วย)

    • ต้นทุนการขับขี่รถ EV จะตกเพียง 0.46 บาทต่อกิโลเมตร

    • ค่าใช้จ่ายรายปี หากขับปีละ 20,000 กิโลเมตร จะจ่ายค่าไฟเพียง 9,200 บาทต่อปี

บทสรุปความคุ้มค่าของรถ EV ส่วนต่างค่าใช้จ่ายพลังงานระหว่างรถดีเซลในยุคน้ำมันแพงกับรถ EV นั้นสูงถึงเกือบ 60,000 - 70,000 บาทต่อปี หากคุณผ่อนรถ EV เป็นเวลา 5 ปี คุณจะประหยัดเงินค่าน้ำมันไปได้ถึง 300,000 - 350,000 บาท ซึ่งสามารถนำไปโปะเป็นเงินดาวน์หรือค่าผ่อนรถได้อย่างสบายๆ ดังนั้น ในยุคที่น้ำมันดีเซลลิตรละ 50 บาท การเปลี่ยนมาใช้รถ EV ถือว่า คุ้มค่าอย่างหาข้อโต้แย้งได้ยาก


ส่วนต่างต้นทุนพลังงานที่ห่างกันเกือบ 10 เท่า ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการประหยัดค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนในยุคข้าวยากหมากแพง


โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ลดค่าไฟบ้าน คุ้มแค่ไหนในยุคนี้?

เมื่อค่าไฟมีแนวโน้มผันผวนตามราคาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก การพึ่งพาตัวเองด้วยการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์จึงเป็นเทรนด์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ระบบที่ได้รับความนิยมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับบ้านพักอาศัยคือระบบ On-Grid (เชื่อมต่อกับสายส่งของการไฟฟ้าโดยไม่มีแบตเตอรี่กักเก็บ)

วิเคราะห์การลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาด 5kW

  • งบประมาณการลงทุน ปัจจุบันราคาติดตั้งโซลาร์เซลล์ระบบ On-Grid ขนาด 5kW (เหมาะสำหรับบ้านที่มีค่าไฟประมาณ 3,000 - 5,000 บาท/เดือน) จะอยู่ที่ประมาณ 120,000 - 150,000 บาท (ขึ้นอยู่กับสเปกแผงและอินเวอร์เตอร์)

  • ความสามารถในการผลิตไฟ ในสภาพอากาศของประเทศไทย ระบบ 5kW สามารถผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ย 20 - 22 หน่วย (kWh) ต่อวัน

  • การประหยัดค่าไฟ หากบ้านของคุณมีการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวัน (เช่น เปิดแอร์ทำงาน WFH, เปิดตู้เย็น, เครื่องซักผ้า) คุณจะสามารถนำไฟฟรีจากหลังคามาใช้ได้ทันที ประหยัดเงินไปได้วันละประมาณ 100 - 110 บาท หรือ 3,000 - 3,300 บาทต่อเดือน

  • ระยะเวลาคืนทุน ด้วยเงินลงทุน 150,000 บาท หารด้วยยอดประหยัดปีละเกือบ 40,000 บาท ระยะเวลาคืนทุนจะอยู่ที่ ไม่เกิน 4-5 ปี เท่านั้น หลังจากนั้นคือ "กำไร" ในรูปแบบของไฟฟ้าฟรีไปตลอดอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์ที่ยาวนานกว่า 20-25 ปี

ผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการติดโซลาร์เซลล์คือกลุ่มครัวเรือนที่มีพฤติกรรมการใช้ไฟช่วงเวลากลางวันสูง และหากมีการเข้าร่วมโครงการขายไฟคืนให้การไฟฟ้า (โครงการโซลาร์ภาคประชาชน) จะยิ่งช่วยให้จุดคืนทุนมาถึงเร็วขึ้น


ระบบโซลาร์เซลล์แบบ On-Grid เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนชัดเจนที่สุดในปัจจุบัน โดยมีระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยเพียง 4-5 ปี และช่วยล็อกต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาวได้


สมการพลิกโลก ซื้อรถ EV พร้อมติดโซลาร์เซลล์ ควรทำพร้อมกันเลยหรือไม่?

เมื่อรู้แล้วว่า "เปลี่ยนรถ EV ก็คุ้ม" และ "ติดโซลาร์เซลล์ก็คุ้ม" คำถามสำคัญที่ตามมาคือ เราควรลงทุนก้อนใหญ่เพื่อทำทั้งสองอย่างพร้อมกันเลยหรือไม่?

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานคือ "คุ้มค่าที่สุด แต่ต้องประเมินพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ดี" การผสานรวมรถ EV และโซลาร์เซลล์เข้าด้วยกัน จะสร้างผลลัพธ์แบบ 1+1 = 3 ได้ก็ต่อเมื่อสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคุณครับ

1. กรณีที่คุณจอดรถ EV ไว้บ้านในช่วงกลางวัน (เช่น WFH หรือทำงานอิสระ)

นี่คือสถานการณ์ที่ ควรทำพร้อมกันอย่างยิ่ง เพราะการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แบบ On-grid ผลิตไฟฟ้าออกมาในช่วง 09.00 - 16.00 น. คุณสามารถนำสายชาร์จ AC มาเสียบเข้ากับรถ EV ได้โดยตรง (อาจตั้งกระแสชาร์จให้พอดีกับกำลังผลิตของแผง) เท่ากับว่าคุณกำลังเติมพลังงานให้รถวิ่งได้ฟรีๆ 100% จากแสงอาทิตย์ โดยไม่ต้องง้อสถานีชาร์จภายนอกและไม่ต้องสนใจราคาน้ำมันดีเซลเลยแม้แต่น้อย การทำแบบนี้จะดึงระยะเวลาคืนทุนของทั้งระบบโซลาร์เซลล์และรถ EV ให้สั้นลงเหลือเพียง 3-4 ปีเท่านั้น

2. กรณีที่คุณขับรถไปทำงานทุกวันจันทร์-ศุกร์ และอยู่บ้านเฉพาะเสาร์-อาทิตย์

ในกรณีนี้ การทำพร้อมกันยังคงคุ้มค่า แต่ประโยชน์ที่ได้จากการชาร์จรถด้วยไฟโซลาร์เซลล์จะเกิดขึ้นแค่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ส่วนในวันธรรมดา ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากหลังคาบ้านจะถูกนำไปชดเชยการใช้ไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปิดทิ้งไว้ (เช่น ตู้เย็น, กล้องวงจรปิด) หรือหากเหลือก็สามารถขายคืนการไฟฟ้าได้ (หน่วยละ 2.20 บาท) ในขณะที่ตอนกลางคืนที่คุณกลับมาบ้าน คุณยังคงต้องชาร์จรถ EV ด้วยไฟฟ้าระบบปกติ

ดังนั้น ทางออกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับมนุษย์เงินเดือน คือการขอเปลี่ยนมิเตอร์ไฟบ้านเป็นแบบ TOU (Time of Use) จากการไฟฟ้า ซึ่งมิเตอร์ชนิดนี้จะคิดค่าไฟในเวลากลางคืนถูกมาก (ประมาณ 2.6 บาท/หน่วย) คุณจึงได้ประโยชน์สองเด้งคือ:

  • กลางวัน โซลาร์เซลล์ช่วยลดค่าไฟบ้านแอร์และตู้เย็น (ช่วง Peak ที่ค่าไฟแพง 5.8 บาท/หน่วย)

  • กลางคืน ชาร์จรถ EV ด้วยเรทค่าไฟสุดถูกจากมิเตอร์ TOU (ช่วง Off-Peak 2.6 บาท/หน่วย)


การเปลี่ยนมิเตอร์เป็นแบบ TOU (Time of Use) คือหัวใจสำคัญสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพราะสามารถชาร์จไฟในเวลากลางคืนด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าช่วงกลางวันถึงครึ่งหนึ่ง


สรุปและข้อเสนอแนะในการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญ

การลงทุนเปลี่ยนไปใช้รถ EV ในยุคที่น้ำมันดีเซลมีราคาสูงถึง 50 บาท/ลิตร ไม่ใช่การตัดสินใจที่ต้องลังเลอีกต่อไป เพราะส่วนต่างค่าพลังงานที่ประหยัดได้ต่อปีนั้นชัดเจนและสามารถนำมาหักล้างกับค่าเสื่อมราคาของแบตเตอรี่ในระยะยาวได้อย่างสบายๆ

ในขณะเดียวกัน การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองก็เป็นกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงจากค่าไฟที่อาจปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต หากคุณมีกำลังทรัพย์และงบประมาณ (สภาพคล่องทางการเงิน) เพียงพอ การลงทุนทั้งสองอย่างพร้อมกันจะสร้างวงจรชีวิตแบบ "พึ่งพาตนเองด้านพลังงาน" ช่วยลดรายจ่ายคงที่รายเดือนของครอบครัวลงไปได้มากกว่า 60-70%

แต่หากงบประมาณมีจำกัด ขอแนะนำให้ "เปลี่ยนเป็นรถ EV พร้อมเปลี่ยนมิเตอร์ TOU ก่อน" เป็นอันดับแรก เพราะจะเห็นผลลัพธ์ในการลดค่าใช้จ่ายรายวันได้ทันทีและมีนัยสำคัญที่สุด จากนั้นเมื่อเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งหรือเริ่มทำงานที่บ้านมากขึ้น ค่อยนำเงินส่วนที่ประหยัดจากค่าน้ำมันมาลงทุน "ติดตั้งโซลาร์เซลล์" ในสเต็ปที่สอง ก็เป็นแผนการลงทุนทางการเงินที่ชาญฉลาดและปลอดภัยที่สุดครับ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ