ปักหมุด “เพื่อนเสพย์” ชุมชนที่ยืนยันว่า มนุษย์ยังต้องการกันและกัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สรุปโดย AI
  • ชุมชน "เพื่อนเสพย์" ใช้ Book Club เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดแบบไม่ตัดสิน
  • กิจกรรมเชื่อมหนังสือ Homo Gaia และการ์ตูน The Hopper เพื่อขยายประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม
  • ทีมจัดเน้นการออกแบบประสบการณ์ ทั้งหัวข้อสนทนาและเมนูธีมให้เข้ากับงาน
  • ชุมชนเริ่มจาก 3-4 คน เติบโตด้วยการเชิญชวนแบบเป็นมิตรจนมีคนร่วมมากขึ้น
  • คำถามท้ายงานชวนให้คิดต่อว่า เราอ่านเพื่อเข้าใจโลกหรือเข้าใจตัวเอง

สรุปโดย AI เป็นประโยชน์ต่อคุณหรือไม่

ชุมชนเพื่อนเสพย์ กับ Book Club ที่ชวนออกแบบประสบการณ์แสนอบอุ่น ในแนวคิดที่ว่า การอ่านหนังสือเล่มเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกันก็ได้!

จะเป็นอะไรไหม ถ้าวันหนึ่งคุณตื่นขึ้นมาและรู้สึกว่าโลกสมัยนี้มันวุ่นวายเกินไป อยากพักจากหน้าจอเพื่ออ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม หรือเคยไหม ที่รู้สึกชอบหนังสือเล่มนี้เหลือเกิน แต่อยากเล่า หรือคุยกับใครบางคน แต่ไม่รู้จะไปคุยที่ไหน  บทความนี้ชวนคุณมารู้จักกับ Book Club เพื่อนเสพย์ คอมมูนิตี้เล็กๆ สำหรับคนชอบเสพหนังสือ ไปจนถึงหนัง พร้อมกับแลกเปลี่ยนแนวคิดกับประเด็นคำถามที่บางที หนังสือเล่มนี้ พาเราไปไกลได้ขนาดไหนกันนนะ และจะพาเราไปไกลอีกเท่าไหร่ ? 

Book Club เพื่อนเสพย์ ภาพจาก เพื่อนเสพย์
เพื่อน(ชวน)เสพย์ เด้งโดดเปลี่ยนโหมดเป็นมนุษย์กาญ่า

บทความนี้เลยชวนหาคำตอบว่า ในโลกที่อัลกอริทึมพาเราไปเจอคนที่ อ่านหนังสือเล่มเดียวกัน ดูหนังเรื่องเดียวกัน จะมีสักคนไหมที่กล้าตั้งคำถามในแบบอื่น?

มนุษย์โหยหาเพื่อนที่สนใจสิ่งเดียวกันจริงไหม ?

คงเพราะในโลกสมัยนี้สามารถเจอคนที่ ‘ชอบสิ่งเดียวกัน’ ง่ายกว่าอดีต แต่กลุ่มคนตัวเล็กๆ กลับทำให้ Bookclub กระจายอยู่ในทุกที่ ทันทีที่คุณเริ่มตั้งข้อสังเกตในทุกๆ อย่างที่คุณเสพ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือสักเล่มที่คุณอ่าน หนังสักเรื่องที่คุณดู หรือแม้กระทั่งงานอาร์ตสักชิ้นที่คุณบังเอิญเดินผ่านและสะดุดตาเข้า แต่จะมีสักคนไหมที่เล็งเห็นว่า “การพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้แหละจะเป็นประสบการณ์ในรูปแบบใหม่ๆ ที่พวกเขาเชื่ออย่างสุดใจว่ามันออกแบบได้” 

และหนึ่งในกลุ่มคนที่มองเห็นมัน คือชุมชนเพื่อนเสพย์ !

Community Book Club ชุมชนที่ยืนยันว่า มนุษย์ยังต้องการกันและกัน

ชุมชน ‘เพื่อนเสพย์’ ถูกสร้างขึ้นมาด้วยกลุ่มคนเพียง 3-4 คน โดยเน้นให้  Book Club  ของพวกเขานั้นอบอุ่นเหมือนคุยกับเพื่อนๆ และให้ความสำคัญกับความคิดของทุกคน โดยไม่ทิ้งใครเอาไว้ข้างหลัง หนึ่งในประโยคที่เราได้คุยคือ ‘ดอกหญ้า’ นักเคลื่อนไหวเรื่องความหลากหลายทางเพศ และพนักงานประจำ กับ ‘ใบไผ่’  นักเคลื่อนไหว นักอ่าน กวี เล่าให้ฟังถึงการทำ  Book Club ที่จัดขึ้น

“เราชอบคำว่าออกแบบประสบการณ์นะ ได้ยินมาจากเพื่อนคนหนึ่ง และเรารู้สึกเห็นด้วยว่าการออกแบบประสบการณ์มันค่อนข้างสำคัญมากๆ เราไป  Book Club มาหลายที่ เจอทั้งแบบที่ประทับใจ และแบบที่รู้สึกได้ว่านี่ไม่ใช่พื้นที่ของเรา ก็เลยอยากทำให้ คอมมูนิตี้ที่สร้างกับเพื่อนๆ นี่แหละเป็นพื้นที่ของทุกคน” 

ดอกหญ้า ยกตัวอย่างหนังสือ และงานศิลป์อื่นๆ ที่สามารถจุดประเด็นให้การคุยสนุกยิ่งขึ้น ก่อนจะเพิ่มเติมว่า “คนทุกคนมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่แล้ว และคงเพราะพื้นฐานเป็นคนช่างคิดมาก เลยทำให้การหาประเด็นต่างๆ มักมาจากสิ่งที่อ่านหรือสิ่งที่ดู เรียกรวมๆ ว่าสิ่งที่เสพนั่นแหละ แม้ว่าคุณจะไม่ใช่คนที่ชอบพูดความคิดของตัวเอง แต่มั่นใจว่าจะมีหัวข้อที่คุณได้ลองพูดอย่างแน่นอน อย่างน้อยก็ความรู้สึกที่ได้มาคุยกันในนี้” ดอกหญ้ายิ้ม

ใน  Book Club ครั้งนี้ จึงชวนชาวเพื่อนเสพย์ตั้งคำถาม และข้อสังเกตเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และความเป็นมนุษย์บนโลก ผ่านหนังสือ Homo Gaia และ การ์ตูนยอดฮิตอย่าง The Hopper ที่มีความสอดคล้องกันอย่างน่ามหัศจรรย์ ราวกับย้ำว่า เรื่องของสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องของใครสักคน สิ่งสักสิ่ง แต่เป็นเรื่องของ ทุกคน ทุกสิ่ง และ ทุกอย่าง 

และหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ก็คิดได้ว่า 
หรือความจริงคือ เราไม่ได้ “อยู่กับธรรมชาติ” 
แต่เรา “เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ” มาตลอดกันแน่ ? 

Book Club เพื่อนเสพย์ ภาพจาก เพื่อนเสพย์
หนังสือ Homo Gaia

เพื่อน(ชวน)เสพย์ เด้งโดดเปลี่ยนโหมดเป็นมนุษย์กาญ่า 

เมื่อถามถึงคำถามที่ชวนจุดประเด็นให้แสดงความเห็น “ส่วนใหญ่คำถามมาจากหนังสือ Homo Gaia และการ์ตูน The Hopper นะ เราแค่นำมาออกแบบให้สามารถเข้าใจได้ โดยที่ไม่มีใครรู้สึกว่าตัวเองไม่รู้เรื่อง” แทบไม่ต้องให้ ใบไผ่ เฉลย ก็รู้ได้ทันทีว่าคำตอบคือ สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของเราทุกคนบนโลกใบนี้ เมื่อถามถึงเทคนิคของการตั้งคำถามที่ชวนให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นของตัวเองอย่างออกรสออกชาติจนลืมเวลา ใบไผ่ ก็ตอบอย่างภูมิใจ

 “พวกเราช่วยกันคิด คิดอะไรได้ก็โยนเข้ากลุ่ม และทุกคนอยากให้คำถามมันเปิดกว้าง อย่างน้อยถึงมีบางคนไม่พูดอะไร ก็คงได้อะไรจากคำตอบของหลายๆ คน ซึ่งทุกคนที่นั่งอยู่ในนี้มีความเห็นในมุมมองของตัวเองอยู่แล้ว และพวกเขาก็อยากทำให้โลกนี้มันดีขึ้นจริงๆ”

แทบไม่ต้องให้ใครยืนยัน เพราะแค่เห็นโปสเตอร์เชิญชวนมาร่วมงาน และผลตอบรับที่มีคนเข้ามาเกินกว่า 20 คน ไม่นับรวมการเดินเข้ามาหน้าร้านและนั่งฟังด้วยอีก เสียงตอบรับเหล่านี้การันตีแล้วว่า ประเด็นที่พวกเขาจุดขึ้นมาประสบความสำเร็จเกินกว่าที่คิดเอาไว้ คราวนี้ 'คุณฝ้าย' นักอ่าน นักเดินทาง หนึ่งในคนที่สร้างคอมมูนิตี้และเป็นตัวตั้งตัวตีที่หยิบยกหนังสือเล่มนี้มาป้ายยาเพื่อนๆ เริ่มเล่าบ้าง 

“มันเหมือน พรหมลิขิตเลยนะ เพราะตอนที่ฝ้ายชวนอ่านเล่มนี้ และคิดจะคุยกันเล่นๆ แบบออนไลน์กับกลุ่ม การ์ตูนเรื่อง The Hopper ก็เข้าโรงภาพยนต์พอดี ซึ่งความมหัศจรรย์คือ พูดถึงประเด็นเดียวกันแถบจะเป๊ะๆ ไม่นับรวมที่ พี่อ้อย สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ ผู้เขียน Homo Gaia อยู่กรุงเทพฯ และตอบรับคำเชิญมาร่วมงาน  Book Club  ครั้งนี้อีก คิดไม่ออกเลยว่าถ้าไม่ได้เรียกว่าพรหมลิขิตแล้วให้เรียกว่าอะไร ดังนั้นก็เลยชวนทุกคนมาทำ  Book Club  กันที่คาเฟ่ A BOOK with NO NAME ” 

 

 

ความท้าทายของการสร้างชุมชนเพื่อนเสพย์ กับ Book Club 

ฝ้ายเล่าว่า Book Club เพื่อนเสพย์ ครั้งนี้ถูกจัดเป็นครั้งที่ 2 และมั่นใจว่า ในทุกๆ ครั้งมันจะดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความใส่ใจและความชอบในการเสพของทุกคนในทีม 

“รู้ไหมว่าจัดนอกสถานที่ครั้งที่ 1 มีมากันแค่ 5 คนเอง แต่เข้าใจแหละเพราะหนังสือที่ชวนคุยตอนนั้น เป็นหนังสือที่เฉพาะกลุ่มมากๆ ว่าด้วยความรัก ความระทม และความไม่สมประดีของมนุษย์ ตอนนั้นมันท้าทายมากแต่ก็ทำด้วยความชอบแหละ แค่มีคนมาก็ดีใจแล้ว ” แววตาของดอกหญ้าและทีมผู้จัด Bookclub เพื่อนเสพย์ทุกคน มุ่งมั่นแบบนั้นจริงๆ 

“ความท้าทายสำหรับพวกเราไม่ใช่การที่คนมาร่วมน้อย แต่เป็นทำยังไงให้ใส่ใจได้ทั่วถึง รวมถึงการจัดในสถานที่ๆ เข้าถึงกลุ่มคนได้มากขึ้น เพราะอย่างที่บอกไป เราอยากออกแบบประสบการณ์ให้กับทุกคน ความท้าทายในครั้งต่อๆ ไปในอนาคตเลยเป็นเรื่องทำยังไงให้ทุกคนมาหาเราแล้วได้อะไรกลับไป”

นั่นเป็นคำตอบที่จริงจังและอบอุ่นที่สุดที่ได้รับมาเลยทีเดียว และไม่ปฏิเสธว่าการออกแบบประสบการณ์ของ ดอกหญ้า ใบไผ่ และ ฝ้าย รวมถึง มะกัน ทีมผู้จัดทุกคนที่จุดประเด็น เนรมิตหัวข้อชวนคุย เชื่อมโยงกับหนังสือและหนัง 2 งานอาร์ตให้เข้าคู่กันได้อย่างกลมกล่อม 

ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ยืนยันได้อีกอย่างว่าพวกเขาใสใจ และ รักชุมชนเล็กๆ นั้นคือ การออกแบบเครื่องดื่มที่มีธีม เฉพาะของหนังสือเรื่องนั้นๆ สำหรับในครั้งนี้ ในหัวข้อ เด้งโดดเปลี่ยนโหมดเป็นมนุษย์กาญ่า ทาง A BOOK with NO NAME ได้รังสรรค์เครื่องดื่มที่มาจากหนังสืออย่างในเมนู “ตานกฮูก” เมนูกาแฟรสเข้มผสมความเปรี้ยวของเบอร์รี  และ เมนูที่มาจากการ์ตูนอย่าง “บีเวอร์วิศวะกรตัวน้อย” มัจฉะปั่นพร้อมคุกกี้     

แม้ว่า Book Club จะจบไปแล้วแต่คำถามยังไม่จบง่ายๆ เมื่อทีมผู้จัดใจดีแชร์คำถามเอาไว้ในบทความให้ได้ลองขบคิดกันเล่นๆ หลังจากอ่านหนังสือ Homo Gaia กับการ์ตูน The Hopper และแน่นอนไม่ว่าจะตอบแบบไหน “ไม่เคยมีใครผิด” แบบที่ดอกหญ้าบอกเอาไว้

และคำถามที่ชวนคิดต่อ…

“การอ่านทำงานกับคุณยังไง?” 

 

ในโลกที่ทุกอย่างหมุนไว... หากวันหนึ่งร้านหนังสืออิสระหายไป เราจะเหลือพื้นที่ไหนให้หัวใจได้อนุญาตตัวเองให้  "ช้าลง" ? 

 

สุดท้ายแล้วคำถามของบทความนี้คือ… เรากำลังอ่านหนังสือเพื่อเข้าใจโลก  หรือเพื่อเข้าใจตัวเองกันแน่?  เพราะในโลกที่ทุกอย่างพยายามเร่งให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้น มนุษย์เรากลับเริ่มสงสัยในบางสิ่งที่ไม่เคยชัดเจนเลย นั่นคือ ธรรมชาติของมนุษย์

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ