ชีวิตในเมืองที่เร่งรีบ เต็มไปด้วยฝุ่นควันและป่าคอนกรีต ทำให้หลายคนโหยหาการได้กลับไปสูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติ แต่ในความเป็นจริง เราไม่สามารถหนีไปพักผ่อนต่างจังหวัดได้ทุกวัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ "Biophilic Design" (ไบโอฟิลิก ดีไซน์) หรือการออกแบบที่เชื่อมโยงมนุษย์เข้ากับธรรมชาติ กลายมาเป็นเมกะเทรนด์ระดับโลกที่ไม่ได้ตอบโจทย์แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังรวมถึงเรื่องสุขภาพจิตและสุขภาพกายอย่างลึกซึ้ง
วันนี้ PPTVHD36 จะพาไปเจาะลึกศาสตร์การแต่งบ้านสไตล์นี้ ว่าทำไมมันถึงกลายเป็น "ยาสามัญประจำบ้าน" ที่คนเมืองยุคใหม่ขาดไม่ได้ พร้อมไอเดียการเนรมิตพื้นที่จำกัดให้กลายเป็นโอเอซิสส่วนตัวของคุณเอง
Biophilic Design คืออะไร? ทำไมเราถึงขาดธรรมชาติไม่ได้
คำว่า "Biophilia" มาจากภาษากรีก แปลว่า "ความรักในสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติ" ศาสตร์นี้เชื่อว่ามนุษย์มีสัญชาตญาณที่ผูกพันกับธรรมชาติมาตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษ การถูกตัดขาดจากต้นไม้ แสงแดด และสายน้ำ จึงส่งผลเสียต่อความเครียดและประสิทธิภาพการทำงานของคนยุคใหม่
งานวิจัยทางจิตวิทยาและสถาปัตยกรรมระดับโลกหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่า การได้มองเห็นพื้นที่สีเขียวหรือวัสดุธรรมชาติ ช่วยลดระดับคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียด ทำให้ชีพจรเต้นช้าลง และช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นได้อย่างน่าทึ่ง
3 เสาหลักของการออกแบบสไตล์ Biophilic
การจะทำบ้านให้เป็น Biophilic Design ไม่ใช่แค่การซื้อต้นไม้มาตั้งไว้มุมห้องแล้วจบ แต่ต้องอาศัยการผสมผสาน 3 เสาหลักเข้าด้วยกัน ดังนี้
1. การเชื่อมต่อโดยตรงกับธรรมชาติ
คือการนำ "ของจริง" เข้ามาอยู่ในพื้นที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านหน้าต่าง อากาศที่ถ่ายเทได้สะดวก เสียงของน้ำไหล หรือการปลูกต้นไม้จริงในห้อง องค์ประกอบเหล่านี้จะกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของเราโดยตรง ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี
บทความแนะนำจาก PPTVHD36
2. การเชื่อมต่อทางอ้อม
สำหรับคอนโดมิเนียมหรือทาวน์โฮมที่อาจจะปลูกต้นไม้จริงได้ยาก การใช้วัสดุที่เลียนแบบธรรมชาติคือทางออกที่ดีที่สุด การใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้โชว์ลายตาไม้ การกรุผนังด้วยหินธรรมชาติ หรือแม้แต่การใช้โทนสีเอิร์ธโทนอย่างสีน้ำตาล สีเขียวตุ่น และสีเบจ ล้วนหลอกสมองให้รู้สึกผ่อนคลายได้เสมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
3. ประสบการณ์ของพื้นที่
นี่คือความลับที่นักออกแบบตกแต่งภายในมักใช้ คือการจัดสเปซให้มีมิติเหมือนในธรรมชาติ เช่น มีพื้นที่เปิดโล่งให้มองเห็นวิวไกลๆ และมีมุมหลบซ่อนที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย เหมือนนกที่ซ่อนตัวอยู่ในโพรงไม้ การจัดแปลนห้องแบบนี้จะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกถึงความสงบและมั่นคงทางอารมณ์
วิทยาศาสตร์ของการฟอกอากาศ เมื่อต้นไม้คือเครื่องกรองระดับ NASA
นอกเหนือจากเรื่องของจิตใจ ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมที่สุดของ Biophilic Design คือ "คุณภาพอากาศ" ข้อมูลจากโครงการวิจัยขององค์การนาซา ระบุชัดเจนว่า ต้นไม้ประดับในร่มหลายชนิดมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษที่ระเหยอยู่ในอากาศ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ ไซลีน และเบนซีน ซึ่งมักแฝงตัวมากับสีทาบ้าน กาว และเฟอร์นิเจอร์ไม้อัด
หากคุณเริ่มต้นอยากแต่งบ้านแนวนี้ แนะนำให้หาต้นไม้ที่เลี้ยงง่ายและตายยากมาลองก่อน เช่น ลิ้นมังกร ที่โดดเด่นเรื่องการคายออกซิเจนในเวลากลางคืน เหมาะมากสำหรับวางในห้องนอน หรือ พลูด่าง ที่ช่วยดูดซับคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ดีเยี่ยม
ปรับใช้ Biophilic Design กับที่อยู่อาศัยยุคใหม่ได้อย่างไร?
ไม่ว่าคุณจะอยู่บ้านเดี่ยว คอนโด หรือห้องเช่าเล็กๆ ก็สามารถนำหลักการนี้มาใช้ได้ง่ายๆ ตามข้อแนะนำเหล่านี้ครับ
-
เปิดรับแสงธรรมชาติ พยายามเปิดม่านในช่วงเช้าให้แสงแดดอ่อนๆ ส่องเข้ามาฆ่าเชื้อโรคและเติมพลังชีวิต หากหน้าต่างมีขนาดเล็ก ให้ใช้กระจกเงาบานใหญ่สะท้อนแสงแดดให้ห้องดูสว่างและกว้างขึ้น
-
สร้างสวนแนวตั้ง สำหรับคอนโดที่มีระเบียงแคบๆ การทำระแนงไม้แล้วแขวนไม้เลื้อยหรือต้นไม้กระถางเล็กๆ จะช่วยประหยัดพื้นที่ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนมีป่าส่วนตัว
-
ผสานเทคโนโลยีให้กลมกลืน ในยุคนี้เราหลีกเลี่ยงเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีดีไซน์มินิมอล หรือจัดวางทีวีให้กลมกลืนไปกับชั้นวางไม้ธรรมชาติ เพื่อไม่ให้เทคโนโลยีแย่งความโดดเด่นจากธรรมชาติไปทั้งหมด
-
ใส่ใจเรื่องเสียงและกลิ่น ใช้เครื่องพ่นอโรมา กลิ่นยูคาลิปตัส หรือกลิ่นไม้สน พร้อมกับเปิดเสียงน้ำไหลหรือเสียงนกร้องเบาๆ ในวันพักผ่อน จะช่วยปรับคลื่นสมองให้เข้าสู่โหมดผ่อนคลายระดับลึก
สรุป การลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อสุขภาพของคุณเอง
Biophilic Design ไม่ใช่แค่กระแสแฟชั่นที่มาแล้วก็ไป แต่เป็นการกลับคืนสู่รากเหง้าของมนุษย์ การตกแต่งบ้านสไตล์นี้คือการลงทุนเพื่อสุขภาพระยะยาว เพราะ "บ้าน" ควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด ที่คอยโอบกอดเราจากความวุ่นวายภายนอก การดึงเอาธรรมชาติกลับเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน จึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความสุข บำบัดความเครียด และฟอกอากาศบริสุทธิ์ให้เราได้หายใจอย่างเต็มปอดในทุกๆ วัน
บทความแนะนำจาก PPTVHD36