เมื่อพูดถึงสัตว์ที่มีความใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุด หลายคนอาจนึกถึงชิมแปนซีหรืออุรังอุตัง แต่ในความเป็นจริง กอริลลาเองก็เป็นหนึ่งในญาติใกล้ชิดที่สุดของมนุษย์เช่นกัน โดยมี DNA ร่วมกับมนุษย์มากกว่า 98%
ในบรรดากอริลลาทั้งหมด "กอริลลาที่ราบต่ำตะวันตก" หรือ Western Lowland Gorilla ถือเป็นชนิดย่อยที่มีจำนวนมากที่สุด ดังจะเห็นได้จากกอริลลาที่ราบต่ำตะวันตกที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น "บินตี ฮัว" ที่ลูบหลังเด็กน้อยหลังจากที่ตกลงไปในกรงของมัน และคำรามใส่ตัวที่จ้องจะเข้ามาทำร้าย หรือจะเป็น "ชาบานิ" และ "คิโยมาสะ" 2 พ่อลูกกอริลลาไอดอลจากสวนสัตว์ฮิงาชิยามะของญี่ปุ่น
แม้จะมีรูปร่างใหญ่โตและทรงพลัง แต่กอริลลาที่ราบต่ำตะวันตกกลับเป็นสัตว์ที่มีนิสัยสงบ ฉลาด และมีโครงสร้างสังคมซับซ้อนคล้ายมนุษย์อย่างน่าทึ่ง
ไพรเมตขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
กอริลลาที่ราบต่ำตะวันตกเป็นชนิดย่อยของกอริลลาตะวันตก (Western Gorilla) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gorilla gorilla gorilla ถือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับไพรเมต (Primates) และเป็นสมาชิกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มลิงไม่มีหาง (Great Apes)
พบกระจายพันธุ์ในป่าฝนเขตร้อนของแอฟริกากลาง เช่น กาบอง แคเมอรูน สาธารณรัฐคองโก สาธารณรัฐแอฟริกากลาง อิเควทอเรียลกินี และพื้นที่บางส่วนของแองโกลา โดยปัจจุบัน กาบองถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีกอริลลาที่ราบต่ำตะวันตกมากที่สุดในโลก
โดยกอริลลาเป็นกลุ่มไพรเมตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และกอริลลาที่ราบต่ำตะวันตกเป็นชนิดย่อยที่พบได้มากที่สุด ข้อมูลทั่วไปของตัวเต็มวัย ได้แก่ ตัวผู้สูงประมาณ 1.6–1.8 เมตรเมื่อยืนสองขา ตัวเมียสูงประมาณ 1.3–1.5 เมตร ตัวผู้หนักประมาณ 140–220 กิโลกรัม ตัวเมียหนักประมาณ 70–110 กิโลกรัม แม้จะดูเตี้ยกว่ามนุษย์เมื่อยืนตัวตรง แต่ลำตัวของพวกมันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมาก
ผู้นำฝูงฉายา "หลังเงิน"
ลักษณะเด่นอีกอย่างคือ แขนยาวมาก ช่วงแขนกว้างกว่า 2 เมตรในตัวผู้ขนาดใหญ่ แขนที่ยาวช่วยให้กอริลลาที่ราบต่ำตะวันตกเคลื่อนที่แบบใช้ข้อนิ้วมือเดิน (Knuckle Walking) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อเข้าสู่วัยโตเต็มที่ ตัวผู้จะมีขนสีเทาเงินขึ้นบริเวณแผ่นหลัง จึงได้รับฉายาว่า Silverback หรือ "หลังเงิน" ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของผู้นำฝูง
กอริลลาที่ราบต่ำตะวันตกใช้ชีวิตเป็นกลุ่มครอบครัว โดยทั่วไปมีสมาชิกประมาณ 5–20 ตัว บางฝูงอาจมีมากกว่า 30 ตัว สมาชิกประกอบด้วย ตัวผู้หลังเงิน 1 ตัว ตัวเมียหลายตัว ลูกกอริลลาหลายช่วงวัย
โดยตัวผู้หลังเงินมีบทบาทสำคัญในการป้องกันภัย ตัดสินใจเรื่องการเคลื่อนที่ หาแหล่งอาหาร และดูแลความสงบในฝูง หากเกิดอันตราย ผู้นำฝูงจะเป็นตัวแรกที่ออกมาปกป้องสมาชิก
สื่อสารหลากหลายรูปแบบ
กอริลลาที่ราบต่ำตะวันตกสามารถสื่อสารได้ผ่านเสียงร้อง สีหน้า ภาษากาย และการใช้มือ นักวิทยาศาสตร์พบว่า พวกมันสามารถส่งเสียงสื่อสารได้มากกว่า 20 รูปแบบ
นอกจากนี้ ยังถือเป็นหนึ่งในสัตว์ที่ฉลาดที่สุดในโลก มีการศึกษาพบว่า พวกมันสามารถใช้เครื่องมือ แก้ปัญหา จดจำบุคคล และเรียนรู้สัญลักษณ์ ในงานวิจัยพบว่า กอริลลาที่ราบต่ำตะวันตกบางตัวในโครงการวิจัยภายใต้การดูแลของมนุษย์สามารถเรียนรู้สัญลักษณ์หรือภาษามือขั้นพื้นฐานได้ ความสามารถเหล่านี้สะท้อนถึงระดับสติปัญญาที่ใกล้เคียงกับมนุษย์มากกว่าสัตว์ส่วนใหญ่
แม้จะมีรูปร่างใหญ่โตและทรงพลัง แต่กอริลลาที่ราบต่ำตะวันตกเป็นสัตว์กินพืชเป็นหลัก อาหารสำคัญ ได้แก่ ผลไม้ ใบไม้ หน่อไม้ เปลือกไม้ ลำต้นอ่อน และพืชป่า ผลไม้เป็นอาหารสำคัญมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าฝนเขตร้อน ตัวผู้โตเต็มวัยอาจกินอาหารได้มากกว่า 20 กิโลกรัมต่อวัน
วิศวกรแห่งป่าฝน
นักวิทยาศาสตร์มองว่า กอริลลาที่ราบต่ำตะวันตกเป็น "วิศวกรแห่งป่าฝน" เนื่องจากพวกมันช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ผ่านการกินผลไม้และขับถ่ายออกไปในพื้นที่ต่าง ๆ ต้นไม้จำนวนมากในป่าแอฟริกากลางจึงพึ่งพากอริลลาที่ราบต่ำตะวันตกในการกระจายพันธุ์ หากกอริลลาที่ราบต่ำตะวันตกหายไป ระบบนิเวศป่าฝนอาจได้รับผลกระทบในระยะยาว
กอริลลาที่ราบต่ำตะวันตก อาศัยอยู่ในป่าฝนเขตร้อน ป่าพรุ ป่าชุ่มน้ำ ป่าที่ราบต่ำ พวกมันใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนพื้นดิน แต่ยังสามารถปีนต้นไม้เพื่อหาอาหารได้
ทุกเย็นพวกมันจะสร้างรังจากกิ่งไม้และใบไม้สำหรับนอนพัก ก่อนสร้างรังใหม่อีกครั้งในวันถัดไป
กอริลลาที่ราบต่ำตะวันตกมีอัตราการสืบพันธุ์ค่อนข้างต่ำ โดยทั่วไปตั้งท้องประมาณ 8.5 เดือน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ลูกจะอยู่กับแม่ประมาณ 3–5 ปี และตัวเมียมักมีลูกใหม่ทุก 4–6 ปี อัตราการเพิ่มประชากรที่ช้าทำให้การฟื้นตัวของประชากรในธรรมชาติต้องใช้เวลานานมาก
ยักษ์ใจดีที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง
ปัจจุบัน กอริลลาที่ราบต่ำตะวันตกถูกจัดอยู่ในสถานะ Critically Endangered หรือ ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ประชากรในหลายพื้นที่ลดลงมากกว่า 60% ภายในไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา
หนึ่งในภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุด คือ โรคอีโบลา การระบาดในแอฟริกากลางเคยคร่าชีวิตกอริลลาหลายหมื่นตัว โดยบางพื้นที่สูญเสียประชากรกอริลลาไปมากกว่า 90% รวมถึงการลักลอบล่าสัตว์ผิดกฎหมาย การค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย การสูญเสียพื้นที่ป่า การทำเหมือง การตัดไม้ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทำให้ถิ่นอาศัยถูกแบ่งแยกและลดขนาดลง
ที่มา: WWF / Smithsonian National Zoo / National Geographic / Ueno Zoo