ไขรหัสความดังชั่วข้ามคืนจากเพจน้องใหม่ สู่การปรับตัวของ “สื่อ”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ทานโทษนะ! วลีสุดฮอตจากแฟนเพจเฟซบุ๊ก “เด็กต่างจังหวัด” ที่โด่งดังชั่วข้ามคืน เมื่อวันที่ 5 ก.ค.59 วันนี้ล่วงเลยมา 4 เดือนแล้ว ทีมนิวมีเดียพีพีทีวี จะพาไปพูดคุยถึงความเปลี่ยนแปลงและการรักษาฐานผู้ติดตามเพจเด็กต่างจังหวัด ของ “แอดมิน ลิ้ม”

ย้อนความดังชั่วข้ามคืนกับวลี “ทานโทษนะ!” กันสักนิด “แอดมิน ลิ้ม” บอกว่าได้ไอเดียมาจาก ชุดมิสแกรนด์ที่ใส่ประกวดที่มียอดไลค์ยอดแชร์เยอะมาก จึงคิดทำของดีประจำจังหวัดในแบบตัวเอง รูปแรกของของดีประจำจังหวัดคือ สับปะรด ของดี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และขนมหม้อแกง ของดี จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่เรียนในวัยประถม และมัธยมศึกษา (อ่านเพิ่ม : ทานโทษนะ! จากของดี “มิสแกรนด์” สู่เพจ “เด็กต่างจังหวัด”) 

“ช่วงสัปดาห์แรกที่ลงโพสต์ของดีประจำจังหวัด จำนวนผู้ไลค์เพจเพิ่มขึ้น 10,000 ไลค์ต่อวัน รวมหนึ่งสัปดาห์ได้ยอดไลค์เพจประมาณ 2 แสนกว่าไลค์ ผ่านมา 1 เดือน ยอดไลค์เพจเริ่มนิ่งจึงคิดวิธีที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกเพจ ปัจจุบันมีลูกเพจที่เหนียวแน่นอยู่ที่ 315,446 ไลค์”

คิดคอนเท้นท์ใหม่ๆ ไม่ยึดติดรูปแบบเดิม

“แอดมิน ลิ้ม” เล่าว่า พยายามจะสร้างคอนเทนท์ใหม่ ๆ โดยไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิม ๆ เห็นได้จากหลัง ๆ มีการทำเป็นอัลบั้มรูปเอาคำที่ความหมายเหมือนกันของแต่ละภาคที่เรียกต่างกันมาใช้ โดยใช้รูปแบบคำพูดกวน ๆ เช่น “This is…..ยูโน้ว?” ที่เห็นได้ชัดคือลูกเพจก็จะชอบ และรู้สึกตลกไปอีกแบบ                                                                                                                                            

นอกจากนี้ยังทำเพลงประจำจังหวัด ตั้งใจทำไปเรื่อย ๆ ไม่รีบ โพสต์ไปก็ยังไม่ถึง 10 จังหวัด อันนี้อยากทำเพราะอยากจะนำเสนอเรื่องน่าภูมิใจของจังหวัดบ้านเกิดที่ถูกนำมาเล่าผ่านบทเพลงมากมาย และส่วนตัวชอบฟังเพลงลูกทุ่ง ไม่ได้หวังผลการแชร์ การเป็นกระแสเท่าไร

“แอดมิน ลิ้ม” เล่าว่า จากวันแรกที่เพจดังสุดๆ จนถึงวันนี้สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ เพจเราใหญ่ขึ้น มีคนให้ความสนใจมากขึ้น เวลาลูกเพจมาคอมเม้นท์ก็จะได้รับรู้เรื่องราวหลากหลายมากขึ้น คำจากถิ่นอื่น ๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน เหมือนเรามีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้น รู้สึกอบอุ่น

“ก่อนหน้าที่เพจจะมียอดไลค์หลักแสน ตอนนั้นที่ทำก็หวังเพียงแค่ว่าเพจถึงแสนไลค์ก็พอใจแล้ว ช่วงนั้นจะโพสต์อะไรแต่ละที ก็ต้องคิดหลายมุมว่ามันจะถูกใจถูกแชร์ไปเยอะไหม แต่ตอนนี้เพจมาถึงสามแสนแล้ว ก็เรียกว่าเกินคาดหวังมามากแล้ว มุมมองในการโพสต์ก็จะไม่ค่อยคิดถึงว่ามันจะต้องโดนทุกครั้ง คิดแค่ว่าเฮ้ย...เรื่องนี้สนุกดี มีความรู้นิด ๆ แฝงอยู่ไปด้วย มีอารมณ์ขัน ก็จะโพสต์ไปเลย ถ้าถูกแชร์เยอะ ก็ถือว่าเป็นกำไร เหมือนพอทำเพจมาเรื่อย ๆ แล้วเราก็พอจะจับทางได้แล้วว่า พยายามทำให้มันเป็นธรรมชาติ นี่แหละดีที่สุดแล้ว ถ้าไปพยายามไปแต่งเติมมากไป คนก็ไม่ค่อยเข้าถึงอารมณ์”

แม้วันนี้ยอดไลค์ทะลุสามแสน แต่ “แอดมิน ลิ้ม” ยืนยันว่าเป้าหมายการทำเพจเด็กต่างจังหวัดยังเหมือนเดิม คืออยากให้พื้นที่ตรงนี้เป็นเหมือนบ้านนอก ที่เราทุกคนคุ้นเคยแต่เป็นบ้านนอกที่อยู่ในโลกโซเชียลมีเดีย ให้ทุกคนได้มาพบปะกัน ได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เคยมีมาเหมือนกัน อยากให้ทุกคนภูมิใจในบ้านเกิดตัวเอง และไม่อยากให้คิดว่าเราแตกต่างจากคนอื่น เพียงแค่เราพูดภาษากลางไม่ชัด หรือมีวิถีชีวิตที่ต่างออกไป รวมไปถึงพื้นที่ตรงนี้ยังสามารถทำให้เด็กกรุงเทพฯ สามารถเข้าใจเพื่อน ๆ ต่างจังหวัดของเขาได้มากขึ้นด้วย ผมชอบมากเวลาลูกเพจคนกรุงเทพฯ แท็กเพื่อนมาดูว่า ...นี่ไงเอ็งเคยพูดคำนี้ มันเป็นบทสนทนาที่น่ารักดี เรียกเสียงหัวเราะได้ทุกครั้ง

 

ความดังของเพจน้องใหม่บอกอะไร “สื่อ” ออนไลน์กระแสหลัก

“ความดังที่มาเร็วก็เหมือนขึ้นภูเขา ปีนขึ้นยอดเขาว่ายากแล้ว การยืนบนยอดเขาให้นานที่สุด ท่ามกลางความโดดเดี่ยวและเหน็บหนาวเป็นสิ่งที่ท้าทายมากกว่า”

ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ ม.หอการค้าไทย เปรียบเปรยการเติบโตที่รวดเร็วของเพจเฟซบุ๊กน้องใหม่ที่ดังชั่วเวลาข้ามคืน พร้อมวิเคราะห์การเติบโต ว่า เพจเหล่านี้มีสิ่งสำคัญ คือ

1.มีการทำคอนเท้นท์ (เนื้อหา) ที่ตรงจริต หรือความต้องการของกลุ่มผู้อ่าน ทำให้เกิดการแชร์ข้อมูลต่อ หรือบอกต่อ

2.เพจที่คนติดตามต้องมีลักษณะที่โดดเด่นกว่าคนอื่น และมีลักษณะเฉพาะ รวมทั้งผลิตคอนเท้นท์ขึ้นเองอยู่สม่ำเสมอ

3.เจ้าของเพจต้องแม่นยำเรื่องกลุ่มเป้าหมาย และต้องผลิตคอนเท้นท์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกเพจ เพื่อทำให้คนที่มีความกระหายคอนเท้นท์ติดตามอย่างต่อเนื่อง

ดร.มานะ กล่าวว่า คนในสังคมออนไลน์จะมองหาและสนใจคอนเท้นท์ใหม่ๆ ที่แตกต่างจากเดิม ขณะเดียวกันการสร้างคอนเท้นท์ซ้ำกับคนอื่นๆ จะทำให้เกิดยากเพราะมีต้นแบบที่จดจำไปแล้ว

ปัจจัยที่จะทำให้เพจเฟซบุ๊กใหม่ๆ เกิดขึ้นได้รวดเร็วและอยู่ได้นาน ดร.มานะ มองว่า เพราะมีส่วนประกอบที่ลงตัวและนำเสนอถูกเวลา คือ รู้จักกลุ่มเป้าหมายที่มากดไลค์เพจอย่างชัดเจน ผลิตคอนเท้นท์ได้โดนใจ มีการนำเสนอคอนเท้นท์ที่ผลิตเองสม่ำเสมอ รวมทั้งร่วมพูดคุยกับลูกเพจเพื่อสร้างการสื่อสารแบบสองทาง และสุดท้ายคือซื่อสัตย์จริงใจกับลูกเพจ หากจะขายของหรือโฆษณาก็ต้องมีความพอดีและรอจังหวะ ที่จะให้ลูกเพจยอมรับได้

“ยกตัวอย่าง เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict กับ อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ที่สามารถรักษายอดลูกเพจไว้ได้อย่างต่อเนื่อง และนานกว่า 2-3 ปีแล้ว เพราะมีวิธีสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกเพจ ทั้งการร่วมเล่นเกม การพูดแซว แจกของรางวัล และนำเสนอข่าวสารที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นการพูดคุยกับลูกเพจอย่างต่อเนื่อง”

แนะสื่อเปิดเพจเฟซบุ๊กเพิ่มเจาะเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม สร้างลีลาการนำเสนอที่แตกต่าง

ดร.มานะ กล่าวว่า ขณะนี้ตัวสื่อออนไลน์ของสำนักข่าวถูกจำกัดด้วยรูปแบบการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ทว่าทางออกของบางสื่อ คือ การสร้างเพจเฟซบุ๊กขึ้นมาเพิ่มเพื่อรองรับและนำเสนอข่าวให้กับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ โดยสร้างคอนเท้นท์ที่ต่างออกไปรวมถึงวิธีการนำเสนอใหม่ๆ

“เพจที่สื่อทำขึ้นใหม่อีกอัน อาจไว้สำหรับคอลัมนิสต์ที่เขียนภาษาแรงหน่อย และมีการนำเสนอที่ต่างออกไปจากสื่อหลัก หรือสื่อดั้งเดิม เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ต้องการรูปแบบเนื้อหาและการสื่อสารในอีกแบบ”

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ