ไดอารี่หนูติ่ง ตอนที่ 25

โดย PPTV Online

เผยแพร่

คำเตือน : ตอนนี้ยาว (มาก) และเหมาะเป็นพิเศษสำหรับติ่งที่กำลังหาข้อมูลเรื่องการรับรองเอกสารที่กรมการกงสุลและแผนกกงสุล สถานทูตเกาหลี


ช่วงนี้ฉันมีเหตุให้ต้องออกจากบ้านบ่อยๆ เพราะใกล้ถึงวันรับสมัครนักศึกษาเทอมใหม่ของ Sungkyun Language Institute (SLI) แล้ว เนื่องจากฉันสมัครเรียนกับ SLI เองโดยไม่ผ่านเอเจนซี่ที่ไหนก็เลยต้องจัดการเตรียมเอกสารต่างๆ นานาด้วยตัวเองทั้งหมด ซึ่งที่จริงแล้วการสมัครเรียนกับ SLI ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร แค่ต้องเตรียมเอกสารมากหน่อย เอกสารในการสมัครเรียนของเขามีอยู่ 4 อย่าง ได้แก่


1. ใบสมัครและข้อสอบก่อนเรียน


2. ใบรับรองวุฒิการศึกษาที่ได้รับการรับรองจากแผนกกงสุล สถานทูตเกาหลี (เฉพาะบางประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในบางประเทศที่ว่านั้น)


3. สำเนาพาสปอร์ต


4. สำเนาเอเลี่ยนการ์ด (ถ้ามี)


เหตุผลที่ทำให้หลายวันมานี้ฉันต้องเร่ไปที่นู่นที่นี่คือเจ้าเอกสารในข้อ 2 นั่นเอง เริ่มจากไปขอทรานสคริปต์ฉบับภาษาอังกฤษจากมหา'ลัยเป็นอันดับแรก จากนั้นก็หาเวลาไปกรมการกงสุล เสร็จจากที่แจ้งวัฒนะแล้วก็ต้องไปขอรับรองเอกสารจากสถานทูตเกาหลีอีกหนึ่งต่อ ทั้งนี้เพราะแผนกกงสุล สถานทูตเกาหลีเขากำหนดว่า "หากเป็นเอกสารจากโรงเรียนที่สอนโดยหลักสูตรภาษาไทย หรือเอกสารการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยขึ้นไป ต้องรับรองเอกสารที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ที่แจ้งวัฒนะก่อน"


แหม่ มันช่างหลายขั้นตอนดีแท้ ;ㅅ;


การรับรองเอกสารที่หน่วยงานราชการไทยออกให้ที่กรมการกงสุล


เอกสารที่ต้องเตรียม


1. ใบคำร้องขอรับรองนิติกรณ์เอกสาร (ดาวน์โหลดได้ที่ http://buff.ly/1xmcsYY หรือจะหยิบเอาที่กรมการกงสุลก็ได้)


2. เอกสารที่ต้องการให้รับรอง (กรณีของฉันคือทรานสคริปต์ซึ่งมหา'ลัยเป็นคนออกให้ และเนื่องจากมหา'ลัยของฉันเป็นมหา'ลัยรัฐซึ่งถือเป็นหน่วยงานราชการก็เลยสามารถนำไปขอรับรองได้เลย แต่ถ้าเอกสารที่นำไปยื่นเป็นเอกสารที่ออกโดยสถาบันการศึกษาของเอกชนจะต้องได้รับการลงนามจาก supervisor ที่กรมการกงสุลก่อนถึงจะนำไปขอรับรองได้ ลองไปอ่านรายละเอียดกันได้ที่ http://buff.ly/1xmcsYZ หัวข้อ "คำแนะนำการยื่นคำร้องขอรับรองเอกสาร")


3. สำเนาบัตรประชาชนพร้อมเซ็นรับรองสำเนา


ขั้นตอน


1. กรอกใบคำร้องให้เรียบร้อยแล้วนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นให้ประชาสัมพันธ์ตรวจเช็ค ถ้าขาดเหลืออะไรเขาจะบอกเรา แต่ถ้าครบถ้วนแล้วก็รับบัตรคิวจากเขาได้เลย เขาจะถามว่าต้องการแบบธรรมดาหรือแบบด่วน (ซึ่งฉันขอแบบด่วน) ได้รับบัตรคิวมาแล้วก็รอเรียกคิว (เรียกตามหมายเลขด้วยระบบอัตโนมัติ)


2. เมื่อถึงคิวแล้วให้นำเอกสารไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ เขาจะรับไปเช็คอีกครั้ง ถ้าเรียบร้อยดีก็จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ถ้ารับรองเอกสารธรรมดาจะมีค่าใช้จ่ายฉบับละ 200 บาท และจะได้รับเอกสารคืนในอีก 2 วันไม่นับวันที่ไปขอ ส่วนแบบด่วนอย่างที่ฉันขอฉบับละ 400 บาท ได้รับในวันที่ไปขอเลย จ่ายเงินแล้วก็ให้กลับไปรอเขาเรียกรับใบเสร็จ (คราวนี้เรียกด้วยการประกาศชื่อโดยเจ้าหน้าที่)


3. รับใบเสร็จและเงินทอน (ถ้ามี) แล้วนั่งรอเขาเรียกรับเอกสารซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง (เรียกด้วยการประกาศชื่อเช่นกัน)


4. นำใบเสร็จไปรับเอกสารคืน เซ็นชื่อรับ เท่านี้ก็เรียบร้อย


การรับรองเอกสารที่กงสุลเกาหลี


เอกสารที่ต้องเตรียม


1. ใบคำร้องขอรับรองเอกสาร (หยิบได้จากเคาน์เตอร์หมายเลข 3)


2. เอกสารที่ต้องการให้รับรอง (ต้องได้รับการรับรองจากกรมการกงสุลแล้ว)


3. สำเนาทุกหน้าของเอกสารที่ต้องการให้รับรอง


4. สำเนาบัตรประชาชนพร้อมเซ็นรับรองสำเนา


ขั้นตอน


1. กรอกใบคำร้องให้เรียบร้อย


2. กดบัตรคิวปุ่มหมายเลข 3 แล้วรอเขาเรียกคิว (ด้วยระบบอัตโนมัติ)


3. นำเอกสารทั้งหมดยื่นให้เจ้าหน้าที่ (ไม่ต้องห่วง เจ้าหน้าที่พูดภาษาไทยได้) จ่ายค่าธรรมเนียมฉบับละ 132 บาท รับใบเสร็จแล้วไปนั่งรอเขาเรียกรับเอกสารซึ่งใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที (ด้วยการประกาศชื่อ)


4. รับเอกสารคืนได้ทันที เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีการ


ได้เอกสารครบแล้วฉันก็จัดแจงสแกนแล้วส่งอีเมลไปพร้อมกับเอกสารอื่นๆ รอเขาตอบกลับมา แล้วก็ดำเนินการขั้นตอนต่อไปซึ่งจะเก็บไว้เขียนต่อตอนหน้าเพราะตอนนี้ยาวเหลือเกินแล้ว =[]=;


ไว้เจอกันใหม่นะ ตอนหน้าก็ยังเกี่ยวกับการเตรียมเอกสารอยู่ ‪#‎ถถถ‬


ป.ล. 1 กรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ ที่แจ้งวัฒนะนั้นอยู่คนละฟากฟ้ากับบ้านของฉันเลย วิธีเดินทางที่ง่ายที่สุดสำหรับฉันคือขึ้นรถไฟฟ้า BTS ไปลงสถานีหมอชิตแล้วต่อรถเมล์สาย 52 จากฝั่งสวนจตุจักร นั่งยาวๆ ไปลงหน้ากรมการกงสุล ติดต่อขอรับรองเอกสารได้ที่ชั้น 3 ของอาคาร บริการปกติยื่นได้ตั้งแต่เวลา 08.00-15.30 น. ปิดรับบัตรคิวยื่นเอกสาร เวลา 15.00 น. บริการด่วนยืนได้ตั้งแต่เวลา 08.00-12.00 น. ปิดรับบัตรคิวยื่นเอกสาร เวลา 12.00 น.


ป.ล. 2 แผนกกงสุล สถานทูตเกาหลีตั้งอยู่หน้าสถานทูตเกาหลีหรือที่มีชื่อเต็มๆ ยาวเฟื้อยว่า "สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย" วิธีเดินทางไม่ยาก แค่นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ไปลงที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ใช้ทางออกที่ 1 พอขึ้นบันไดเลื่อนถึงพื้นดินปั๊บให้เดินไปทางขวาแล้วตรงไปเรื่อยๆ จะเห็นสะพานลอยใหญ่ยักษ์ ก็ให้ข้ามสะพานนั้นไปลงฝั่งตรงข้าม เมื่อลงจากสะพานแล้วเดินเลียบฟุตบาทไปเรื่อยๆ ประมาณ 10 นาทีจะเห็นสยามนิรมิตร สถานทูตเกาหลีอยู่รั้วถัดไปเลย เขาเปิดทำการ 2 ช่วง คือ 8.30-11.30 น. และ 13.30-16.00 น.


- หนูติ่ง

ไดอารี่หนูติ่งตอนที่ 24

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ