ปีนี้อาเซียนอายุครบ 50 ปีพอดี ถ้าเป็นมนุษย์ก็ต้องบอกว่ากำลังเผชิญวิกฤตวัยกลางคน มีการวิพากวิจารณ์อย่างมากมายว่า อาเซียนยังไม่มีอะไรจะอวดประชาคมโลกได้ถึงแม้นว่าจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแล้วเป็นปีที่สองก็ตาม
ตามจริงอาเซียนมีดี อย่างน้อยในช่วงที่ผ่านมา ประเทศในอาเซียนไม่ได้รบกันแบบในภูมิภาคอื่นๆ มีสันติภาพและความั่งคั่ง จนเป็นที่อิจฉาขององค์กรภูมภาคอื่นๆ
นอกจากนั้นอาเซียนยังสามารถต่อรองกับมหาอำนาจไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา จีนหรือรัสเซีย เพราะเวลาอาเซียนรวมตัวกันรองมันมีพลัง อาเซียนไม่มีศัตรู ไม่ทำร้ายใคร จึงไม่มีเหตุผลทำให้มหาอำนาจะมาหาเรื่องกับสมาชิกอาเซียน ในทางตรงกันข้ามอาเซียนมีประโยชน์ในการช่วยประสานงานและเป็นเวทีให้มหาอำนาจได้พบกันและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
อาเซียนเริ่มสนใจปัญหาภายในสมาชิกอาเซียนด้วยกันมากข้น ทั้งนี้เป็นเพราะว่าสถานการณ์ในประเทศหนึ่งมีผลกระทบกระเทือนต่ออีกประเทศในอาเซียน ยกตัวอย่างล่าสุดเรื่องชะตากรรมของชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ ขณะนี้รัฐบาลของนางออง ซานซูจีกำลังปวดหัว พยายามแก้ไขอยู่ ทางทิศเหนือของประเทศเมียนมาร์
ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นางซูจีได้เรียกประชุมนัดพิเศษรัฐมนตรีต่างประเทศที่กรุงย่างกุ้ง เพื่อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ให้ผู้นำอาเซียนโดยตรง เพราะมีการปล่อยข่าวหลอกๆออกมาเยอะมากเกี่ยวกับเหตุการณ์ในรัฐยะไข่ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเข่นฆ่าชาวมุสลิม ไม่รู้ว่าข่าวไหนเป็นจ่าวจริง ข่าวปลอม เมื่อไม่นานมานี้ นางซูจียอมรับว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นจริง และได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสองชุดเพื่อที่จะมาตรวจสอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ
การที่ซูจีเข้าหาอาเซียนในลักษณะนี้ มีจุดมุ่งหมายชัดเจนพื่อลดแรงกดดันจากประชาคมโลกและอาเซียน ในฐานะเธอเคยเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย และการเคารพสิทธิมนุษยชน ประเด็นที่สองคือ เธอพยายามตีกรอบประเด็นเรื่องโรฮิญาไม่ให้กลายเป็นเรื่องต่างประเทศ พยายามให้อยู่ในกรอบอาเซียนไปพลางๆก่อน
อย่างน้อยๆ อาเซียนจะไม่ทำอะไรพลีพล่าม จะตัดสินใจทำอะไรลงไปต้องปรึกษากับทางรัฐบาลเมียนมาก่อน วิธีการนี้ ซูจีจะสามารถคุมเกมในบริบทอาเซียนได้อย่างดี ตอนนี้รัฐบาลของเธอทำอะไรได้ทำไปก่อน ไม่ต้องห่วงเพราะอาเซียนไม่แทรกแซงกิจกรรมภายในอยู่แล้ว ถ้าเมียนมาร์ต้องการความช่วยเหลือ อาเซียนก็พร้อมอยู่แล้ว
ท่าทีไทยน่าสนใจเพราะเข้าข้างเมียนมาร์อย่างชัดเจน นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ออกมาพูดตัดหน้าไว้ก่อนว่าปัญหานี้เป็นเรื่องภายในเมียนมาร์ ไทยเข้าใจเพราะสถานการณ์คล้ายกับภาคใต้ของไทย
ในอนาคตอาเซียนอาจจะมีกลไกใหม่ที่สามารถแก้ไขปัญหาภายในได้ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกอาเซียนที่เจอปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ
อีก 50 ปีข้างหน้าอาเซียน หวังว่า อาเซียนคงมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ทำให้องค์กรนี้สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาที่เผชิญหน้าได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องมามากล่าวหาว่าเป็นการแทรกแซงการเมืองภายใน
MOHD RASFAN / AFP