ถอยจ้าถอย ถอยได้เลยยาวยาว...สาเหตุที่เกริ่นนำขึ้นต้นมาแบบนี้ เปิดก๊อก...เศรษฐกิจ ไม่ได้ต้องการยียวนกวนประสาทแต่อย่างใด แต่ไม่หยิบมาเล่าคงไม่ได้ เพราะกระแสการทำใบขับขี่ใหม่ เกิดวิพากษ์วิจารณ์กันหนาหู เลยขอมาสรุปให้ทุกท่านได้เข้าใจ
เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นจากภายหลังจากที่ประชุม ครม.มีมติวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา รับทราบร่างเงื่อนไขกฎกระทรวงคมนาคม 2 ฉบับ โดยผู้ที่ขอออกใบขับขี่ใหม่จะต้องเข้ารับการอบรมจากโรงเรียนสอนขับรถจำนวน 15 ชั่วโมง เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
แต่ไม่ได้จบแค่เรื่องนี้ เพราะการอบรมจากโรงเรียนสอนขับรถ สิ่งที่ตามมาคือค่าเล่าเรียนนั้นเอง หรือเรียกง่าย ๆ ว่า หากต้องการมีใบขับขี่ใหม่ ค่าใช้จ่ายก็ต้องเพิ่มด้วยเช่นกัน เนื่องจากต้องไปอบรมจากโรงเรียนสอนขับรถ โดยตกอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 บาท ถือเป็นจุดสำคัญที่ประชาชนทั่วไปมองว่าเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายและเสียเวลามากเกินไป
หากย้อนไปดูรายละเอียดร่างเงื่อนไขกฎกระทรวงที่จะปรับปรุงใหม่ จะทำให้ผู้ที่สอบใบขับขี่ใหม่ ต้องอบรมเพิ่มขึ้นจากเดิม 5 ชั่วโมง เพิ่มเป็น 15 ชั่วโมง รวมทั้งเพิ่มทางเลือกหากประชาชนจะสอบใบขับขี่สามารถสมัครเรียน อบรม และสอบใบขับขี่ได้ที่โรงเรียนสอนขับรถยนต์เอกชนทีมีอยู่ 90 แห่งทั่วประเทศ แต่ขนส่งทางบกและขนส่งจังหวัด ยังคงให้บริการออกใบอนุญาต และ ต่อใบอนุญาตเช่นเดิม
ต้องยอมรับว่า กฎกระทรวงฉบับใหม่ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยข้อดีคือ ประชาชนจะมีทางเลือกหาที่เรียน อบรมและสอบใบขับขี่ เนื่องจากปัจจุบันปริมาณการจองเข้าอบรมที่ขนส่งทั่วประเทศมีปริมาณเข้ามามากและรองรับไม่เพียงพอกับความต้องการ แต่ข้อเสีย คือ ประชาชนอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นคนละ 5,000-6,000 บาท
ถือเป็นเหตุผลหลักทำให้ประชาชนไม่พอใจแนวทางใหม่ที่เตรียมจะนำมาใช้ เพราะเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว การอบรม 15 ชั่วโมงที่มากขึ้น จะช่วยเพิ่มการฝึกทักษะ แต่ก็เพิ่มค่าใช้จ่ายมหาศาล พร้อมถูกกระจายเข้าไปที่โรงเรียนสอนขับรถยนต์นั้นเอง
และไม่ทันข้ามคืน หลังเกิดกระแสถล่มบนโลกโซเชียล ทำให้กระทรวงคมนาคมต้องออกมาชี้แจงเป็นการด้วย เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยยืนยันว่ากฎกระทรวงดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้ คาดว่าต้องใช้เวลามากกว่า 1 ปีจึงจะแล้วเสร็จ ดังนั้นในขณะนี้การขอใบขับขี่รถยังคงเป็นไปตามเดิม
เอาเป็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นยังไม่ได้นำมาถูกใช้จริงจัง แต่คงต้องจับตาดูกันอย่างใกล้ชิด ว่าผลสรุปแล้วจะเป็นแบบเดิมหรือไม่ เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเพียงทางเลือก แต่ถ้าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นขนาดนี้ คงไม่โอเคสำหรับประชาชนอย่างแน่นอน เพราะต้องเข้าใจว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ล้วนเกิดจากการไม่เคารพกฎจราจร และปัญหาการบังคับใช้กฎหมายเสียมากกว่า