เมื่อสัก 5-10 ปีก่อน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “เฟซบุ๊ก” ถือเป็นอันดับหนึ่งแห่งวงการโซเชียลมีเดียอย่างแท้จริง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ด้วยการเกิดขึ้นของแพลตฟอร์มใหม่ ๆ การเปลี่ยนแปลงในระบบบางอย่างของเฟซบุ๊ก ประกอบกับการเข้ามาในแพลตฟอร์มของพ่อแม่ ก็ทำให้ผู้ใช้จำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนหนุ่มสาว พากันย้ายออกจากเฟซบุ๊กไปใช้แพลตฟอร์มอื่น จนหลายคนพากันแซวว่า ในเฟซบุ๊กเหลือแต่เหล่าผู้ชราเท่านั้น
กับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เฟซบุ๊กยังคงยืนยันว่า พวกเขา “ยังไม่ตาย” และบอกว่า เฟซบุ๊กไม่ใช่พื้นที่แค่สำหรับผู้ชราอย่างที่คนหนุ่มสาวพูดกันมาในช่วงหลายปีมานี้
อย่างไรก็ดี สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับโซเชียลมีเดียรายใหญ่รายนี้ก็ดูไม่สู้ดีเท่าไรนัก แม้ทุกวันนี้เฟซบุ๊กมีผู้ใช้ประมาณ 3 พันล้านคนล็อกอินเข้าระบบในแต่ละเดือน และมีคนล็อกอินทุกวันประมาณ 2 พันล้านคนก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับคู่แข่งตัวฉกาจที่สุดอย่าง TikTok ซึ่งดึงดูดผู้ใช้หลุ่มคนหนุ่มสาวไปเป็นจำนวนมาก
TikTok ขณะนี้กำลังถูกตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการละเมิดข้อมูลความเป็นส่วนตัวผู้ใช้หรือไม่ในหลายประเทศ จนอาจเป็นโอกาสอันดีที่เฟซบุ๊กจะคืนชีพกลับมาเป็นแพลตฟอร์มหลักของคนรุ่นใหม่อีกครั้ง แต่เรื่องเหมือนจะไม่ง่าย เมื่อคนรุ่นใหม่รู้สึกว่า เฟซบุ๊กไม่ได้มีอะไรดึงดูดใจอีกต่อไปแล้ว
กลียุคสำนักข่าวออนไลน์? เมื่อสำนักข่าวเริ่มใช้เอไอเขียนข่าวมากขึ้น
เดวิน วอลช์ วัย 24 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในแมนฮัตตันและทำงานด้านประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า “ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าฉันล็อกอินเข้าเฟซบุ๊กครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ มันคงเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว”
เธอบอกว่า เธอจะเข้าอินสตาแกรม (ซึ่งอยู่ภายใต้เมตาเช่นเดียวกับเฟซบุ๊ก) วันละ 5-6 ครั้ง และใช้ TikTok ประมาณ 1 ชั่วโมงในแต่ละวัน และเสริมว่า เธอสมัครเฟซบุ๊กครั้งแรกตอนเรียนอยู่ ป.6 และ ณ วันนี้ เธอจินตนาการไม่ออกเลยว่า เฟซบุ๊กจะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธออีกครั้งได้อย่างไร
“เมื่อนึกถึงเฟซบุ๊ก ฉันจะนึกถึงพวกเด็กเกเร คนแก่ พ่อแม่โพสต์แต่รูปลูก มีแต่คนอัปเดตสเตตัสแบบสุ่ม และคนทะเลาะกันเรื่องประเด็นทางการเมือง” วอลช์กล่าว
คนรุ่นใหม่หลายคนมองว่า เฟซบุ๊กไม่ใช่ที่ของพวกเขา และมองว่าเฟซบุ๊กนั้นเริ่มคล้ายกับอีเมลเข้าไปทุกที คือมีประโยชน์แต่น่าเบื่อ
เดบรา อาโฮ วิลเลียมสัน นักวิเคราะห์จาก Insider Intelligence ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของเฟซบุ๊กมาตั้งแต่ยุคแรก ๆ ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ใช้อายุน้อยของเฟซบุ๊กลดน้อยลงเรื่อย ๆ แต่ไม่เห็นเฟซบุ๊กเคลื่อนไหวหรือขยับไปไหนเลย
ทอม อลิสัน ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้ดูแลเฟซบุ๊ก บอกว่า แพลตฟอร์มมีแผนดึงดูดคนหนุ่มสาวให้กลับมาใช้งาน “เราเคยมีทีมงานเฟซบุ๊กที่เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรืออาจมีโครงการหนึ่งหรือสองโครงการที่ทุ่มเทให้กับการคิดไอเดียใหม่ ๆ”
เขาเสริมว่า “เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว เราบอกว่าสายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของเราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง วิวัฒนาการ และปรับให้เข้ากับความต้องการของคนหนุ่มสาว”
เขาเรียกว่า มันจะเป็นยุคของ “การค้นพบทางสังคม”
“เราได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจากสิ่งที่เราเห็นคนรุ่นต่อไปต้องการจากโซเชียลมีเดีย วิธีง่าย ๆ ที่ผมชอบอธิบายคือ เราต้องการให้เฟซบุ๊กเป็นสถานที่ที่คุณสามารถเชื่อมต่อกับคนที่คุณรู้จัก คนที่คุณต้องการรู้จัก และคนที่คุณควรรู้จัก” อลิสันกล่าว
ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เป็นศูนย์กลางของแผนนี้ เช่นเดียวกับที่ TikTok ใช้เอไอและอัลกอริทึมในการแสดงวิดีโอแก่ผู้คน
เฟซบุ๊กหวังที่จะใช้ประโยชน์จากเอไอที่ทรงพลังเพื่อเอาชนะใจและดึงดูดสายตาของวัยรุ่น การเปิดตัวฟีเจอร์ Reels (คอนเทนต์วิดีโอที่คล้าย TikTok) เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้อินสตาแกรมยังเป็นที่นิยม แม้ผู้ใช้บางส่วนจะนำคลิปจาก TikTok มารีไซเคิลใน Reels อีกทีก็ตาม
“สิ่งที่เราเห็นคือ ผู้คนจำนวนมากขึ้นต้องการแชร์ Reels พูดคุยเรื่อง Reels และเรากำลังเริ่มรวมคุณสมบัติการส่งข้อความกลับเข้าไปในแอปฯ เพื่อให้เฟซบุ๊กเป็นสถานที่ที่ไม่เพียงแต่ให้คุณได้ค้นพบสิ่งดี ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณเท่านั้น แต่คุณยังได้แบ่งปันและพูดคุยกับผู้คน” อลิสันกล่าว
วิลเลียมสันกล่าวว่า “คนหนุ่มสาวมักจะเป็นผู้กำหนดอนาคตของการสื่อสาร ฉันหมายความว่า นั่นคือจุดเริ่มต้นของเฟซบุ๊ก คนหนุ่มสาวสนใจมัน และเราเห็นว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นกับทุกแพลตฟอร์มโซเชียลที่เกิดขึ้น”
Insider Intelligence ประเมินว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กในสหรัฐฯ ที่อายุระหว่าง 18-34 ปีนั้น มีอยู่ประมาณ 28% ส่วน TikTok มีผู้ใช้กลุ่มดังกล่าวถึง 46% และอินสตาแกรมอยู่ที่ 42%
เรียบเรียงจาก Associated Press
ภาพจาก AFP