ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์การประท้วงขึ้นในฮอลลีวูด จากปัญหาค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรมและการเข้ามามีบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ในวงการบันเทิง ทำให้สตันท์แมนและนักแสดงบางส่วน รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในการผลิต ออกมาหยุดงานประท้วงและเรียกร้องความเป็นธรรม
ขณะเดียวกัน ยังเกิดกรณีของ ไมค์ มาสซา (Mike Massa) นักแสดงสตันท์แมน ที่ร่วมประท้วงด้วยการจุดไฟเผาตัวเอง
ผู้ประท้วงเหล่านี้ต้องการเรียกร้องค่าจ้างที่เป็นธรรมและต่อต้านการนำเอไอเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ รวมถึงปัญหาอื่น ๆ ที่กระทบต่ออาชีพของพวกเขา จึงส่งผลให้โปรเจกต์ใหญ่ ๆ ของค่ายหนังต่าง ๆ รวมถึงแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งได้รับผลกระทบและการทำงานต้องหยุดชะงักไปด้วย
ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านดังกล่าว เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งรายใหญ่ ได้มีความเคลื่อนไหว ประกาศ “จ้างทีมงานเข้ามาดูแลเอไอและแมชชีนเลิร์นนิ่ง (คอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง)” คอยดูแลระบบอัลกอริทึมของเน็ตฟลิกซ์ โดยเสนอรายได้ถึง 9 แสนดอลลาร์สหรัฐ (30.8 ล้านบาท)
โดยเน็ตฟลิกซ์จะใช้เอไอและแมชชีนเลิร์นนิ่งเข้ามาช่วยในการวางแผนการลงทุนของบริษัทในการพัฒนาภาพยนตร์ต่าง ๆ และยังรวมถึงการรวบรวมข้อเสนอแนะและความต้องการของผู้ใช้งาน
พูดง่าย ๆ ก็คือ เน็ตฟลิกซ์จะใช้เอไอเข้ามาวางแผนและประเมินการลงทุนรวมถึงดูแลอัลกอริทึมแทนพนักงานที่เป็นมนุษย์ โดย ฟราน เดรสเชอร์ จาก Sag-Aftra sinvสหภาพแรงงานอเมริกันที่เป็นตัวแทนของนักแสดงและผู้เชี่ยวชาญด้านบันเทิงและสื่ออื่น ๆ ได้กล่าวว่า อัลกอริทึมจะเป็นตัวกำหนดว่า ซีรีส์ซีซันหนึ่ง ๆ จะต้องมีกี่ตอน และซีรีส์นี้ต้องมีกี่ซีซัน เพื่อให้มียอดผู้ติดตามสูงขึ้นก่อนที่จะอยู่ในระดับคงที่ ซึ่งนั่นทำให้จำนวนตอนเหลือแค่ 6 – 10 ตอน และมีจำนวนซีซันลดลงเหลือแค่ 3-4 ซีซัน
เรื่องนี้ทำให้สหภาพแรงงานในฮอลลีวูดยิ่งวิตกกังวลว่า เอไอจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมบันเทิงอย่างไรบ้างในอนาคต
ถึงแม้ทางเน็ตฟลิกซ์จะไม่ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการประท้วงของคนในวงการบันเทิงที่เกิดขึ้นนี้ แต่ได้กล่าวยืนยันว่า เอไอจะไม่เข้ามาแทนที่ในส่วนของกระบวนการที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์
เรียบเรียงจาก BBC
ภาพจาก AFP