Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

ทำไม "Wonderwall" ถึงกลายเป็นเพลงประจำทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากเพลงฮิตยุค 90 สู่เสียงร้องที่ดังก้องทั้งสนาม ทำไม Wonderwall ถึงกลายเป็นเพลงประจำทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก?

ฟุตบอลโลกไม่ได้มีแค่ประตูสวย ๆ หรือเกมสุดดราม่า แต่ทุกครั้งที่ทัวร์นาเมนต์มาถึง มันยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่กลายเป็น "ภาพจำ" ของแต่ละชาติ นั่นคือ เพลง เพราะสำหรับแฟนบอลหลายประเทศ บางครั้งเสียงร้องจากอัฒจันทร์ก็ทรงพลังไม่แพ้เสียงนกหวีดในสนาม

ในฟุตบอลโลก 2026 เพลงที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของอังกฤษไม่ใช่เพลงชาติ God Save the King แต่กลับเป็น Wonderwall ของวง Oasis  

แข้งทัพสิงโตคำรามร่วมร้องเพลงกับแฟนบอล Reuters/Paul Childs
แข้งทัพสิงโตคำรามร่วมร้องเพลงกับแฟนบอล

เกาะติดทุกความเคลื่อนไหวฟุตบอลโลก 2026 กับ PPTV

ทุกครั้งที่อังกฤษเก็บชัยชนะ นักเตะจะเดินไปหาแฟนบอล ก่อนที่ทั้งสนามจะร้อง "Today is gonna be the day..." พร้อมกันจนกลายเป็นธรรมเนียมใหม่ของทีมชาติอังกฤษ 

แม้ก่อนหน้านี้เพลง Sweet Caroline จะเคยเป็นเพลงประจำทีมในศึกยูโร 2020 แต่ครั้งนี้ Wonderwall กลับเข้ามาแทนที่อย่างสมบูรณ์ จนแม้แต่ แฮร์รี่ เคน ดาวยิงฮีโร่ขวัญใจแฟนบอลทัพสิงโตคำราม ยังบอกว่านี่คือหนึ่งในโมเมนต์ที่ดีที่สุดที่เขาเคยสัมผัสในสีเสื้อทีมชาติ

อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าสนใจคือ Wonderwall ไม่ใช่เพลงที่ประสบความสำเร็จที่สุดของ Oasis และหลายคนก็ไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่า "Wonderwall" หมายถึงอะไร แต่สิ่งที่ทำให้เพลงนี้พิเศษ คือมันกลายเป็นความทรงจำร่วมของคนอังกฤษ หลายคนเติบโตมากับเพลงนี้ตั้งแต่ยุค 90 ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็ได้ยินมาตั้งแต่เด็ก เมื่อทุกคนร้องพร้อมกันในสนาม เพลงนี้เลยกลายเป็นความรู้สึกร่วมของคนทั้งชาติ

และอังกฤษก็ไม่ใช่ชาติเดียวที่มี "เพลงประจำทีม" เราไปส่องชาติอื่นกันบ้างดีกว่าว่าชาติไหนมีเพลงประจำทีมอะไรบ้าง

อาร์เจนตินา มี Muchachos เพลงที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของยุค ลิโอเนล เมสซี หลังแฟนบอลร้องกันทั้งประเทศในฟุตบอลโลก 2022 เนื้อเพลงพูดถึงทั้ง เมสซี และ ดีเอโก้ มาราโดนา จนกลายเป็นเหมือนบทสวดของแฟนบอลอาร์เจนไตน์

สกอตแลนด์ มี Flower of Scotland ที่แฟนบอลร้องกันก่อนเริ่มเกมมานานหลายสิบปี ขณะที่ เวลส์ มี Yma o Hyd เพลงภาษาท้องถิ่นที่สะท้อนความภาคภูมิใจในชาติ และกลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของฟุตบอลเวลส์ในยุคใหม่
.
เจ้าภาพร่วมอย่าง เม็กซิโก ก็มี Cielito Lindo ที่แทบทุกคนเคยได้ยินกับท่อน "Ay, ay, ay, ay..." ซึ่งดังก้องทุกครั้งที่ทีมชาติลงสนาม 

นี่จึงเป็นเสน่ห์อีกอย่างของฟุตบอลโลก เพราะแต่ละชาติไม่ได้เดินทางมาพร้อมแค่แท็กติก นักเตะ หรือธงชาติ แต่ยังพก "เสียงเพลง" ที่เป็นตัวแทนของความทรงจำ วัฒนธรรม และความผูกพันของแฟนบอลมาด้วย

และบางที...เมื่อฟุตบอลโลกจบลง สิ่งที่ผู้คนจำได้ อาจไม่ใช่แค่สกอร์การแข่งขัน แต่คือเสียงของคนทั้งสนามที่ร้องเพลงเดียวกันด้วยหัวใจดวงเดียวกัน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ