จากกีฬาที่เริ่มต้นขึ้นเพราะคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งอยากหาอะไรทำแก้เบื่อในบ้านพักตากอากาศที่เม็กซิโก เมื่อปี 1969 ในวันนี้ “พาเดล” กลายเป็นกีฬาที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก และกำลังจะสร้างอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ด้วยการถูกบรรจุเข้าสู่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20 นี้เป็นครั้งแรก
ปัจจุบันพาเดลมีผู้เล่นทั่วโลกมากกว่า 30 ล้านคน และความนิยมยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มคนที่เล่นกีฬาแร็กเกตเป็นประจำ
แต่ยังขยายไปสู่คนทั่วไป ครอบครัว นักกีฬาอาชีพ รวมถึงคนดังระดับโลกที่หันมาจับไม้พาเดลในเวลาว่าง
แต่กว่าที่กีฬาชนิดนี้จะเดินทางมาถึงจุดนี้ จุดเริ่มต้นของมันกลับเรียบง่ายกว่าที่คิด
ย้อนกลับไปในปี 1969 เอ็นริเก และ วิเวียนา คอร์คูเอรา ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านพักตากอากาศในย่าน Las Brisas เมืองอากาปุลโก ประเทศเม็กซิโก ทั้งคู่เริ่มโยนลูกบอลใส่กำแพงเพื่อฆ่าเวลา ก่อนที่วิเวียนา จะตกหลุมรักเกมดังกล่าวและอยากให้มันกลายเป็นกีฬาที่เล่นได้จริง
เธอจึงขอให้สามีสร้างสนามพาเดลขึ้นมาในบ้านพัก และสนามแรกก็ถือกำเนิดขึ้นด้วยขนาด 20 x 10 เมตร ทำจากปูนซีเมนต์และมีการปิดล้อมรอบสนามด้วยกำแพงและตาข่าย
เหตุผลหนึ่งที่เอ็นริเก ออกแบบสนามให้ปิดล้อมก็เพราะเขาไม่อยากให้ลูกบอลหลุดออกนอกสนามเหมือนประสบการณ์ที่เคยเจอในโรงเรียนประจำที่อังกฤษ สุดท้ายสิ่งที่เริ่มต้นจากการแก้เบื่อ กลับกลายเป็นจุดกำเนิดของกีฬาที่กำลังเติบโตไปทั่วโลก
แล้วพาเดลเล่นอย่างไร?
หากอธิบายให้เข้าใจง่าย พาเดลมีการนับคะแนนแบบเทนนิส แต่ใช้สนามที่มีขนาดเล็กกว่าประมาณหนึ่งในสาม โดยส่วนใหญ่เล่นในรูปแบบคู่ ใช้ไม้แร็กเกตแบบไม่มีเอ็น และมีสนามที่ถูกล้อมรอบด้วยกระจกและตาข่าย
ความสนุกอยู่ตรงที่กำแพงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งกั้นสนาม แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของเกม ผู้เล่นสามารถตีให้ลูกบอลกระเด้งกับกำแพงแล้วกลับมาเล่นต่อได้ ทำให้จังหวะที่ดูเหมือนบอลกำลังจะเสีย อาจกลายเป็นโอกาสกลับมาเล่นแต้มต่อได้อีกครั้ง
ลูกบอลของพาเดลมีขนาดเล็กกว่าลูกเทนนิส และการเสิร์ฟใช้วิธีเสิร์ฟใต้แขน ซึ่งช่วยให้คนที่ไม่เคยมีพื้นฐานกีฬาแร็กเกตมาก่อนสามารถเริ่มเล่นได้ง่ายขึ้น
เสน่ห์ของพาเดลจึงไม่ได้อยู่ที่การตีแรงที่สุด หรือการต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เป็นการผสมกันระหว่างเทคนิค การวางบอล การอ่านเกม การเคลื่อนที่ และการสื่อสารกับคู่ของตัวเอง
เพราะสนามมีขนาดเล็กและเล่นกันแบบคู่ ผู้เล่นจึงต้องประสานงานกันแทบตลอดเวลา ทั้งการบอกตำแหน่ง การแบ่งพื้นที่ และการตัดสินใจว่าจะเล่นบอลแบบไหน การเล่นพาเดลหนึ่งเกมจึงเต็มไปด้วยทั้งเรื่องกีฬาและเรื่องการสื่อสาร
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้พาเดลเข้าถึงคนทั่วไปได้ง่าย คือผู้เล่นสามารถสนุกกับการตีโต้ได้ตั้งแต่เริ่มต้น หลายคนสามารถตีโต้กันได้หลังจากลองเล่นไม่นาน ซึ่งแตกต่างจากกีฬาบางชนิดที่อาจต้องใช้เวลาฝึกพื้นฐานค่อนข้างมากกว่าจะเริ่มสนุกกับเกม
พาเดลยังไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพละกำลังเพียงอย่างเดียว การตีแรงไม่ได้หมายความว่าจะได้เปรียบเสมอไป เพราะการเลือกตำแหน่ง การวางบอล และการใช้กำแพงอย่างถูกจังหวะมีความสำคัญไม่แพ้กัน
นั่นทำให้พาเดลสามารถเล่นได้กับคนหลายช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก คนวัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ และยังเหมาะกับการเล่นร่วมกันในครอบครัว
ซึ่ง ความเป็น “กีฬาสังคม” ก็ถือเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้พาเดลเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะการเล่นแบบคู่ทำให้ผู้เล่นต้องพูดคุยและมีปฏิสัมพันธ์กันตลอดเกม
ขณะที่สนามพาเดลในหลายประเทศก็ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับเล่นกีฬาเท่านั้น แต่ยังมีคาเฟ่ บาร์ พื้นที่ทำงาน และกิจกรรมต่างๆ ทำให้กลายเป็นพื้นที่พบปะผู้คนไปพร้อมกัน
เมื่อกีฬาเล่นง่าย สนุก และสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบตัวได้ จึงไม่แปลกที่พาเดลจะสามารถขยายฐานผู้เล่นได้อย่างรวดเร็ว
โดยช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990 พาเดลยังคงเติบโตต่อเนื่อง การนำกำแพงใสเข้ามาใช้ช่วยให้ผู้ชมสามารถมองเห็นการแข่งขันได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงทำให้การถ่ายทอดสดและการบันทึกภาพการแข่งขันทำได้ง่ายขึ้น
จากนั้นพาเดลก็เดินหน้าสู่การเป็นกีฬาระดับนานาชาติอย่างเต็มตัว
ความนิยมของพาเดลยังสะท้อนผ่านจำนวนสนามและผู้เล่นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น ในอังกฤษมีผู้เล่นพาเดลมากกว่า 50,000 คนในช่วงปี 2023 ขณะที่ข้อมูลล่าสุดจาก LTA ระบุว่าในปี 2025 มีผู้ใหญ่และเยาวชนในสหราชอาณาจักรเล่นพาเดลมากถึง 860,000 คน เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากปีก่อนหน้า
แน่นอนว่าเมื่อกีฬาชนิดหนึ่งกำลังได้รับความนิยมขนาดนี้ ก็ย่อมดึงดูดคนดังและนักกีฬาระดับโลกเข้ามามีส่วนร่วมด้วย
ทั้ง เดวิด เบ็คแฮม, เซเรนา วิลเลียมส์ รวมถึงนักฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีกหลายคน ต่างเคยแสดงความสนใจหรือเล่นพาเดล ขณะที่อดีตนักฟุตบอลอย่างฮาเต็ม เบน อาร์กฟา อดีตตัวรุกพรสวรรค์สูง ถึงขั้นลงแข่งขันพาเดลอย่างจริงจังและมีอันดับในฝรั่งเศส
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าพาเดลกำลังเปลี่ยนจากกีฬาที่คนกลุ่มเล็กๆ รู้จัก ไปสู่กีฬาที่มีผู้เล่นและแฟนกีฬาในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
และหนึ่งในหมุดหมายสำคัญต่อไปก็คือ เอเชียนเกมส์ ไอจิ-นาโกย่า ครั้งที่ 20
การที่พาเดลกำลังเข้าสู่การแข่งขันเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรก ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกีฬาที่มีอายุเพียงราว 60 ปี เพราะจากเกมที่เริ่มต้นขึ้นในบ้านพักตากอากาศของคู่สามีภรรยาในเม็กซิโก วันนี้มันกำลังเดินทางเข้าสู่เวทีมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย
สำหรับประเทศไทยเอง พาเดลก็เตรียมออกสตาร์ตบนเวทีเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยมีการสนับสนุนการส่งนักกีฬาพาเดลทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 4 คน แบ่งเป็นนักกีฬาชาย 2 คน และหญิง 2 คน
ทีมชาย ได้แก่ นายอรรณพ ราเวอล์ และ นายสเตฟาโน มอชโซลา ขณะที่ทีมหญิง ได้แก่ นางสาวดาเรศร์ ศรีรุ่งเรือง และ นางสาวนาตาลี นาคประเสริฐ
ทั้ง 4 คนจะเป็นตัวแทนของประเทศไทยในการแข่งขันพาเดลบนเวทีเอเชียนเกมส์ ระหว่างวันที่ 28 กันยายน - 4 ตุลาคม ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของกีฬาพาเดลไทยบนเวทีระดับนานาชาติ และเป็นโอกาสในการทำความรู้จักกับกีฬาชนิดนี้ให้มากขึ้นผ่านการแข่งขันระดับทวีป
สิ่งที่น่าสนใจคือ พาเดลอาจไม่ได้เติบโตด้วยจุดขายเรื่องการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่เติบโตจากความรู้สึกว่า “ใครๆ ก็เล่นได้” ผู้เล่นใหม่สามารถสนุกกับเกมได้ค่อนข้างเร็ว ขณะเดียวกันก็ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาทักษะและกลยุทธ์ไปได้อีกไกลเมื่อเล่นในระดับที่สูงขึ้น
เส้นทางของพาเดลจึงน่าสนใจไม่แพ้ตัวเกมในสนาม เพราะนี่คือกีฬาที่กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า บางครั้งการจะทำให้คนหลงรักกีฬา ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากความยากหรือความซับซ้อน แต่อาจเริ่มจากการทำให้คนรู้สึกว่า “ลองเล่นดูสิ ใครๆ ก็เล่นได้”