เที่ยวเวียดนามกลางปี 2569 กับทริปดานังและฮอยอันแบบงบสบายกระเป๋า สัมผัสเมืองมรดกโลก นั่งกระเช้าบานาฮิลล์ พร้อมแจกพิกัดถ่ายรูปสวยอัปลงโซเชียลรัวๆ!
เวียดนามกลาง 2026 สวรรค์ของนักเดินทางสายคอนเทนต์และงบประหยัด
ในปี 2569 "เวียดนามกลาง" ยังคงครองแชมป์หนึ่งในจุดหมายปลายทางต่างประเทศที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย อ้างอิงจากข้อมูลของการท่องเที่ยวเวียดนามระบุว่า เมือง "ดานัง" และ "ฮอยอัน" มีการเติบโตของนักท่องเที่ยวอย่างก้าวกระโดด สาเหตุหลักมาจากระยะเวลาการบินที่สั้นเพียง 1 ชั่วโมง 40 นาทีจากกรุงเทพฯ ค่าครองชีพที่ใกล้เคียงหรือถูกกว่าไทยในบางมิติ และความสมบูรณ์แบบของภูมิทัศน์ที่มีครบทั้งทะเล ภูเขา และเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม
สำหรับใครที่กังวลเรื่องงบประมาณ ขอให้สบายใจได้เลย เพราะการมาเที่ยวเวียดนามกลางด้วยตัวเองนั้นง่ายแสนง่าย การคมนาคมครอบคลุมมากขึ้นผ่านแอปพลิเคชันเรียกรถอย่าง Grab และหากคุณวางแผนมาอย่างดี ทริป 4 วัน 3 คืน สามารถจัดการให้อยู่ในงบประมาณ 10,000 - 12,000 บาทต่อคน (รวมตั๋วเครื่องบินและที่พัก) ได้อย่างสบายๆ บทความนี้ PPTV HD 36 ได้รวบรวมแผนการเดินทางแบบเจาะลึก พร้อมแจกพิกัดมุมถ่ายรูปเด็ดๆ ที่จะทำให้เพื่อนในโซเชียลต้องทักมาถามว่า "ไปเที่ยวที่ไหนมา!"
เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง
เพื่อให้การเดินทางราบรื่นและควบคุมงบประมาณได้ตามเป้าหมาย นี่คือสิ่งที่คุณต้องเตรียมพร้อมสำหรับทริปเวียดนามกลาง:
-
ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ การจองตั๋วโปรโมชันข้ามเดือนกับสายการบิน Low-cost มักจะได้ราคาประมาณ 3,500 - 5,000 บาท แนะนำให้บินลงที่ ท่าอากาศยานนานาชาติดานัง (DAD) ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองเพียง 10 นาที
-
การแลกเงิน สกุลเงินของเวียดนามคือ "ดอง" (VND) อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณคือ 10,000 ดอง = 14 บาทไทย แนะนำให้พกบัตร Travel Card ไปด้วย เพราะปัจจุบันร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านสะดวกซื้อในดานังและฮอยอันรองรับการแตะจ่ายเกือบทั้งหมด ช่วยลดความสับสนในการนับธนบัตรที่มีศูนย์หลายตัวได้ดีมาก
-
แอปพลิเคชันที่ต้องมี โหลดแอป Grab สำหรับเรียกรถยนต์และสั่งอาหาร (ผูกบัตรเครดิตไว้ได้เลย) และแอป Google Translate แบบออฟไลน์ภาษาเวียดนาม เพราะแม่ค้าท้องถิ่นบางร้านอาจสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้
วันที่ 1: เช็กอินดานัง สัมผัสกลิ่นอายทะเล และแสงสียามค่ำคืน
วันแรกของการเดินทาง เราจะเน้นการปรับตัวและดื่มด่ำกับบรรยากาศของเมืองดานัง เมืองใหญ่อันดับ 3 ของเวียดนามที่มีการผสมผสานระหว่างความเป็นเมืองเศรษฐกิจริมทะเลและพื้นที่สีเขียวอย่างลงตัว
1. หาดหมีเคว
หาดทรายขาวละเอียดที่ทอดตัวยาวกว่า 30 กิโลเมตร ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Forbes ให้เป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดในโลก น้ำทะเลที่นี่มีความใสสะอาดและคลื่นไม่แรงมาก เหมาะแก่การเดินเล่นรับลม
-
มุมถ่ายรูปปังๆ แนะนำให้มาในช่วงเย็น (16.00 - 17.00 น.) แสงแดดสีส้มอ่อนๆ กระทบกับเกลียวคลื่นจะทำให้ภาพดูละมุนตามาก หรือจะเช่าเก้าอี้ชายหาดพร้อมสั่งน้ำมะพร้าวมาจิบเป็นพร็อพ ก็ได้ฟีลลิ่งซัมเมอร์แบบสุดๆ
-
ทริคประหยัดงบ การเดินเล่นริมหาดนั้นฟรีตลอดแนว! หากหิว สามารถแวะซื้อสตรีทฟู้ดริมหาดอย่าง "บ่อเบี้ย" (Bo Bia - ปอเปี๊ยะสดเวียดนาม) ในราคาเพียงหลักสิบ
2. วัดหลินอึ๋ง แหลมเซินจ่า
เช่ารถหรือเรียก Grab ขึ้นไปบนคาบสมุทรเซินจ่า เพื่อสักการะ "เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม" มีความสูงถึง 67 เมตร ยืนตระหง่านหันหน้าออกสู่ทะเล เชื่อกันว่าท่านคอยปกปักรักษาเมืองดานังให้รอดพ้นจากพายุไต้ฝุ่น
-
มุมถ่ายรูปปังๆ บริเวณลานหน้าเจ้าแม่กวนอิม สามารถถ่ายภาพมุมกว้างแบบพาโนรามา (Panorama) เห็นวิวอ่าวดานัง ตัวเมือง และเส้นขอบฟ้าที่ตัดกับทะเลสีครามได้อย่างชัดเจน
3. สะพานมังกร และ สวนเอเปค
ตกค่ำ ดานังจะเปลี่ยนเป็นเมืองแห่งแสงสี แลนด์มาร์กสำคัญคือ สะพานมังกร สะพานเหล็กยาว 666 เมตรที่ออกแบบเป็นรูปมังกรสีทองเลื้อยข้ามแม่น้ำฮาน หากคุณมาตรงกับวันศุกร์ เสาร์ หรืออาทิตย์ เวลา 21.00 น. จะมีการแสดงมังกรพ่นไฟและพ่นน้ำที่น่าตื่นตาตื่นใจ
-
มุมถ่ายรูปปังๆ ก่อนชมสะพานมังกร ให้แวะไปที่ APEC Park สวนสาธารณะที่มีสถาปัตยกรรมโดมโค้งคล้ายว่าวขนาดยักษ์ ถ่ายรูปตอนเปิดไฟประดับในตอนกลางคืนจะได้ความรูปทรงล้ำยุคที่เท่มากๆ
บทความแนะนำเพิ่มเติมจาก PPTV HD 36
- รีวิว 5 เสื้อกันฝนเดินป่า กันน้ำ 100% ไม่อบอ้าว สายลุยต้องมี
- แนะนำ 5 เตาแก๊สพกพาสายแคมป์ จุดติดง่ายสู้พายุฝนและลมแรงได้ชัวร์
- เจาะลึก 5 สเปรย์กันยุงและทากหน้าฝน สายเดินป่าต้องมีติดเป้ด่วน
- วิธีรับมือ 'ตะขาบ-แมงป่อง-งู' บุกเต็นท์หน้าฝน สายแคมป์ต้องรู้
วันที่ 2: ตะลุยบานาฮิลล์ หมู่บ้านฝรั่งเศสเหนือม่านเมฆ
วันที่สองคือไฮไลต์ของการมาดานัง เราจะอุทิศเวลาเต็มวันให้กับ "ซันเวิลด์ บานาฮิลล์" อดีตสถานที่พักตากอากาศของชาวฝรั่งเศสในยุคอาณานิคม ที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสนุกและรีสอร์ตแบบครบวงจรบนยอดเขาสูงกว่า 1,487 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้ที่นี่มีอุณหภูมิเย็นสบายตลอดทั้งปี
ข้อมูลเชิงลึกและการเดินทางสู่บานาฮิลล์
การขึ้นสู่บานาฮิลล์ต้องใช้ระบบกระเช้าลอยฟ้า ที่ได้รับการบันทึกในกินเนสส์บุ๊ก ว่าเป็นกระเช้าลอยฟ้าสายเดี่ยวที่ยาวที่สุดในโลก (5,801 เมตร) แนะนำให้จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Klook หรือ Traveloka ซึ่งมักจะได้ราคาที่ถูกกว่าการไปซื้อหน้างาน และสามารถเลือกแพ็กเกจรวมบุฟเฟต์อาหารกลางวันเพื่อความคุ้มค่า (ประมาณ 1,200 - 1,500 บาท)
จุดเช็กอินถ่ายรูปที่ห้ามพลาดบนบานาฮิลล์
-
สะพานมือยักษ์ มาสเตอร์พีซทางสถาปัตยกรรม สะพานสีทองความยาว 150 เมตรที่ถูกอุ้มด้วยอุ้งมือหินขนาดยักษ์ เคล็ดลับการถ่ายรูป หากต้องการภาพที่ไม่มีคนพลุกพล่าน ต้องขึ้นกระเช้ารอบแรกสุด (ประมาณ 07.30 น.) หรือเลือกพักค้างคืนบนบานาฮิลล์
-
หมู่บ้านฝรั่งเศส เดินลัดเลาะไปตามปราสาทหินสไตล์กอทิก และโบสถ์จำลอง Saint Denis เตรียมชุดเดรสสไตล์ยุโรปวินเทจ หรือเสื้อโค้ทสวยๆ มาโพสท่ามุมไหนก็เหมือนบินไปเที่ยวฝรั่งเศสจริงๆ
-
สวนดอกไม้แห่งความรัก สวนดอกไม้สไตล์ยุโรป 9 โซนที่มีเรื่องราวต่างกัน เต็มไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวที่เบ่งบานหลากสีสัน
-
สวนสนุกแฟนตาซีพาร์ค เล่นเครื่องเล่นฟรี (รวมในค่าตั๋วแล้ว) ทั้งรถไฟเหาะอัลไพน์โคสเตอร์ (Alpine Coaster) ที่ให้คุณเบรกและเร่งความเร็วด้วยตัวเอง พร้อมชมวิวป่าเขาแบบ 360 องศา
วันที่ 3: นั่งเรือกระด้ง และหลงมนต์เสน่ห์เมืองเก่าฮอยอัน
เช้าวันที่สาม เก็บกระเป๋าแล้วเรียก Grab ย้ายเมืองจากดานังไปยัง "ฮอยอัน" ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศใต้เพียง 30 กิโลเมตร (ค่ารถประมาณ 400-500 บาท หารกันกับเพื่อนถือว่าคุ้มมาก) ฮอยอันเป็นเมืองท่าโบราณที่เคยรุ่งเรืองในศตวรรษที่ 15-19 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2542
1. สนุกสุดเหวี่ยงกับการนั่งเรือกระด้ง
ก่อนเข้าเมืองเก่า แวะไปที่หมู่บ้านป่ามะพร้าวเจ็ดไร่ เพื่อทำกิจกรรมยอดฮิตคือการ "นั่งเรือกระด้ง" หรือเรือไม้ไผ่สานทรงกลม ล่องไปตามลำคลองที่เต็มไปด้วยต้นจากและป่ามะพร้าว
-
กิจกรรมไฮไลต์ คนพายเรือจะโชว์ลีลาการหมุนเรือกระด้งด้วยความเร็วสูงประดุจเครื่องเล่นในสวนสนุก (ใครไม่อยากหมุนสามารถบอกเขาได้) พร้อมเปิดเพลงแดนซ์เกาหลีและเพลงไทยสร้างความบันเทิงตลอดเส้นทาง
-
มุมถ่ายรูปปังๆ สวมหมวกงอบเวียดนาม ที่มีให้ในเรือ นั่งโพสท่าชิคๆ กลางดงป่ามะพร้าว ได้ภาพแนวแอดเวนเจอร์เชิงนิเวศที่สวยงาม
2. เดินทอดน่องในเขตเมืองเก่าฮอยอัน
ช่วงบ่ายแดดร่มลมตก คือเวลาที่ดีที่สุดในการเข้าไปเดินเล่นในเขตเมืองเก่า เสน่ห์ของฮอยอันคืออาคารบ้านเรือนที่ทาด้วย "สีเหลืองมัสตาร์ด" ตัดกับสีของดอกเฟื่องฟ้าที่เลื้อยระย้าลงมาจากระเบียง และหลังคากระเบื้องดินเผาทรงหยินหยาง
-
สถาปัตยกรรมที่ต้องแวะ สะพานญี่ปุ่น สะพานไม้เก่าแก่ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง, สมาคมชาวจีนฟุกเกี้ยน, และบ้านโบราณตระกูลเติ่นกี
-
มุมถ่ายรูปปังๆ การเช่า "ชุดอ่าวหญ่าย" ชุดประจำชาติเวียดนาม ซึ่งมีร้านให้เช่ามากมายในราคาเพียง 200-300 บาทต่อวัน ใส่เดินถ่ายรูปคู่กับกำแพงสีเหลือง หรือร้านโคมไฟ จะทำให้คุณได้รูปโปรไฟล์ใหม่ที่สวยสะกดทุกสายตา
3. ล่องเรือขอพรแม่น้ำทูโบนยามค่ำคืน
เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เมืองฮอยอันจะถูกจุดประกายด้วยโคมไฟผ้าไหมนับพันดวง กิจกรรมที่พลาดไม่ได้คือการซื้อกระทงกระดาษเล็กๆ ลงไปล่องเรือไม้พายบนแม่น้ำทูโบน ท่ามกลางแสงเทียนที่สะท้อนผิวน้ำ โรแมนติกอย่าบอกใคร!
บทความแนะนำเพิ่มเติมจาก PPTV HD 36
- 5 อาการเตือนร่างกายพัง! สัญญาณต้องดีท็อกซ์ พร้อมวิธีล้างพิษที่บ้าน
- เช็กลิสต์ 10 อุปกรณ์กางเต็นท์หน้าฝน สายแคมป์เอาตัวรอดได้ชัวร์
- เจาะลึก 5 แหล่งน้ำแร่ธรรมชาติในไทย สายแคมป์ปิ้ง-รักสุขภาพต้องรู้
- เจาะลึก 'น้ำแร่ vs น้ำกรอง' แบบไหนดีต่อสุขภาพและสมดุลเลือด
วันที่ 4: คาเฟ่ฮอปปิ้ง ช้อปปิ้งของฝาก และส่งท้ายด้วยของอร่อย
วันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ เราจะจัดสรรเวลาสำหรับการตระเวนกินอาหารพื้นเมืองแท้ๆ นั่งชิลในคาเฟ่สวยๆ และซื้อของฝากกลับไปฝากคนที่บ้าน
1. ลิ้มรสกาแฟเวียดนามที่ Cong Caphe
เวียดนามเป็นประเทศที่ส่งออกกาแฟโรบัสต้าเป็นอันดับต้นๆ ของโลก วัฒนธรรมการดื่มกาแฟจึงเข้มแข็งมาก แนะนำให้แวะร้าน Cong Caphe ร้านกาแฟตกแต่งสไตล์ทหารเวียดกงยุคเก่า เมนูที่ห้ามพลาดคือ "กาแฟมะพร้าว" ที่นำกาแฟรสเข้มข้นมาปั่นรวมกับสมูทตี้มะพร้าวหอมมัน รสชาติหวานขมลงตัวสุดๆ
2. ตะลุยกินสตรีทฟู้ด
การมาเวียดนามกลางจะไม่สมบูรณ์หากไม่ได้ลองอาหารท้องถิ่นเหล่านี้:
-
เฝอ ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสสไตล์เวียดนาม น้ำซุปต้มกระดูกวัวหรือไก่ที่เคี่ยวจนหวานหอม ทานคู่กับผักชีฝรั่งและสะระแหน่
-
หมี่กว๋าง บะหมี่แห้งเส้นแบนสีเหลือง (สีจากขมิ้น) ราดด้วยน้ำขลุกขลิก ใส่หมูสามชั้น กุ้ง หอมแดงทอด และโรยด้วยถั่วลิสงคั่ว เป็นอาหารประจำถิ่นของเวียดนามกลางโดยเฉพาะ
-
บั๋นหมี่ แซนด์วิชบาแก็ตสไตล์เวียดนาม แป้งขนมปังกรอบนอกนุ่มใน ยัดไส้ด้วยหมูย่าง ตับบด และผักดอง หาซื้อได้ทั่วไปตามรถเข็นริมทาง ราคาประหยัดและอิ่มท้องมาก
3. ช้อปปิ้งละลายเงินดองที่ตลาดฮาน
กลับมาที่เมืองดานัง แวะตลาดฮาน ตลาดสดขนาดใหญ่ 2 ชั้นที่เป็นศูนย์รวมของฝากทุกชนิด ชั้นล่างเน้นขายอาหารแห้ง กาแฟเวียดนาม (แบรนด์ G7 หรือ Trung Nguyen) เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และเยลลี่มะม่วงยอดฮิต ส่วนชั้นบนเป็นแหล่งขายเสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าสาน
-
ทริคประหยัดงบ การซื้อของที่ตลาดฮาน "ต้องต่อราคา" เสมอ! แม่ค้ามักจะบอกราคาเผื่อต่อไว้สูง แนะนำให้ต่อรองลงมาประมาณ 30-40% หากตกลงไม่ได้ให้ลองเดินดูร้านอื่น เพราะสินค้ามักจะคล้ายคลึงกัน
บทสรุป ทำไมทริปเวียดนามกลางถึงคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์?
การเดินทางมายังดานังและฮอยอันในปี 2569 เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า "การท่องเที่ยวต่างประเทศไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะเสมอไป" หากคุณรู้จักการวางแผน จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า เลือกใช้แอปพลิเคชันเรียกรถแทนการเหมาแท็กซี่ และเพลิดเพลินไปกับอาหารสตรีทฟู้ดที่มีเอกลักษณ์ คุณจะพบว่าเวียดนามกลางคือภูมิภาคที่ตอบโจทย์ครบทุกประสาทสัมผัส ทั้งสถาปัตยกรรมตระการตา ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ และวัฒนธรรมที่จับต้องได้
เตรียมกล้องถ่ายรูปให้พร้อม เคลียร์พื้นที่ความจำโทรศัพท์มือถือให้ว่าง แล้วออกไปสร้างคอนเทนต์สุดปังที่เวียดนามกลางกันเถอะ รับรองว่าทริปนี้จะได้รูปสวยๆ กลับมาอัปลงโซเชียลได้ข้ามปีอย่างแน่นอน!