Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

เจาะลึก 5 สเปรย์กันยุงและทากหน้าฝน สายเดินป่าต้องมีติดเป้ด่วน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เข้าป่าหน้าฝนต้องระวัง! เจาะลึก 5 สเปรย์กันยุงและทาก ไอเทมเด็ดที่สายแคมป์ปิ้งและนักเดินป่าต้องมีติดเป้ ป้องกันไข้มาลาเรียและสัตว์ดูดเลือดชัวร์

ฤดูฝนคือช่วงเวลาที่ "ป่าดิบชื้น" ในประเทศไทยเผยความงดงามออกมาได้อย่างเต็มที่ที่สุด ทะเลหมอกหนาตา น้ำตกที่ไหลเชี่ยว และความเขียวขจีของมอสเฟิร์น ดึงดูดให้นักเดินป่าจำนวนมากยอมแบกเป้ฝ่าความเฉอะแฉะเข้าไปสัมผัสธรรมชาติ แต่ในความสวยงามนั้นกลับซ่อนเพชฌฆาตตัวจิ๋วที่อันตรายที่สุดเอาไว้ นั่นคือ "ยุงป่า" ที่เป็นพาหะนำโรคไข้มาลาเรียและไข้เลือดออก รวมถึง "ทากดูดเลือด" กองทัพสัตว์หน้าดินที่พร้อมจะเกาะติดและดูดเลือดคุณโดยไม่รู้ตัว

การพกพาสเปรย์กันยุงและทากจึงไม่ใช่แค่ "ทางเลือก" แต่เป็น "อุปกรณ์กู้ชีพ" ที่สำคัญไม่แพ้เต็นท์หรือถุงนอนเลยทีเดียว ทว่าเมื่อเดินเข้าไปในแผนกอุปกรณ์แคมป์ปิ้ง คุณจะพบกับสเปรย์นับสิบยี่ห้อที่มีส่วนผสมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกสเปรย์ผิดประเภทอาจหมายถึงการถูกยุงรุมกัดตลอดคืน หรืออาจรุนแรงถึงขั้นสเปรย์ไปละลายอุปกรณ์ราคาแพงของคุณได้ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึก 5 ประเภทสเปรย์กันยุง-ทากที่สายเดินป่าต้องรู้จัก อิงตามหลักวิทยาศาสตร์ของสารออกฤทธิ์ เพื่อให้คุณเลือดยี่ห้อและสูตรที่ตรงกับลักษณะการลุยป่าของคุณมากที่สุด

ทำความเข้าใจ "เรดาร์" ของยุงและทาก ก่อนเลือกอาวุธปราบ

ก่อนที่เราจะไปเลือกสเปรย์ เราต้องเข้าใจก่อนว่าสัตว์เหล่านี้รู้ได้อย่างไรว่าเราเดินเข้ามาในป่า?

  • ยุงป่า ยุงมีหนวดที่ทำหน้าที่เหมือนเรดาร์ประสิทธิภาพสูง มันสามารถตรวจจับ "ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์" ที่เราหายใจออกมาได้ไกลถึง 50 เมตร และเมื่อเข้าใกล้ มันจะใช้ตัวรับกลิ่นในการดมกลิ่น "กรดแลคติก" และความร้อนที่แผ่ออกมาจากเหงื่อบนผิวหนังของเรา

  • ทากดูดเลือด ทากไม่มีตาที่มองเห็นภาพชัดเจน แต่มันอาศัยอยู่ตามพื้นดินและใบไม้เตี้ยๆ รอคอยเหยื่อโดยการตรวจจับ "แรงสั่นสะเทือน" จากฝีเท้า และใช้เซ็นเซอร์จับ "ความร้อนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์" เมื่อเราเดินผ่าน ทากจะดีดตัวเข้าเกาะที่รองเท้าหรือกางเกง จากนั้นจะไต่ขึ้นไปหาจุดที่ผิวหนังบางและมีเส้นเลือดฝอย ก่อนจะฉีดสารชา และสารต้านการแข็งตัวของเลือดที่เรียกว่า "ฮิรูดิน" (Hirudin) ทำให้เราไม่รู้สึกเจ็บและเลือดไหลไม่หยุด

ดังนั้น หลักการทำงานของสเปรย์กันยุงและทากที่ดี คือการ "รบกวนเรดาร์" เหล่านี้ ทำให้สัตว์มีพิษสับสน มึนงง หรือเกิดความระคายเคืองจนไม่กล้าเข้าใกล้ร่างกายของเรานั่นเอง

ทากดูดเลือดในป่าดิบชื้นมีเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนและแรงสั่นสะเทือนที่แม่นยำมาก พวกมันจะปล่อยสารฮิรูดินที่ทำให้เลือดของเหยื่อไม่แข็งตัว

เจาะลึก 5 สเปรย์กันยุง-ทาก ยี่ห้อและสูตรไหนที่สายป่าต้องมี?

ในท้องตลาดมีสเปรย์หลายแบรนด์ แต่เราขอแบ่งหมวดหมู่ตาม "สารออกฤทธิ์หลัก" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่คุณต้องพลิกดูที่ฉลากทุกครั้งก่อนซื้อ

1. สเปรย์กลุ่ม DEET เข้มข้นสูง (ระดับ 30% - 55%) สายโหด ป่าดิบชื้นลึก

ตัวอย่างยี่ห้อที่นิยม Wild Lives Insect Block 55, Sketolene Shield

สาร DEET (N,N-Diethyl-meta-toluamide) คือ "มาตรฐานทองคำ" ของสารกันยุงที่ทหารสหรัฐฯ คิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ในสงครามป่าดิบชื้น กลไกของ DEET คือการเข้าไปบล็อกตัวรับกลิ่นของยุงและทาก ทำให้พวกมันตาบอดกลิ่นและหาเราไม่เจอ สำหรับการเข้าป่าลึกที่มีดงทากชุมพล หรือพื้นที่เสี่ยงมาลาเรีย คุณจำเป็นต้องใช้ DEET ที่มีความเข้มข้นสูงตั้งแต่ 30% ถึง 55% ซึ่งสามารถป้องกันได้ยาวนาน 7-10 ชั่วโมง

  • ข้อควรระวังขั้นสุด DEET มีฤทธิ์เป็น "ตัวทำละลายพลาสติก" หากคุณฉีดโดนสายนาฬิกา หน้าปัดสมาร์ทวอตช์ แว่นตา หรือเส้นใยสังเคราะห์ของเต็นท์และเสื้อกันฝน สิ่งเหล่านั้นอาจละลายหรือด่างพังได้ทันที แนะนำให้ฉีดลงบนผิวหนังส่วนที่เปิดเผย หลีกเลี่ยงข้อพับ และล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบจับอาหาร

2. สเปรย์กลุ่ม DEET ความเข้มข้นปานกลาง (ระดับ 15% - 20%) สายเทรล เดินป่าทั่วไป

ตัวอย่างยี่ห้อที่นิยม Sketolene Jungle (ขวดสีเขียว), กย.15

หากคุณไม่ได้ไปลุยป่าดิบชื้นดงทากระดับฮาร์ดคอร์ แต่เป็นการเดินป่าระยะสั้น กางเต็นท์ตามอุทยานแห่งชาติทั่วไป สเปรย์ที่มี DEET ระดับ 15-20% ถือว่าเพียงพอและปลอดภัยต่อผิวหนังมากกว่า ให้ระยะเวลาคุ้มครองประมาณ 4-7 ชั่วโมง ข้อดีคือหาซื้อง่ายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ราคาประหยัด และมีความเป็นพิษต่อผิวหนังสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมน้อยกว่าสูตรเข้มข้นสูง แต่อย่าลืมว่ามันก็ยังสามารถละลายพลาสติกบางชนิดได้อยู่ดี ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง

อ้างอิงจากบทความของ ทีมข่าว PPTVHD36 ยุงมีกี่ชนิด มีวัฏจักรชีวิตและอันตรายที่ต้องรู้อะไรบ้าง ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันตนเองจากยุงก้นปล่องในพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นพาหะนำโรคมาลาเรีย การใช้สารกันยุงที่มีประสิทธิภาพอย่าง DEET จึงเป็นปราการด่านแรกที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ


บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม


การเลือกเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้นของสาร DEET ให้เหมาะสมกับสภาพป่า จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองผิวหนัง

3. สเปรย์กลุ่ม Picaridin (Icaridin) สายผิวแพ้ง่าย รักอุปกรณ์

ตัวอย่างยี่ห้อที่นิยม OFF! Active, Soffell (บางสูตร)

นี่คือนวัตกรรมใหม่ที่วงการเดินป่าทั่วโลกกำลังเทใจให้ Picaridin หรือ Icaridin เป็นสารสังเคราะห์ที่เลียนแบบโครงสร้างของ Piperidine ซึ่งพบในพริกไทยดำ มีประสิทธิภาพในการป้องกันยุง ทาก และเห็บ ได้เทียบเท่ากับ DEET ในระดับความเข้มข้นที่เท่ากัน (ประมาณ 20%) ให้การปกป้องยาวนาน 7-8 ชั่วโมง

  • จุดเด่นที่เหนือกว่า Picaridin ไม่มีกลิ่นฉุน ไม่เหนียวเหนอะหนะ อ่อนโยนต่อผิวมากกว่า และที่สำคัญที่สุดคือ "ไม่ละลายพลาสติกและใยสังเคราะห์" คุณสามารถฉีดพ่นลงบนเสื้อกันฝนราคาแพง เต็นท์ หรือสายนาฬิกาได้อย่างสบายใจ นี่คือสเปรย์ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องเข้าป่าแต่มีผิวแพ้สารเคมีง่าย

4. สเปรย์กลุ่มสารสกัดธรรมชาติ สายชิล แคมป์ปิ้งครอบครัว

ตัวอย่างยี่ห้อที่นิยม ภูตะวัน (ตะไคร้หอม), อภัยภูเบศร, โลชั่นกันยุงสำหรับเด็ก

กลุ่มนี้ใช้สารสกัดจากธรรมชาติต่างๆ เช่น น้ำมันตะไคร้หอม, น้ำมันยูคาลิปตัส, และลาเวนเดอร์ กลไกคือการใช้กลิ่นฉุนของสมุนไพรกลบกลิ่นตัวของเรา เหมาะสำหรับการไปกางเต็นท์ตามลานหญ้าที่ดูแลอย่างดี หรือทริปครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

  • ข้อจำกัดในป่าลึก น้ำมันหอมระเหยมีความระเหยสูงมาก แม้จะปลอดภัย 100% แต่ระยะเวลาการปกป้องจะสั้นเพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น และเมื่อเจอกับเหงื่อปริมาณมากหรือฝนตก สเปรย์จะถูกชะล้างออกอย่างรวดเร็ว หากนำไปใช้ในป่าดิบชื้นดงทาก ถือว่า "เอาไม่อยู่" อย่างแน่นอน ต้องหมั่นฉีดซ้ำบ่อยมากๆ

5. สเปรย์สูตรกันทากเฉพาะทาง (น้ำส้มควันไม้ / ยาเส้น) ภูมิปัญญาไทยปราบทาก

ตัวอย่างยี่ห้อที่นิยม แบรนด์ท้องถิ่นสำหรับแคมป์ปิ้ง เช่น ป่าฝน, กิ้งกือ สเปรย์กันทาก

สำหรับนักเดินป่าสายลุยของไทย "ทาก" คือศัตรูที่น่ารำคาญที่สุด สเปรย์ที่ผลิตมาเพื่อกันทากโดยเฉพาะมักใช้ส่วนผสมของ "น้ำส้มควันไม้" ซึ่งมีความเป็นกรดสูงและมีกลิ่นควันไฟที่สัตว์หน้าดินเกลียดชัง หรือการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านอย่าง "น้ำต้มยาเส้นผสมเกลือ" ซึ่งนิโคตินในยาสูบและเกลือแกง มีฤทธิ์ทำให้ทากระคายเคืองอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสถูกตัว

  • วิธีใช้ให้ได้ผล สเปรย์กลุ่มนี้ไม่ได้เอาไว้ฉีดผิวหนัง แต่ให้อัดฉีดพ่นลงไปที่ "ถุงเท้ากันทาก" และรองเท้าบูทให้ชุ่มก่อนเริ่มเดินป่า ทากที่พยายามไต่ขึ้นมาเมื่อเจอกับสารเหล่านี้จะหดตัวและร่วงหล่นลงไปเอง

การสวมถุงเท้ากันทากควบคู่กับการฉีดสเปรย์สูตรน้ำส้มควันไม้หรือ DEET ที่บริเวณรองเท้า คือปราการป้องกันทากดูดเลือดที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด

เทคนิคการฉีดสเปรย์กู้ชีพ ฉีดอย่างไรไม่ให้ทากไต่เข้ากางเกง?

การมีสเปรย์ที่ดีแต่ฉีดผิดวิธี ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินตัวเปล่าเข้าป่า ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในกิจกรรมกลางแจ้งแนะนำ 4 ขั้นตอนการใช้สเปรย์ให้ได้ผลลัพธ์ระดับ 100% ดังนี้

  1. กฎการทากันแดดก่อน หากต้องทาครีมกันแดด ให้ทาครีมกันแดดก่อนเสมอ รอให้ซึมเข้าผิวประมาณ 15-20 นาที แล้วจึงค่อยฉีดสเปรย์กันยุงทับเป็นเลเยอร์สุดท้าย การฉีดกันยุงก่อนแล้วทากันแดดทับ จะทำให้สารกันยุงถูกเจือจางและสูญเสียประสิทธิภาพไปกว่าครึ่ง

  2. สร้างเกราะป้องกันช่วงล่าง ทากจะโจมตีจากพื้นดินเสมอ ให้ฉีดสเปรย์ (โดยเฉพาะสูตร DEET หรือสูตรกันทาก) พ่นอัดลงไปที่รอบๆ ข้อเท้ารองเท้าเดินป่า และ "ฉีดพ่นเป็นวงแหวนรอบถุงเท้ากันทากและปลายขากางเกง" เพื่อสร้างเส้นแบ่งเขตแดนไม่ให้ทากไต่ข้ามขึ้นมาได้

  3. ห้ามฉีดเข้าหน้าโดยตรง กฎเหล็กความปลอดภัย ห้ามฉีดสเปรย์เข้าที่ใบหน้าโดยตรง ให้ฉีดสเปรย์ลงบนฝ่ามือของตัวเองก่อน จากนั้นค่อยๆ นำไปลูบเบาๆ บริเวณหลังคอ ใบหู และหน้าผาก ระวังอย่าให้เข้าตาและปากเด็ดขาด

  4. ฉีดที่เสื้อผ้าปลอดภัยกว่า สำหรับสเปรย์ที่ไม่มีฤทธิ์ละลายพลาสติก (เช่น Picaridin หรือ Citronella) การฉีดพ่นลงบนเสื้อผ้า หมวกบัคเก็ต และกระเป๋าเป้ จะช่วยให้สารออกฤทธิ์ติดทนนานกว่าการฉีดบนผิวหนังที่มีเหงื่อชะล้างตลอดเวลา

จุดยุทธศาสตร์ในการฉีดสเปรย์คือการสร้างวงแหวนป้องกันบริเวณปลายขากางเกง รองเท้า และหลังคอ ซึ่งเป็นบริเวณที่ทากและยุงมักจะเข้าจู่โจมมากที่สุด

หากพลาดโดนทากกัด ต้องทำอย่างไร?

แม้จะป้องกันดีแค่ไหน อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้เสมอ หากคุณรู้สึกเย็นๆ หรือพบว่ามีทากกำลังดูดเลือดอยู่อย่างเมามัน กฎข้อห้ามอันดับหนึ่งคือ "ห้ามดึงหรือกระชากทากออกด้วยความรุนแรงเด็ดขาด" เพราะฟันของทากที่ฝังอยู่ในเนื้อจะขาดติดค้างอยู่ภายใน ทำให้แผลเกิดการอักเสบ ติดเชื้อ และเป็นตุ่มคันเรื้อรังไปอีกหลายเดือน

วิธีที่ถูกต้องคือ การใช้น้ำเกลือเข้มข้น แอลกอฮอล์ล้างแผล หรือแม้กระทั่งสเปรย์กันยุงที่คุณพกไปนั่นแหละ ฉีดพ่นลงไปที่ตัวทากโดยตรง สารเคมีและความเค็มจะทำให้ทากเกิดความระคายเคืองอย่างหนักจนต้องยอมอ้าปากคายเขี้ยวและร่วงหล่นลงไปเอง จากนั้นให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่ และปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ เนื่องจากเลือดจะไหลซึมต่อเนื่องอีกพักใหญ่จากฤทธิ์ของสารฮิรูดิน

บทสรุปทิ้งท้าย

การเดินป่าหน้าฝนคือประสบการณ์ที่งดงามและท้าทายขีดจำกัดของร่างกาย แต่การพกพาความรู้และอาวุธคู่กายอย่าง "สเปรย์กันยุงและทาก" ที่เหมาะสมกับหน้างาน คือเส้นบางๆ ที่กั้นระหว่างทริปแสนสนุกกับทริปฝันร้าย ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ DEET จอมพลัง Picaridin ผู้อ่อนโยน หรือสูตรน้ำส้มควันไม้ภูมิปัญญาไทย สิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษาคุณสมบัติของสเปรย์แต่ละชนิด อ่านฉลากก่อนใช้เสมอ และปฏิบัติตามกฎแห่งความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เตรียมเป้ให้พร้อม ฉีดสเปรย์ให้ชุ่ม แล้วออกไปกอดป่าหน้าฝนให้ชื่นใจกันเลย!

Bottom-Volley-LS Bottom-Volley-LS

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ