สูตรใหม่บำนาญชราภาพ ม.33 และ ม.39 ต่างกันอย่างไร? เผยวิธีคำนวณสูตรใหม่
ประกันสังคม แจงสูตรใหม่บำนาญชราภาพ ม.33 และ ม.39 ยืนยันทำควบคู่กับปรับเพดานค่าจ้างและ เงินเฟ้อ ย้ำเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่งมากได้มาก ส่งน้อยได้น้อย อุดช่องโหว่คนเอาเปรียบระบบ ย้ำ ผู้เกษียณอายุไปแล้ว หรือ กำลังจะเกษียณ มีแต่ได้มากขึ้น ไม่ลดลง คาดเสร็จทันในปี 2568 นี้
นายณภูมิ สุวรรณภูมิ หัวหน้างานคณิตศาสตร์ประกันภัย สำนักงานประกันสังคม ไขข้อสงสัย สูตร CARE - Career-Average Revalued Earnings ภายหลัง บอร์ดประกันสังคม มีมติเห็นชอบหลักการ ปรับสูตรคำนวณบำนาญชราภาพ ให้กับผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 ใหม่
นายณภูมิ ระบุว่า ระบุประกันสังคมบำนาญชราภาพ ม.33 และ ม.39 เป็นสูตรเดียวกัน แตกต่างกันที่ ม.33 เป็นเงินเดือนที่นายจ้างรายงานเข้ามา โดยใช้ฐานเงินเดือน สูงสุด 15,000 บาทต่อเดือนที่ถูกตั้งไว้เมื่อปี 2541
โดยส่งเงินสมทบที่ 5 % ของเงินเดือน หรืออัตราการจ่ายเงินสมทบ 750 บาทต่อเดือน ส่วนหากใครออกจากงานและอยากรักษาสิทธิ สามารถเข้าสู่ระบบ ม.39 โดยสมัครใจ คิดฐานสูงสุดที่ 4,800 ต่อเดือน ซึ่งมีการส่งในอัตราที่ต่ำกว่าคือ 432 บาทต่อเดือน ซึ่งถูกกำหนดเอาไว้ เมื่อ 30 กว่าปีก่อนเช่นกัน
เงื่อนไขการรับบำเหน็จและบำนาญ
ผู้ประกันตนต้องส่งเงินสมทบมาแล้ว 15 ปีขึ้นไป ส่วนคนที่ส่งไม่ถึง 15 ปี จะได้เงินเป็นบำเหน็จ นายณภูมิ ย้ำว่าผู้ที่ได้บำนาญคุ้มกว่ามากเพราะจะได้รับรายเดือนตลอดชีวิต ใครยิ่งอายุเยอะ ก็จะยิ่งได้ทบตามเปอร์เซ็นต์ที่มากขึ้น ซึ่งมีการวิจัยชี้ชัดว่าปัจจุบันอายุขัยของประชาชนมากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นสิทธิที่มีประโยชน์มาก
สูตรบำนาญเก่า และสูตรบำนาญใหม่ ต่างกันอย่างไร ?
สูตรบำนาญเก่า ที่ใช้ในปัจจุบัน คิดสูตร 20% ของเงินเดือนก่อนเกษียณ ถ้าส่งเกิน 15 ปี จะเพิ่มให้อีก 1.5% ซึ่งคนที่เกษียณปีนี้ได้บำนาญประมาณ 36.5% ซึ่งจะนำตัวเลขนี้มาคำนวณคูณกับค่าจ้างเฉลี่ยก่อนเกษียณ สูตรเดิม คิดอยู่ที่ 60 เดือนสุดท้าย อย่างเช่น
- 36.5% X 15,000 บาท = บำนาญ 5,475 บาท
สูตร CARE ต่างจาก บำนาญสูตรเก่าอย่างไร ?
นายณภูมิ ระบุว่า เป็นผลการศึกษาโดยใช้แนวทางสากล ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 โดยใช้สูตรเฉลี่ยตลอดการทำงาน ซึ่งผู้ที่เปลี่ยนผ่านจาก ม.33 มาเป็น ม.39 จะได้ประโยชน์และเป็นธรรมมากขึ้น อีกทั้งยังปรับควบคู่ไปกับ เงินเดือนเฉลี่ยของประชาชนให้เป็นมูลค่าปัจจุบันและสูงกว่าเงินเฟ้อ รวมทั้ง การปรับเพดานค่าจ้างตามค่าเงินที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไทยจะมีการเริ่มปรับปีหน้าเป็น 17,500 บาท เป็นขั้นบันได ปี 2572 เป็น 20,000 บาท และปี 2575 เป็น 23,000 บาท ซึ่งจะส่ง 5 % เท่าเดิม ซึ่งการปรับเพดานค่าจ้าง มีผลเฉพาะคนที่เงินเดือนเกิน 15,000 บาทเท่านั้น เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งตามกฎหมายจะออกมาเป็นในลักษณะกฎกระทรวงที่ต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นก่อนปรับแก้
นายณภูมิ ระบุว่า ที่สำคัญคนที่เคยคิดในฐาน 15,000 บาทก่อนหน้าจะถูกปรับค่าเงิน ให้เกินได้ อย่างเช่นใครที่เกษียณปีหน้าระบบจะไม่ได้คิดเฉลี่ย 15,000 บาท อาจจะเฉลี่ยไป 16,000 บาทแล้ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกคน
โดยสรุปแล้ว สูตร CARE จะคิดตลอดการส่งเงินสมทบ โดยคิดเศษเดือนเข้าไปโดยไม่ตัดทิ้ง (สูตรปัจจุบันตัดเดือนทิ้ง) ซึ่งจะมีการปรับเงินให้เป็นมูลค่าปัจจุบันก่อนค่อยนำมาเฉลี่ย
ผู้ประกันตน ม 39 จะได้บำนาญเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?
นายณภูมิ ระบุว่า ทุกคนที่ส่งเงินสมทบ ม.39 มาจะได้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน แต่ขึ้นอยู่กับว่า การส่งก่อนหน้าใน ม.33ด้วย ตัวอย่างเช่น
ส่งเงินเดือน ม.33 เงินเดือนเต็ม 750 ตลอด ผ่านไป 22 ปี ออกจากงานและมาส่งต่อ ม.36 อีก 5 ปี ในเงินสมทบ 480 บาท ซึ่งแน่นอนว่าเคสนี้ส่งเยอะ แต่ได้บำนาญน้อย เพียง 1,600-1,700 บาทเท่านั้น เพราะสูตรเก่าใช้เพียงฐาน 60 เดือนสุดท้าย ซึ่งในสูตรใหม่นี้จะมีการคิดเฉลี่ยรวมไปทั้งหมด
ซึ่งผู้ประกันตนรายนี้อาจได้ เงินบำนาญสูงถึงเกือบ 5,000 บาทเลยทีเดียว ซึ่งจะได้เงินบำนาญสูตรใหม่นี้ที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วน เรียกได้ว่า ส่งมากได้มาก ส่งน้อยได้น้อย
ผู้ประกันตนออกจากงานก่อนอายุ 55 ปี มีผลกระทบอะไรหรือไม่ ?
นายณภูมิ ในสูตรใหม่ กลุ่มนี้จะได้บำนาญเพิ่มขึ้นด้วย โดยยกตัวอย่างผู้ที่เกษียณในอายุ 45 ปี ออกจากระบบแรงงาน แต่ส่งมาแล้วครบ 15 ปี ในช่วงรอ 10 ปีก่อนเกษียณ ค่าเงินจะเปลี่ยน ซึ่งจะมีการคำนวณตามเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยในระบบ ถึงแม้ไม่ได้ส่งเพิ่ม หรือส่งต่อ ก็จะได้บำนาณที่เพิ่มขึ้น
นายณภูมิ ระบุว่า เคสที่ได้รับผลกระทบคือผู้ที่ตั้งใจจะเอาเปรียบระบบ ซึ่งสูตรใหม่นี้ตั้งใจเพื่อมาอุดช่องโหว่ อย่างเช่นเคส ส่งเงินน้อยๆ มาตลอด ปี 2542 ส่งในอัตราเงินเดือน 3,000 บาท ปัจจุบัน 6,000 -7,000 บาท แต่ในช่วง 5 ปี สุดท้ายกลับส่งเต็ม 15,000 บาท ซึ่งอาจจะมีการรู้จักกับนานจ้าง แต่ระบบคิดแค่ 60 เดือนสุดท้าย คนกลุ่มนี้จึงได้บำนาญเพิ่มขึ้น ทั้งที่ส่งน้อย ซึ่งไม่แฟร์กับคนอื่นที่ส่งเยอะมานาน ฉะนั้นสูตรบำนาญใหม่นี้จะคิดใหม่รวมกับเงินเดือนทั้งหมดตลอดการส่ง คนกลุ่มนี้จะได้บำนาญน้อยลงตาม
นายณภูมิ ยืนยันว่าประกันสังคมจะไม่ทำกับคนที่รับบำนาญอยู่แล้ว หรือ กำลังจะรับบำนาญในเร็วๆนี้แน่นอน ซึ่งคนที่ได้รับบำนาญในระบบ ตอนนี้มีอยู่ 8 แสนคน จะมีการจ่ายบำนาญสูตรใหม่ทันทีในเดือนต่อไปหากมีการประกาศใช้แล้ว หากคำนวณใหม่ได้เยอะขึ้นจะจ่ายให้เพิ่มขึ้น แต่หากคำนวณได้น้อยลง จะจ่ายในอัตราเดิม ซึ่งกลุ่มนี้จะไม่มีใครได้น้อยลง มีแต่ได้เท่าเดิมและเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องมายื่นใหม่
จะเริ่มใช้สูตรบำนาญสูตรใหม่ตอนไหน?
นายณภูมิ ระบุว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนระหว่างการรับฟังความคิดเห็นที่จะสิ้นสุดใน วันที่ 30 มิถุนายน 2568 จากนั้นจะเป็นขั้นตอนแก้กฎกระทรวงและคาดว่าจะได้สูตรใหม่ในปีนี้
จ่ายเงินบำนาญเพิ่มขึ้น มีผลกระทบกับเสถียรภาพของประกันสังคมหรือไม่ ?
นายณภูมิ ยืนยันในหลักการว่า การจ่ายสูตรใหม่ไม่ได้เป็นการจ่ายเพิ่มขึ้น แต่เป็นการทำให้ยุติกรรมมากขึ้น จ่ายมากก็ได้มาก ส่งน้อยจะเอาเปรียบระบบไม่ได้ ไม่ได้กระทบกับกองทุน แต่ยอมรับมีค่าใช้จ่ายในช่วงเปลี่ยนผ่าน คนที่เกษียณใน 5 ปีนี้ ประมาณ 1 ล้านคน ใช้งบประมาณ 6 หมื่นล้าน ซึ่งไม่ได้มีนัยยะสำคัญ กับกองทุน 2.6 ล้านล้านบาท
ข้อมูลจาก : สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน - Social Security Office
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB