รู้ลึก "ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม" เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ได้คุณภาพชีวิตที่ดีคืนมา
ข้อเข่าเสื่อมอาจไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงชีวิต แต่ก็ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการขั้นรุนแรง การผ่าตัดจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม Total knee arthroplasty เป็นทางเลือกเพื่อการรักษาและฟื้นฟูสุขภาพสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม โดยก่อนเข้ารับการผ่าตัดนั้นผู้ป่วยจะได้รับการตรวจร่างกายร่วมกับการเอกซเรย์ข้อเข่า เพื่อประกอบการวินิจฉัยประเมินระดับความรุนแรงของการข้อเข่าเสื่อมนั้นอยู่ในเกณฑ์การผ่าตัดหรือไม่ และต้องผ่านการรักษาอาการข้อเข่าเสื่อมมาแล้วระยะหนึ่ง
ซึ่งข้อเข่าเสื่อมนั้นแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1. ข้อเข่าเสื่อมชนิดปฐมภูมิ
มักพบในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยมีอายุมากกว่า 50 ปี และกลุ่มที่มีความเสื่อมตามธรรมชาติ เนื่องจากการใช้ข้อเข่ามาเป็นระยะเวลานาน
2. ข้อเข่าเสื่อมชนิดทุติยภูมิ
มักพบปัญหาข้อเข่าเสื่อมในช่วงอายุที่น้อยกว่า 50 ปี มีสาเหตุนำมาด้วยโรคประจำตัวและปัญหาสุขภาพ เช่น โรคข้ออักเสบ รูมาตอยด์ โรคเกาต์ โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) เคยมีภาวะติดเชื้อในข้อเข่า ประวัติได้รับอุบัติเหตุหรือบาดเจ็บบริเวณเอ็นหัวเข่า โดยส่วนมากมักสัมพันธ์กับภาวะเอ็นไขว้หลังฉีกขาด และหมอนรองกระดูกฉีกขาด
การรักษาข้อเข่าเสื่อม
การรักษาข้อเข่าอักเสบเริ่มจากเปลี่ยนวิธีการใช้งาน ลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดแรงกดและกระแทกที่เข่า เช่น การนั่งยอง ๆ, คุกเข่า, ขึ้นลงบันได, วิ่ง หรือการยกของหนัก ทานยาเพื่อลดการอักเสบในเข่า การบริหารกล้ามเนื้อเพื่อให้เข่ามีการเคลื่อนไหวที่มั่นคง
ถ้าการรักษาเหล่านี้ไม่ได้ผล อาจพิจารณาฉีดยาเข่าในข้อเข่าเพื่อลดการอักเสบและเพื่อเพิ่มการหล่อลื่นในเข่า เช่น ยาพวกสเตียรอยด์ (Steroid) หรือน้ำหล่อเลี้ยงข้อเทียมสังเคราะห์ หากยังไม่ได้ผลอาจใช้วิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมอาจทำให้ผู้ป่วยลดการเจ็บปวดและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
รู้ลึกอาการ "ข้อเข่าเสื่อม" โรคที่พบบ่อยในกลุ่มสูงวัย-นักกีฬา
โรคกระดูกพรุน ภัยเงียบที่มองไม่เห็น รู้ทันป้องกันหัก
ข้อบ่งชี้ ที่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
- มีอาการขัดบริเวณข้อ มีเสียงดังในข้อเข่าเมื่อเคลื่อนไหว
- มีอาการปวดเวลาลงน้ำหนัก เวลาเดินและทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
- การใช้งานของข้อเข่าทำงานได้ลดลงจากภาวะปกติ เช่น การงอเหยียดเข่าไม่สามารถทำได้ ไม่สามารถนั่งพับเพียบได้
- เวลาก้าวเดินมีความรู้สึกไม่มั่นคง รู้สึกเข่าหลวม
- มีลักษณะขาโก่ง และขาแปร่วมด้วย
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
- ตรวจร่างกายทั่วไป ตรวจโดยแพทย์อายุรกรรมเพื่อดูความพร้อมก่อนการผ่าตัด และอาจต้องตรวจซ้ำโดยแพทย์เฉพาะทาง เช่น แพทย์อายุรกรรมหัวใจอีกครั้ง
- ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และ X-Ray
- เตรียมบริเวณที่ผ่าตัด ตรวจดูผิวหนังบริเวณเข่าและขา ถ้ามีลักษณะของผิวหนังอักเสบ บวมแดงผิดปกติ ต้องรายงานต่อแพทย์ก่อนการผ่าตัด
- เตรียมเลือด เนื่องจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นการผ่าตัดใหญ่ มีการเสียเลือดมาก อาจต้องมีการให้เลือดในระหว่างการผ่าตัดหรือหลังผ่าตัด จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมเลือดจากธนาคารเลือด แต่ทางเลือกที่ดีที่สุดแนะนำให้บริจาคเลือดของตัวผู้ป่วยเองไว้ใช้ในการผ่าตัด โดยบริจาค 3 – 4 อาทิตย์ก่อนการผ่าตัด และบริจาคครั้งสุดท้ายไม่น้อยกว่า 2 อาทิตย์ก่อนการผ่าตัด
- เตรียมเรื่องยาประจำที่ผู้ป่วยใช้ ผู้ป่วยต้องบอกแพทย์เรื่องยาทุกชนิดที่ทาน โดยยาบางตัวจำเป็นต้องหยุดก่อนการผ่าตัด เช่น ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด พวกยาแอสไพริน (Aspirin) ยาลดการอักเสบบางตัว
- ตรวจฟัน การทำฟันใหญ่ ๆ เช่น การรักษารากฟัน การติดเชื้อของฟันหรือเหงือก เชื้ออาจไปตามกระแสเลือดทำให้เกิดการติดเชื้อของข้อเทียมได้ เพราะฉะนั้นควรรักษาให้หายก่อนการผ่าตัด
- เตรียมเกี่ยวกับระบบปัสสาวะ ควรแก้ปัญหาเรื่องการติดเชื้อเรื้อรังในระบบปัสสาวะ เช่น จากต่อมลูกหมากโต เพราะการติดเชื้อในระบบปัสสาวะอาจทำให้ติดเชื้อที่ข้อเทียมได้
- การเตรียมสิ่งแวดล้อมในบ้านและคนช่วยเหลือในช่วงหลังผ่าตัด ผู้ป่วยจะสามารถช่วยตัวเองและเคลื่อนไหวโดยเครื่องพยุง แต่ในช่วงแรก ๆ หลังการผ่าตัดจำเป็นต้องมีคนช่วยในการประกอบกิจกรรมบางอย่าง เช่น อาบน้ำ ทำอาหาร ซื้อของ หรือซักผ้า ควรมีการติดตั้งและปรับปรุงสภาพบ้านและสิ่งแวดล้อมในบ้านเพื่อให้เหมาะสมหลังผ่าตัด ดังนี้
- การติดตั้งราว (Bar) ตามขอบในห้องน้ำ เพื่อช่วยในการเดิน
- ตรวจดูราวบันไดให้แข็งแรงและมั่นคง
- ควรมีราวจับบริเวณส้วมชักโครก เพื่อช่วยในการลุก
- ควรใช้เก้าอี้พลาสติกไว้ใช้เวลาอาบน้ำฝักบัว
- ควรมีห้องต่าง ๆ อยู่ในชั้นเดียวกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้น – ลงบันได
ชนิดของข้อเข่าเทียม
- ชนิดเปลี่ยนข้อเข่าทั้งหมด (Total Knee Replacement) ตัดผิวข้อทั้งส่วนปลายต้นขา (Femur) และส่วนบนของกระดูกหน้าแข้ง (Tibia) และแทนที่ด้วยผิวโลหะโดยมีแผ่นพลาสติกกั้น
- ชนิดเปลี่ยนเพียงด้านเดียวของผิวข้อ (Unicompartmental Knee Replacement) โดยเปลี่ยนผิวทั้งด้านต้นขาและกระดูกหน้าแข้งเฉพาะด้านที่มีอาการเสื่อม ข้อดีของการผ่าตัดแบบนี้ คือ แผลเล็ก การตัดกระดูกและเนื้อเยื่อต่าง ๆ น้อย ผลทำให้การเจ็บปวดน้อยลง และกล้ามเนื้อกลับสู่สภาพปกติเร็วขึ้น แต่ข้อจำกัดของการผ่าตัดแบบนี้ คือ เหมาะกับเข่าที่มีพยาธิสภาพน้อยเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งของเข่า
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
ปกติผู้ป่วยจะนอนโรงพยาบาลตอนเช้าของวันผ่าตัด หลังจากนั้นวิสัญญีแพทย์จะมาเยี่ยมผู้ป่วยและแนะนำวิธีการระงับความรู้สึกระหว่างการผ่าตัด ซึ่งมี 2 วิธี คือ การดมยาสลบ และการฉีดยาเข้าไขสันหลัง ซึ่งวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของวิสัญญีแพทย์
การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยการผ่าตัดจะตัดเอาผิวข้อที่เสียออกและใช้ผิวข้อเทียมที่ทำด้วยโลหะและมีส่วนพลาสติกกันระหว่างผิวโลหะ เพื่อกันการกระแทกและลดแรงเสียดสีระหว่างผิวข้อ หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะอยู่ในห้องพักฟื้นเป็นเวลา 1 – 2 ชั่วโมง เมื่อผู้ป่วยฟื้นตัวจากยาสลบแล้วจะย้ายกลับไปห้องพักผู้ป่วย ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะอยู่โรงพยาบาล 5 – 7 วันหลังผ่าตัด โดยในช่วงแรกหลังผ่าตัด
- อาจมีสายสวนปัสสาวะ เพื่อให้แพทย์สามารถคุมปริมาณของเลือด และน้ำในร่างกายผู้ป่วยได้ถูกต้อง
- เข็มแทงที่เส้นเลือดดำ เพื่อเป็นการให้เลือด น้ำเกลือ และยาปฏิชีวนะหลังผ่าตัดใหม่ๆ ผู้ป่วยอาจจะมีอาการคลื่นไส้และความรู้สึกตัวยังไม่ดี เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องให้น้ำเกลือจนสามารถทานอาหารได้เองเพียงพอ
- ยาปฏิชีวนะ ปกติให้ยาปฏิชีวนะ1/2 – 1 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด และให้ต่อ 1 – 2 วันหลังผ่าตัด
- เนื่องจากการผ่าตัดต้องตัดกระดูกและกล้ามเนื้อ จึงมีการเสียเลือดค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นอาจจำเป็นต้องให้เลือดทดแทน
- ท่อดูดเลือดที่ออกจากบริเวณผ่าตัดจะใส่ท่อไว้จนเลือดบริเวณผ่าตัดหยุด ปกติประมาณ 2 – 3 วัน
- หลังผ่าตัดผู้ป่วยหายใจแรง ไอบ่อยๆ เพื่อให้ปอดขยายตัวได้ดีขึ้น เป็นการป้องกันภาวะปอดบวม และอาจมีการใส่เครื่องช่วยขยับเข่า (Continuous Passive Motion – CCPM) เพื่อช่วยในการขยับเข่า วันที่ 2 – 3 หลังผ่าตัดแพทย์จะให้ผู้ป่วยเริ่มบริหารเข่าและเริ่มลุกนั่ง-ลุกยืน และหัดเดินโดยมีนักกายภาพบำบัดช่วย เมื่อผู้ป่วยสามารถช่วยตัวเองได้ แผลผ่าตัดไม่มีอาการของการติดเชื้อ ผู้ป่วยก็สามารถกลับบ้านได้ ส่วนใหญ่อยู่โรงพยาบาล 5 – 7 วัน
เช็กเลย! หลังกินวิตามินเสริม ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นจริงหรือไม่?
10 โรคฮิตสาวใสวัยกลางคน รู้เท่าทันเพื่อเตรียมรับมือ
ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
- ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญที่สุด คือ การติดเชื้อ ซึ่งปกติจะค่อนข้างต่ำมาก คือ ประมาณไม่ถึง 2%
- ภาวะแทรกซ้อนด้านหัวใจ เนื่องจากมีการเสียเลือดและให้เลือดจำนวนมาก ดังนั้นหัวใจจึงมีการทำงานหนักอาจเกิดภาวะหัวใจวายได้
- ภาวะเส้นเลือดดำอุดตัน ซึ่งอาจจะมีลิ่มเลือดหลุดไปติดที่กล้ามเนื้อหัวใจและปอด ทำให้เกิดภาวะหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวได้ ภาวะเส้นเลือดดำอุดตันพบมากในคนผิวขาว แต่ก็พบในคนผิวเหลืองและคนไทยได้ การป้องกันสามารถทำได้โดยการขยับขาทั้ง 2 ข้าง พยายามเริ่มขยับให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ การเคลื่อนไหวนี้จะทำให้การไหลของเลือดดีขึ้นจะลดการอุดตันได้ นอกจากนี้ยังมีการให้ยาเพื่อป้องกันการเกิดอุดตันโดยส่วนใหญ่จะเริ่มให้วันที่ 1 – 2 หลังผ่าตัดและให้ประมาณ 10 – 14 วันหลังผ่าตัด
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีในการผ่าตัดที่เข้ามาช่วยให้ประสบความสำเร็จ มีอายุข้อเข่าที่สามารถใช้งานที่ยาวนานมากกว่าเดิม รวมทั้งเทคนิคลดปวดขณะผ่าตัดและหลังผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพ
ดังนั้นหลังผ่าตัดภายใน 24 ชั่วโมง ผู้ป่วยจึงสามารถกลับมาลงเดินเคลื่อนไหวได้โดยใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงเดิน ใช้ระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาล 4 วัน และกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน ทั้งนี้เมื่อผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมไปแล้วมีค่ามาตรฐานการใช้งานได้นานประมาณ 15 – 20 ปี หรือนานกว่านั้นทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานและดูแลข้อเข่าของผู้ป่วยร่วมด้วย
ขอบคุณข้อมูลสุขภาพจาก โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล, โรงพยาบาลเปาโล เกษตร