“มะเร็งกระเพาะอาหาร” โรคร้ายแฝงตัวเงียบ แนะเลี่ยง 5 พฤติกรรมเสี่ยง
ปวดท้องคล้ายโรคกระเพาะ ร่วมกับอาการอื่นๆ อย่าเพิ่งวางใจเพราะอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งกระเพาะอาหารได้
ปวดท้อง แน่นท้อง จุกเสียด อาหารไม่ย่อย อย่าเพิ่งมั่นใจว่า..คุณเป็นแค่ “โรคกระเพาะอักเสบ” ที่กินยาโรคกระเพาะแล้วก็หายขาด เพราะอาการเหล่านี้ ยังสามารถบอกถึงความเสี่ยงของ “โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร” ได้ด้วย
อีกทั้ง มะเร็งกระเพาะอาหาร โรคร้ายที่แฝงตัวอยู่แบบเงียบๆ เพราะมักไม่มีอาการแสดงในระยะแรกเริ่ม กว่าจะตรวจพบว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร เซลล์มะเร็งก็อาจแพร่กระจายจนยากต่อการรักษาแล้ว
รู้จักมะเร็งกระเพาะอาหาร (Gastric cancer)
มะเร็งกระเพาะอาหารเกิดจากการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบการทำงานของกระเพาะอาหาร สามารถลุกลามกระจายไปสู่อวัยวะอื่นได้ อาทิ ลำไส้ ตับ ตับอ่อน ต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น
แนะสารพัดวิธีดูแลตนเอง ให้ห่างไกล "โรคกระเพาะอักเสบ"
ปวดท้องแบบนี้ “กระเพาะอาหารอักเสบ” หรือ “มะเร็งกระเพาะอาหาร” กันนะ?
ในระยะแรกเริ่มของมะเร็งกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยจะรู้สึกไม่สบายท้อง อาหารไม่ย่อย ท้องอืด แสบร้อนหน้าอก หรือแน่นท้องตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่ ซึ่งลักษณะอาการคล้ายกับโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ผู้ป่วยจึงมักทานยารักษาโรคกระเพาะ..และอาการปวดท้องที่เป็นก็จะค่อยๆ ทุเลาลง แต่เมื่อไหร่ที่การทานยาไม่สามารถรักษาอาการได้ หรือได้ผลเพียงชั่วคราวและต่อมาไม่ได้ผล อาจสันนิษฐานได้ว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
มะเร็งกระเพาะอาหาร ไม่ใช่แค่ปวดท้อง...แต่ยังมีอาการอื่นร่วม
ไม่เพียงยาโรคกระเพาะจะไม่สามารถรักษาอาการปวดท้องของผู้ป่วยได้ แต่เมื่อระยะโรครุนแรงมากขึ้นอาจทำให้มีอาการอื่นๆ ตามมา เช่น อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ มีภาวะโลหิตจาง และอาจคลำพบก้อนตรงบริเวณเหนือสะดือหรือใต้ชายโครงด้านซ้าย
"กินเผ็ด" ทีไรแสบท้องทันที อาการนี้มีโอกาสเป็นโรคอะไรบ้าง
ปัจจัยสำคัญที่ให้มีโอกาสเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร
- อายุ : มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในช่วงอายุ 60-80 ปี
- เชื้อชาติ : มักพบโรคนี้ในคนเอเชียมากกว่าคนยุโรปและอเมริกา
- เพศ : เพศชายจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารสูงกว่าเพศหญิง 2-3 เท่า
- พันธุกรรม : คนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
- ประวัติการป่วย : มีประวัติป่วยเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร จากการได้รับเชื้อ Helicobacter pylori (H. pylori) หรือโรคกรดไหลย้อน
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต : สูบบุหรี่จัด ดื่มแอลกอฮอล์ กินเค็ม กินอาหารหมักดอง ไม่ชอบกินผักและผลไม้
ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารจาก 5 พฤติกรรมของตนเอง
1.ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่จัด
แม้ว่าอีทานอลจะไม่ใช่สารก่อมะเร็ง แต่เมื่อเข้าสู่ระบบเผาผลาญของร่างกายจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นสารก่อมะเร็งได้ พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อโรคมะเร็งหลายๆ อย่าง หรือแม้แต่คนที่สูบบุหรี่จัด สารพิษในบุหรี่ก็สามารถส่งผลให้เกิดการอักเสบหรือเกิดแผลในกระเพาะอาหาร เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้เช่นกัน
ไขข้อสงสัย กินเมล็ดผลไม้ทำให้เสี่ยง "ไส้ติ่งอักเสบ" จริงหรือไม่?
2.ชอบกินปิ้งย่าง..เนื้อสัตว์แปรรูป
การทานปิ้งย่างบ่อยๆ เพิ่มโอกาสการเกิด “โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร” ให้สูงขึ้นได้ โดยมีการศึกษาพบว่าอาหารพวกปิ้งย่าง หรืออาหารที่ถูกปรุงสุกแบบมีความร้อนสัมผัสโดยตรงกับอาหาร รวมทั้งสารไนเตรต-ไนไตรต์ที่ใช้เป็นสารกันเสียในอาหารประเภทเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน ก็ทำให้อาหารพวกนี้เพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งในอวัยวะต่างๆ ที่ไม่ใช่แค่กระเพาะอาหาร แต่ยังเสี่ยงต่อมะเร็งตับ ไต ลำไส้ หรือตับอ่อนได้
3.ไม่ชอบกินผักและผลไม้
ในงานประชุมวิชาการของสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยได้มีการพูดถึง “ผักผลไม้กับการป้องกันมะเร็ง” โดยเฉพาะผัก ผลไม้สีเขียวหรือสีเหลือง เช่นเดียวกันกับการศึกษาของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่า… ผักของไทยหลายชนิดมีคุณสมบัติในการบลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้
เช็ก 5 สัญญาณ เตือนบ่งบอกว่า...คุณอาจถึงขั้นต้องฟอกไตแล้ว
4.กินเค็ม - โซเดียมสูง
จากการศึกษาของนักวิจัยชาวเกาหลีและญี่ปุ่น พบว่าการบริโภคอาหารเค็ม หรืออาหารที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบ เช่น อาหารหมักดอง ล้วนมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับการศึกษาในชาวอิหร่าน พบว่าการบริโภคเมล็ดพืชคั่วเกลือหรือผ่านการอบด้วยอุณหภูมิสูง ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มโอกาสการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้เช่นกัน
5.อ้วน น้ำหนักเกิน
จากการศึกษาวิจัยพบว่าผู้ที่มีน้ำหนักมากกว่าเกณฑ์มาตรฐาน มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งมากยิ่งขึ้น เนื่องจากระดับไขมันที่สูงมีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็ง โดยผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์แห่งสหราชอาณาจักร พบว่าภาวะอ้วนสามารถเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้มากถึง 11 ชนิด และส่วนใหญ่เป็นโรคมะเร็งทางเดินอาหาร
อาการ "ปวดท้อง" อย่าปล่อยไว้ รีบตรวจเช็ก บางโรคอาจต้องผ่าตัด
วิธีการรักษา โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
- ระยะแรก มักไม่แสดงอาการที่เด่นชัด แต่มักถูกตรวจพบโดยการตรวจคัดกรองสุขภาพจาก การส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Gastroscopy) และสามารถผ่าตัดขณะส่องกล้องกระเพาะอาหารเพื่อทำการรักษาได้ทันที เพื่อป้องกันการลุกลามสู่อวัยวะข้างเคียงเพิ่มโอกาสในการรักษาหายใด้สูง
- ระยะลุกลามแพร่กระจาย จำเป็นต้องได้รับการรักษาตามลักษณะอาการของโรคมะเร็ง เช่น การทำเคมีบำบัด หรือการทำคีโม (Chemotherapy) การฉายรังสี (radiotherapy) ก่อนการผ่าตัดเพื่อรักษาตามลำดับโดยแพทย์จะวางแผนเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ตามผลการวินิจฉัยอาการป่วยและระดับความรุนแรงซึ่งมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
ปวดท้อง "ไส้ติ่งอักเสบ" สังเกตให้เป็นก่อนเสี่ยง “แตก”
การป้องกันและการดูแลสุขภาพ
- จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีการปรุงแต่งและแปรรูป
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ
- หมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายแม้เพียงเล็กน้อย เช่น อาการปวดท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย
- เมื่อเกิดอาการ ควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัย
การตรวจสุขภาพประจำปี ช่วยให้เราคัดกรองโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่มีอาการได้ อีกทั้งยังช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลสุขภาพ และรักษาหากเจ็บป่วยได้ในทันทีเพิ่มโอกาสในการรักษาหายได้สูง
ขอบคุณข้อมูลสุขภาพจาก โรงพยาบาลเปาโล