ภาวะต่อมน้ำเหลืองอักเสบ กดแล้วเจ็บ-เป็นก้อนบวมโตที่คอ
แนะวิธีเช็ก “อาการต่อมน้ำเหลืองอักเสบ” เป็นภาวะเสี่ยงของทุกเพศทุกวัย ระวังไม่ให้ติดเชื้อหรือเกิดบาดแผลเพื่อป้องกัน
ภาวะต่อมน้ำเหลืองอักเสบ (Lymphadenitis) คือภาวะที่ต่อมน้ำเหลืองเกิดการอักเสบและบวมขึ้นจนมีขนาดใหญ่กว่าปกติ อาจเกิดบริเวณเดียวหรือหลายบริเวณพร้อมกัน มีทั้งแบบเฉียบพลันและกึ่งเฉียบพลันและเป็นเรื้อรังจนต้องรักษาในระยะยาวต่อมน้ำเหลืองอักเสบอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- การติดเชื้อของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต่างๆ
- การอักเสบของช่องปากและช่องคอจากเชื้อแบคทีเรีย
- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- มีแผลและการอักเสบของเท้า ขา อวัยวะเพศ
- ต่อมน้ำเหลืองติดเชื้อโดยตรง ทำให้มีการอักเสบโตหลายต่อมพร้อมกัน เช่น วัณโรคต่อมน้ำเหลือง
- ผลข้างเคียงจากการใช้ยาหรือการแพ้ยาบางชนิด
อาการของต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและบริเวณที่เป็น อาการหลักๆ ที่พบคือ
- ต่อมน้ำเหลืองบวมโตกดแล้วเจ็บ
- เกิดการแข็งตัวหรือขยายตัวผิดปกติผิวหนังบริเวณที่อักเสบแดงหรือบวม
- มีหนองในต่อมน้ำเหลืองอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้ คัดจมูก เจ็บ คอ แขน หรือขาบวม
- มีเหงื่อออกขณะนอนหลับ
- สิวหรือมีแผลอักเสบบริเวณใบหน้า
- ฟันผุหรือเหงือกอักเสบ
อาการที่เกิดร่วมกับต่อมน้ำเหลืองอักเสบจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยสาเหตุได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการรักษาเพราะภาวะต่อมน้ำเหลืองโตอาจมีอาการคล้ายกับปัญหาสุขภาพอื่นๆ จึงควรรีบพบแพทย์หากเกิดอาการเหล่านี้
“วูบขณะยกน้ำหนัก” เกิดจากพฤติกรรม กินน้อย-นอนน้อย แพทย์แนะตรวจสุขภาพหาโรคแฝง
ยิ่งก้มยิ่งเสี่ยง! รู้จัก “Text Neck Syndrome” อาการปวดคอเรื้อรังของคนติดมือถือ
‘นอน 8 ชั่วโมง’ปรับสมดุลร่างกายพัฒนาสมอง-อารมณ์เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค
การรักษาต่อมน้ำเหลืองอักเสบ
- การรักษาด้วยตนเองเบี้องต้น ในกรณีที่อาการไม่รุนแรงมากนัก แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาลดปวด ลดไข้ ควบคู่กับการประคบด้วยน้ำอุ่นเพื่อให้อาการบวมจากการอักเสบค่อย ๆ ลดลง
- การใช้ยา ในรายที่มีสาเหตุของต่อมน้ำเหลืองอักเสบจากการติดเชื้อ แพทย์จะสั่งใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อลดอาการติดเชื้อ ซึ่งจะช่วยให้อาการอื่น ๆ เช่น ลดอาการปวดบวมลง ทว่าการใช้ยาปฏิชีวนะจะต้องใช้ตามที่แพทย์เป็นผู้กำหนดเท่านั้น เพื่อป้องกันภาวะเชื้อดื้อยาในภายหลัง
- การระบายหนองออกจากฝี การอักเสบของต่อมน้ำเหลืองอันเนื่องมาจากการติดเชื้อ อาจทำให้เกิดฝีได้ จึงอาจต้องมีการเจาะเพื่อระบายของเหลวภายในฝีออก โดยวิธีนี้ควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญ หรือแพทย์เท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อแทรกซ้อนจนเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้
- การรักษาโรคมะเร็ง ภาวะต่อมน้ำเหลืองอักเสบเกิดจากเนื้องอกที่มีเซลล์มะเร็ง ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งอย่างเป็นขั้นตอน โดยวิธีการรักษานั้นมีหลากหลายวิธี ได้แก่ การผ่าตัด การทำเคมีบำบัด หรือฉายแสง ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีการรักษาจากชนิดของมะเร็ง ระยะความรุงแรง และความเหมาะสมของผู้ป่วย
วิธีป้องกันต่อมน้ำเหลืองอักเสบ คือ
- การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- ดูแลรักษาความสะอาดผิวหนัง เล็บ ช่องปาก และระวังไม่ให้เกิดการติดเชื้อหรือเกิดบาดแผล
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมอย่างถูกวิธี
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาโดยไม่จำเป็นหรือไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมการแพทย์,pobpad