เช็กเลย! วัคซีนก่อนออกเที่ยวปลายปี ไปประเทศไหนฉีดวัคซีนอะไรบ้าง ?
ปลายปีนี้หลายคนจองตั๋วเที่ยวพักผ่อนต่างประเทศ นอกจากเสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะแล้วอย่าลืมสร้างภูมิป้องกันวางแผนล่วงหน้าฉีดวัคซีนก่อนเดินทางด้วยนะคะ
ปลายปีหน้าเทศกาลการท่องเที่ยว ที่นิยมเที่ยวกันทั้งในและนอกประเทศทั้งแถบเอเชีย เกาหลี ญี่ปุ่น รวมถึงฝั่งยุโรปและทวีปแอฟริกาที่ไม่ว่าใครก็อยากเที่ยวให้รอบโลกทั้งนั้น การวางแผนก่อนเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ นอกจากเตรียมตัวทั้งเอกสารการเดินทางกับเสื้อผ้าสุดปังแล้ว“การป้องกันตนเองไม่ให้เจ็บป่วยในขณะเดินทาง”ไม่ว่าจะด้วยการเตรียมยาโรคประจำตัว รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งบทความนี้จะเป็นการลิสต์วัคซีนที่จำเป็นสำหรับการผจญภัยครั้งใหม่ของทุกคนค่ะ
ปัจจุบันวัคซีนที่ใช้สำหรับนักท่องเที่ยวจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ- วัคซีนที่จำเป็นต้องได้รับก่อนการเดินทาง (Required vaccine) เป็นวัคซีนที่ถูกกำหนดว่านักเดินทางจำเป็นต้องได้รับก่อนการเดินทาง ซึ่งเป็นไปตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (WHO IHR) ซึ่งปัจจุบันมีเพียงชนิดเดียวคือ วัคซีนไข้เหลือง โดยนักท่องเที่ยวที่จะต้องเดินทางไปยังดินแดนที่มีการระบาดของไข้เหลือง อย่างประเทศในแถบแอฟริกา และอเมริกาใต้ จำเป็นต้องได้รับวัคซีนนี้ก่อนการเดินทางอย่างน้อย 10 วัน
- วัคซีนที่แนะนำให้ใช้ในนักท่องเที่ยวตามความเหมาะสม (Recommended vaccine for travelers) วัคซีนที่แนะนำให้ใช้ในนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางบางกลุ่ม/บางคน ตามความเหมาะสม โดยแพทย์จะพิจารณาปัจจัยหลาย ๆ อย่างประกอบกัน เช่น ประเทศหรือสถานที่ที่จะไปมีความเสี่ยงในการติดเชื้อมากแค่ไหน ระยะเวลาที่จะไป กิจกรรมที่จะไปตลอดจนต้องพิจารณาถึงตัวนักท่องเที่ยว/นักเดินทางและตัวโรคด้วย
เช็กวัคซีนก่อนการเดินทางให้เหมาะสมกับทวีปหรือประเทศ
วัคซีนป้องกันโรคไทฟอยด์(Typhoid vaccine)
- แนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศแถบเอเชียใต้ เช่น อินเดีย เนปาล บังกลาเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในการติดโรคไทฟอยด์
วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies vaccine)
- แม้ส่วนใหญ่วัคซีนชนิดนี้จะถูกใช้หลังการสัมผัสโรค แต่สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปในพื้นที่ห่างไกล หรือประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ก็ควรฉีดไว้ เพื่อลดความเสี่ยง
เช็กอาการ-วิธีป้องกัน ‘ข้อสะโพกเสื่อม’ โรคที่เป็นได้ทุกวัย
ข้อควรรู้เมื่อเกิด "แผลในผู้ป่วยเบาหวาน" เหตุผลที่รักษายากเสี่ยงลุกลาม
วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบเอ(Hepatitis A vaccine) วัคซีนดังกล่าวต้องฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6-12 เดือน จึงจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค
- เป็นโรคที่ติดต่อโดยการกินอาหารหรือน้ำที่มีการปนเปื้อนเชื้อไวรัส ผู้ป่วยส่วนใหญ่โดยเฉพาะในเด็ก มักจะไม่มีอาการ แต่อาการจะมีมากและอาจรุนแรงได้ในผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ
- แนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ ได้แก่ ประเทศในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบเอเชียใต้ รวมไปถึงประเทศในทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้
วัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น(Meningococcal vaccine)
- แนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปในทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะบริเวณที่เรียกว่า Meninigitis belt เช่น ประเทศซูดาน ไนจีเรีย เอธิโอเปีย ฯลฯ
- นักเรียน นักศึกษาไทยทีจะไปศึกษาต่อในประเทศแถบยุโรปและอเมริกา ก็มีข้อกำหนดให้ต้องรับวัคซีนชนิดนี้ก่อนไป โดยเฉพาะถ้าต้องไปอยู่ในหอพัก
- ผู้ที่จะไปแสวงบุญที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยเป็นระเบียบที่กำหนดไว้ชัดเจนว่า ก่อนเข้าไปแสวงบุญ ทุกคนจำเป็นต้องฉีดวัคซีนนี้
วัคซีนป้องกันโรคอหิวาตกโรค (Cholera vaccine)
- แนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคนี้ หรือเข้าไปทำงานในค่ายอพยพผู้ลี้ภัย หรือเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ที่เข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทุรกันดาร
สัญญาณเตือน! หลอดเลือดสมองตีบ รู้ก่อนอัมพฤกษ์อัมพาต
วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine)
- ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่สามารถพบได้ทุกประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศยุโรป อเมริกา
- แนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปในที่ชุมชน หรือในสถานที่แออัด ที่มีคนเป็นจำนวนมาก เช่น ผู้ที่จะไปพิธีแสวงบุญ ผู้จะไปชมกีฬา ไปเที่ยวงานเทศกาลต่างๆ ควรพิจารณาฉีดวัคซีนนี้
วัคซีนรวมคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DTP)
- ผู้เดินทางทุกคนต้องได้รับวัคซีน DTP สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี และผู้ใหญ่ เมื่อได้รับวัคซีนครบ 3 เข็ม คือเข็มแรกในวันที่สะดวก เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน และเข็มที่ 3 ห่างจากเข็มแรก 6 เดือนแล้ว ควรรับการฉีด dT กระตุ้นทุก 10 ปี โดยอาจพิจารณาใช้ Tdap หรือ Tdap-IPV แทน dT ได้หนึ่งครั้ง
วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (HB)
- แนะนำให้ตรวจหาภูมิก่อนเข้ารับวัคซีน หากตรวจพบว่ายังไม่มีภูมิคุ้มกันควรรับวัคซีน ให้เข้ารับวัคซีน 3 เข็มคือเข็มแรกในวันที่สะดวก เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน และเข็มที่ 3 ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน
- ในกรณีที่ไม่ภูมิคุ้มกัน แต่ต้องเดินทางในระยะเวลาอันใกล้ สามารถฉีดแบบเร่งรัดได้คือ ฉีดเข็มแรกในวันที่สะดวก ฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 7 วัน และฉีดเข็ม 3 ห่างจากเข็มแรก 21 วัน ซึ่งการฉีดแบบนี้ จะทำให้สามารถฉีดครบ 3 เข็มได้ภายใน 3 สัปดาห์ แต่การฉีดแบบเร่งรัดนี้ จำเป็นต้องมีการฉีดกระตุ้นเข็มที่ 4 เมื่อครบ 1 ปี เพื่อทำให้ภูมิคุ้มกันอยู่ได้นาน
วัคซีนรวมหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR)
- หากไม่เคยได้รับวัคซีนดังกล่าว และไม่เคยมีการติดเชื้อตามธรรมชาติ (หรือไม่แน่ใจว่าเคยเป็นมาก่อนหรือไม่) ควรรับการฉีด MMR 2 เข็ม ห่างกัน 4 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง โดยไม่จำเป็นต้องตรวจระดับภูมิคุ้มกันก่อนฉีดวัคซีน
- แนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศกำลังพัฒนา
วัคซีนโปลิโอ(OPV,IPV)
- แนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศอัฟกานิสถาน อินเดีย ปากีสถาน ไนจีเรีย แอฟริกา
- ในคนไทยส่วนใหญ่จะได้รับวัคซีนโปลิโอตั้งแต่เด็กตามแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันของกระทรวงสาธารณสุข และเชื่อว่าภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการได้รับวัคซีนจะอยู่ได้ตลอดชีวิต แต่หากจำเป็นต้องเดินทางเข้าไปในพื้นที่ระบาดของโรคโปลิโออาจพิจารณารับวัคซีนกระตุ้น 1 ครั้ง
วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE)
- ในคนไทยส่วนใหญ่จะได้รับวัคซีนชนิดนี้แล้ว แต่หากยังไม่เคยฉีด และต้องเดินทางไปต่างประเทศ ควรเข้ารับการฉีดวัคซีน JE แบบเร่งรัด 3 เข็ม คือฉีดเข็มแรกในวันที่สะดวก ฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 7 วัน และฉีดเข็ม 3 ห่างจากเข็มแรก 28 วัน หรือฉีดวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอีชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ CD-JE VaxTM 1 เข็ม ซึ่งวัคซีนดังกล่าวนิยมใช้มากขึ้นในผู้เดินทาง เนื่องจากมีประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสูง และฉีดเพียง 1 เข็ม สามารถป้องกันโรคได้นาน
วัคซีนโรคจากเชื้อนิวโมคอคคัส (Pnc) ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคจากเชื้อนิวโมคอคคัส 2 ชนิด คือ
- วัคซีนนิวโมคอคคัสแบบคอนจูเกต (PCV13) ซึ่งครอบคลุมเชื้อนิวโมคอคคัส 13 สายพันธุ์
- วัคซีนนิวโมคอคคัสแบบโพลีแซคคาไรด์ (PPSV23) ซึ่งครอบคลุมเชื้อนิวโมคอคคัส 23 สายพันธุ์
- นักเดินทางที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ ควรได้รับวัคซีนนิวโมคอคคัสแบบคอนจูเกต (PCV13) 1 เข็ม
- ในกรณีที่ต้องการรับวัคซีนนิวโมคอคคัสแบบโพลีแซคคาไรด์ (PPSV23) ควรได้รับวัคซีนนิวโมคอคคัส23 สายพันธุ์ 1 เข็ม และควรฉีดกระตุ้นทุก 5 ปี
วัคซีนป้องกันโรคไข้เหลือง
- ทุกคนที่จะเดินทางไปยังประเทศในแถบแอฟริกา และอเมริกาใต้ โดยต้องถือเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนไปด้วย เพื่อการตรวจคนเข้าเมือง หรือขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศ
- วัคซีนไข้เหลืองเป็นวัคซีนเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ สามารถฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือเข้าชั้นใต้
วัคซีนป้องกันโควิด-19
- ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขขอแต่ละประเทศ ซึ่งต้องเช็กก่อนเดินทางว่าต้องใช้วัคซีนพาสปอร์ต (International Vaccination Certificate) เพื่อเป็นหลักฐานว่าเราฉีดวัคซีนโควิด 19 ครบ 2 โดสแล้วหรือไม่แต่เพื่อความสบายใจเผื่อไว้ดีกว่านะคะ
เพื่อไม่ให้ทริปนี้หมดสนุกอย่าลืมเช็กอัพร่างกายเตรียมเอกสารให้พร้อม ฉีดวัคซีนตามความเหมาะสมรับกับโรคภัยที่มองไม่เห็นกันด้วยนะคะ
ข้อมูลสุขภาพจาก : โรงพยาบาลพญาไท