นิสัย “แคะจมูก” เสี่ยงติดเชื้ออักเสบ วิจัยพบอาจสัมพันธ์กับอัลไซเมอร์
พฤติกรรมแคะจมูก อาจเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เรามองว่าเป็นเรื่องปกติ ที่สามารถทำได้ บางคนทำจนติดเป็นนิสัย แคะจนเป็นแผล เจ็บจมูกแล้วก็ยังแคะ รู้หรือไม่ เป็นการทำร้ายร่างกายนำเชื้อเข้าสู่โพรงจมูกโดยตรง อีกทั้งยังอาจเชื่อมโยงกับอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย!
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาดไทย ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า การแคะจมูก ไม่ใช่เรื่องดีเพราะอาจเสี่ยงในหลายด้าน
- การติดเชื้อจากแผล หากเกิดบาดแผลถลอกหรือบาดแผลฉีกขาดในบริเวณโพรงจมูก อาจทำให้เชื้อโรคที่อยู่ในซอกเล็บเข้าสู่บาดแผล ก่อให้เกิดการอักเสบ เป็นหนอง หรือเป็นฝีในโพรงจมูกได้
- เลือดกำเดาไหลง่าย เนื่องจากตำแหน่งที่เลือดกำเดาไหลได้ง่ายที่สุด อยู่บริเวณผนังกั้นโพรงจมูกด้านหน้า ซึ่งเป็นบริเวณที่นิ้วสามารถแคะจมูกถึงได้ เลือดมักออกไม่มาก และเป็นระยะเวลาสั้น ๆ อาจมีเลือดออกช้ำในช่วงที่ใกล้หาย
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยจากทีมนักวิทยาศาสตร์จาก ม.กริฟฟิธ ออสเตรเลีย เผยข้อสันนิษฐานที่น่าสนใจว่า การแคะหรือถอนขนจมูกมากจนเกินไป อาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้
โดยงานวิจัยชิ้นนี้ได้ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports โดยใช้หนูทดลอง เป็นกลุ่มตัวอย่างทำให้หนูจำนวนหนึ่งติดเชื้อ Chlamydia pneumoniae แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคปอดบวม, หลอดลมอักเสบ และคออักเสบในมนุษย์ จากนั้นได้แคะจมูกหนู จนเยื่อโพรงจมูกเสียหาย เปิดทางให้เชื้อแบคทีเรีย สามารถเดินทางผ่านเส้นประสาทรับกลิ่นบริเวณโพรงจมูก และแพร่ไปยังสมองส่วนกลางของหนูได้ง่าย
จากการทดลองพบว่า “หนูมีคราบโปรตีนเบตาอะไมลอยด์ ปรากฏในสมองค่อนข้างมากหลังติดเชื้อ”ซึ่ง ก่อนหน้านี้มีการค้นพบว่า ผู้ป่วยสมองเสื่อม ระยะท้ายๆมักจะมีร่องรอยของเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวอยู่ในสมอง และจะพบคราบโปรตีนเบตาอะไมลอยด์ สะสมตัวอยู่อย่างหนาแน่น ถือเป็นการพิสูจน์ครั้งแรกของโลกที่แสดงให้เห็นว่า การติดเชื้อในโพรงจมูกที่แพร่กระจายไปสู่สมอง
วิจัยพบวิตามินรวม ชะลอวัยและโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุได้
อย่างไรก็ตามทีมงานของศูนย์กำลังวางแผนการวิจัยขั้นต่อไปโดยตั้งเป้าที่จะพิสูจน์ว่ามนุษย์มีวิถีทางเดียวกัน
มีขั้นตอนง่ายๆ ในการดูแลเยื่อบุจมูกของคุณที่ศาสตราจารย์เซนต์จอห์นแนะนำให้ผู้คนสามารถดำเนินการได้ตอนนี้หากต้องการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ที่เริ่มมีอาการในภายหลัง ทั้งนี้ นักวิจัยยืนยันว่า การแคะจมูกและถอนขนออกจากจมูกไม่ใช่ความคิดที่ดี เพราะถ้าคุณทำลายเยื่อบุจมูก คุณก็จะเพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่จะเข้าไปในสมองของคุณได้ ซึ่งการทดสอบการดมกลิ่นอาจมีศักยภาพในการเป็นเครื่องตรวจจับโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม เนื่องจากการสูญเสียการรับรู้กลิ่นเป็นตัวบ่งชี้เริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์ เขาแนะนำว่าการทดสอบกลิ่นเมื่อคนเราอายุครบ 60 ปีอาจเป็นประโยชน์ในการตรวจจับล่วงหน้า
ข้อมูลจาก : โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาดไทย,griffith
แพทย์เผยอัลไซเมอร์เพาะพิษนานถึง 15 ปี วิจัยชี้ออกกำลังกายลดเสี่ยง2เท่า