เช็กอาการ ภาวะสมองฝ่อและวิธีชะลอความเสื่อมตามอายุ
ภาวะสมองฝ่อ ส่วนใหญ่มักเกิดกับผู้สูงอายุ แต่รู้หรือไม่มีหลายปัจจัยที่ทำให้คนอายุน้อยก็เสี่ยงภาวะสมองฝ่อได้เช่นกัน เช็กอาการและพฤติกรรมเสี่ยง ป้องกันชะลอโรคได้รู้ทันหายได้
ภาวะสูญเสียเซลล์สมองและการเชื่อมกันของเซลล์สมอง ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะสมองฝ่อ Cerebral atrophy หรือ Brain atrophy ที่อาจเกิดทั่วทุกบริเวณของสมองหรือแค่เฉพาะบางส่วนก็ได้ แม้โดยทั่วไปภาวะสมองฝ่ออาจเกิดจากความเสื่อมตามอายุ ซึ่ง กลไกในการเกิดสมองฝ่อมักเกิดจากสมองเสื่อม (Dementia) ก่อนเนื่องจากเกิดการตายของเซลล์สมองซึ่ง ภาวะสมองเสื่อมทำให้มีความผิดปกติในหลายด้านนอกจากระบบประสาทและสมอง โดยจะมีผลทั้งด้านความคิด ความจำ การเคลื่อนไหว พฤติกรรม อารมณ์ ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้
อาการของภาวะสมองฝ่อมีได้หลายอาการและความรุนแรง ขึ้นอยู่กับบริเวณที่มีการสูญเสียเซลล์สมอง เช่น
- สมองเสื่อม คือ มีการสูญเสียความทรงจำ คิดได้ช้า ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไม่สามารถคิด วางแผน และจัดการอย่างเป็นระบบ มีปัญหาด้านการพูด การเคลื่อนไหว อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไว ซึ่งส่งผลต่อการดำรงชีวิตประจำวัน
- อาการชัก อาจมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง การกลอกตาผิดปกติ กล้ามเนื้อเกร็งกระตุก อาการชัก การสูญเสียความรู้สึกตัว
- ความผิดปกติด้านการพูด เช่น การพูดลำบาก พูดคำซ้ำ ๆ เลือกใช้คำไม่ถูกต้องกับสถานการณ์ พูดไม่ปะติดปะต่อ พูดประโยคที่ไม่สัมพันธ์กันหรือไม่สัมพันธ์กับเหตุการณ์ พูดไม่จบประโยค หรือสูญเสียความเข้าใจด้านภาษา
ใครที่มีความเสี่ยงต่อภาวะสมองฝ่อ
- ผู้ที่มีอายุมาก
- มีประวัติโรคทางพันธุกรรมในครอบครัว เช่น Huntington’s disease
- มีประวัติโรคทางระบบประสาทในครอบครัว เช่น โรคอัลไซเมอร์
- ผู้มีการบาดเจ็บของศีรษะและสมอง
- มีประวัติดื่มสุรามาก และสูบบุหรี่
สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะสมองฝ่อ
- ความเสื่อมตามอายุ
- การบาดเจ็บทางสมอง ทั้งภาวะสมองขาดเลือด เช่น หลอดเลือดสมองตีบ แตก ตัน การบาดเจ็บโดยตรงต่อสมอง ทำให้เซลล์สมองขาดเลือดและตายในที่สุด
- โรคและความเจ็บป่วยอื่น ๆ เช่น อัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อมชนิดต่าง ๆ ความผิดปกติของการเจริญเติบโตทางสมองแต่กำเนิด โรคทางกรรมพันธุ์
- การติดเชื้อ เช่น โรคเอดส์ โรคไข้สมองอักเสบ และโรคซิฟิลิสระบบประสาท
- การมีสารบางชนิด เช่น สารโฮโมซิสเทอีน (Homocysteine) มากเกินไป
วิธีที่จะช่วยป้องกันหรือชะลอภาวะสมองฝ่อ
- ฝึกสมองการทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความคิด เช่น การเล่นหมากรุก การคิดเลข ปัญหาเชาว์
- ฝึกการใช้งานสมองทั้งสองซีก เคลื่อนไหวร่างกายทั้งสองข้างให้ประสานกัน เช่น การเต้นลีลาศ รำมวยจีน ทำงานประดิษฐ์ เล่นดนตรี เป็นต้น
- ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
- งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
“หมอธีระวัฒน์” เผยงีบกลางวันนานและบ่อยเสี่ยงสมองเสื่อม-อัลไซเมอร์
อีกสาเหตุของสมองฝ่อคือคือการมีสารโฮโมซิสเทอีน (Homocysteine) ที่เกิดจากการย่อยสลายโปรตีนชนิดหนึ่งมากเกินไป โดยปกติร่างกายจะพยายามกำจัดสารโฮโมซิสเทอีนให้กลายเป็นสารซิสทีนซึ่งไม่เป็นอันตรายแก่ร่างกายแทน แต่อาจมีบางปัจจัยที่ทำให้การกำจัดสารโฮโมซิสเทอีนผิดปกติไป ส่งผลให้มีสารนี้ในปริมาณมาก เช่น
- พันธุกรรมที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับเรื่องของเอนไซม์ ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนสารโฮโมซิสเทอีนให้กลายเป็นสารซิสทีนได้
- การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนบางชนิดมากเกินไป
- การขาดวิตามิน เช่น วิตามิน B และกรดโฟลิก ดังนั้นการได้รับวิตามิน B เสริมจึงอาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการชะลอภาวะสมองฝ่อได้
การวินิจฉัยภาวะสมองฝ่อ แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจตามภาวะที่สงสัย เช่น การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (Computerized tomography – CT) การตรวจเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic resonance imaging - MRI) หรือ ตรวจเลือดเพื่อหาสารเคมีบางอย่างก่อนการเกิดภาวะสมองเสื่อม ซึ่งปัจจุบันสามารถทำได้ หากภาวะสมองฝ่อ เกิดจากสาเหตุที่รักษาได้ เช่นจากโรคต่าง ๆ การรักษาตัวโรคสามารถทำให้อาการของสมองฝ่อดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตามอาการอาจไม่หายขาด ซึ่งปัจจุบันมียาที่ใช้รักษาภาวะสมองฝ่อ และ สมองเสื่อม ที่มีการรับรองว่าได้ผล โดยเฉพาะถ้าได้รับการรักษาเร็วอย่างแน่นอน
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช
อาการขี้ลืมแบบไหนไม่ปกติเสี่ยงอัลไซเมอร์ เช็กสัญญาณโรคสมองเสื่อม
นักวิจัย เผย 3 วิธี ลับคมสมองให้เฉียบและแข็งแรงไม่เสื่อมง่าย