“มะเร็งไต” พบน้อยแต่อัตราเสียชีวิตสูง สัญญาณแรกของโรคคืออะไร?
รู้หรือไม่ ? “ไต” ก็เป็นมะเร็งได้ แม้พบได้น้อยแต่แนวโน้มสูงขึ้นทุกปี พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง 2 เท่า เช็ก สัญญาณของโรค และใครบ้างกลุ่มเสี่ยง?
“ไต” อวัยวะสำคัญ อยู่ที่ด้านหลังช่องท้องคืออยู่หลังเยื่อบุช่องท้อง รูปร่างหน้าตาคล้ายเมล็ดถั่ว มีหน้าที่สำคัญในการกรองของเสียออกจากร่างกายกลายเป็นน้ำปัสสาวะ ควบคุมความสมดุลของน้ำ และเกลือแร่ และสร้างฮอร์โมนหลายชนิดที่ช่วยในการควบคุมความดันโลหิตและช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงของไขกระดูก
รู้หรือไม่ ? นอกจาก โรคไตเรื้อรัง ไตวาย แล้ว ไตยังสามารถเป็นมะเร็งได้อีกด้วย แม้จะพบได้น้อยเพียง 2 % ของโรคมะเร็งทั้งหมด แต่พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 2 เท่า โดยเฉพาะช่วงอายุ 55-60 ปี
"มะเร็งไต" เกิดจากความผิดปกติของเซลล์เนื้อเยื่อไตและมะเร็งของเซลล์เยื่อเมือกของกรวยไต ประเภทหลังบางครั้งเรียกว่ามะเร็งกรวยไต ซึ่งกรวยไตมีหน้าที่ในการกักเก็บปัสสาวะ ก่อนปล่อยลงท่อไตและลงสู่กระเพาะปัสสาวะในที่สุด มะเร็งกรวยไตมักเกิดร่วมกับมะเร็งกระเพาะปัสสาวะและมะเร็งของท่อไต
สาเหตุของมะเร็งไตยังไม่ทราบแน่ชัดแต่ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งไตได้บ่อยได้แก่
- การได้รับสารพิษบางชนิดในสิ่งแวดล้อมสูงอย่างต่อเนื่อง เช่น ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปิโตรเลียมและแร่ธาตุบางชนิด เช่น แคดเมียม แร่ใยหิน
- การกินยาแก้ปวดบางชนิดต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- การกินฮอร์โมนเพศบางชนิด
- สูบบุหรี่
- โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคนิ่วในไต
- ความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิด
มะเร็งไต เหมือนมะเร็งทุกประเภทคือเมื่อก้อนเนื้องอกยังมีขนาดเล็กมักไม่มีอาการ แต่เมื่อก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่มากขึ้นจึงจะมีอาการที่พบบ่อยได้แก่
- ปวดหลังเรื้อรัง
- ปัสสาวะมีเลือดปน
- ปัสสาวะมีสีน้ำล้างเนื้อ
- คลำพบก้อนผิดปกติในช่องท้อง
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลด โลหิตจาง
7 สัญญาณ “โรคมะเร็ง” เนื้อร้ายคุกคามชีวิตรู้เร็วรักษาได้
ลุกปัสสาวะบ่อยกลางดึก สัญญาณบอกโรคและภาวะหยุดหายใจ
มะเร็งไตแบ่งเป็น4 ระยะ
- ระยะต้น ก้อนมะเร็งจะใหญ่น้อยกว่า 7 เซนติเมตร มีสิทธิอยู่ได้นาน 5 ปี 90 %
- ระดับ 2 มีก้อนเนื้อมากกว่า 7 เซนติเมตร มีโอกาสอยู่ได้เกิน 5 ปี 85 %
- ระดับ 3 ลุกลามไปถึงเส้นเลือดดำ และแพร่กระจายไปในไตหนึ่งไต มีโอกาสอยู่ได้นานเกิน 5 ปี 60 %
- ระยะที่ 4 มีอาการลุกลามออกไปยังอวัยวะข้างเคียง และเป็นที่ต่อมน้ำเหลืองมากกว่าหนึ่งต่อม มีโอกาสอยู่ได้นาน 5 ปี 10 %
ใครที่เริ่มมีอาการที่สุ่มเสี่ยงควรเข้ารับการตรวจ เพื่อรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ สำหรับการตรวจวินิจฉัยก็เริ่มตั้งแต่การซักประวัติ ตรวจร่างกายทั่วไป ต่อด้วยการตรวจปัสสาวะเพื่อหาเม็ดเลือดแดงที่มักปนออกมากับปัสสาวะเพราะผู้ป่วยบางรายก็มีเม็ดเลือดแดงออกมาไม่มากจนสีปัสสาวะดูเหมือนปกติ หลังจากนั้นก็ตามด้วยการตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้อง การฉีดสีหรือสารทึบรังสีเพื่อดูการทำงานของไตทั้งสองข้างและความผิดปกติของตำแหน่งของระบบทางเดินปัสสาวะ ตรวจไล่เรียงไปจนถึงการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ครบถ้วน
การรักษามะเร็งไต
ก็เริ่มตั้งแต่การผ่าตัด การฉีดยาเข้าไปยับยั้งหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็งโดยตรง การฉายแสงจากภายนอก การฝังแร่เข้าไปในตำแหน่งเนื้องอกโดยตรง การให้ยาเคมีบำบัดแบบทั่วไป การให้ยาที่เข้าไปทำลายมะเร็งแบบเฉพาะเจาะจงตรงเป้าหมาย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระยะของโรคมะเร็ง อายุและสุขภาพของผู้ป่วยเป็นหลัก
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมการแพทย์ และ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
อาหาร 6 กลุ่มที่ผู้ป่วย “โรคไตเรื้อรัง” ต้องรู้ กินแบบไหนช่วยชะลอโรค?
รวมเรื่องอาหารของผู้ป่วย “มะเร็ง” ฉายแสง-เคมีบำบัดแล้วกินอะไรได้บ้าง