หนุ่มป่วยบ่อยหลังอยู่เชียงใหม่ 7 ปีก่อนเสียชีวิตด้วย “มะเร็งหลังโพรงจมูก” ญาติคาดจากฝุ่นPM2.5
น้องชายแชร์เรื่องราว ของพี่ชายที่เสียชีวิตจาก “มะเร็งหลังโพรงจมูก” หลังย้ายไปอยู่เชียงใหม่ 7 ปี ทั้งที่ใช้ชีวิตดีมาตลอดไม่มีปัจจัยเสี่ยงเผยพี่ชายเคยเปรย ไปอยู่เชียงใหม่ใครๆต่างก็คิดว่ากาศดีแต่จริงๆแล้วไม่เลย ฝุ่นเอย ควันจากการเผาเอย คาดป่วยมะเร็งจาก PM2.5 เข้าไปกระตุ้น อยากให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหานี้ว่ามันร้ายแรงจริงๆ
ฝุ่น PM2.5 ที่สูงขึ้นต่อเนื่องและไม่มีท่าทีที่จะลดลงโดนเฉพาะ กรุงเทพมหานคร ปริมนฑลและ จ. เชียงใหม่ ที่เป็นประเด็นอย่างต่อเนื่องถึงปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เพจดังอย่าง Drama-addict ได้แชร์โพสต์ข้อความของสมาชิกเพจถึงพี่ชายที่เสียชีวิตจากมะเร็งหลังโพรงจมูก หลังย้ายมาอยู่เชียงใหม่ได้ 7 ปี
โดยมีเนื้อหาว่า
น้องชายของผู้เสียชีวิตฝากมาครับจ่า เรื่องนี้เราขอเล่า เรื่องฝุ่น PM. พี่ชายเราย้ายไปอยู่เชียงใหม่ได้ 7 ปี พี่ชายเราป่วยมาเรื่อยๆ
จากภูมิแพ้บ้าง เลือดกำเดาไหลแบบไม่มีสาเหตุบ้าง แต่พี่เราก็ยังใช้ชีวิตปกติจนกระทั่งปี 2564 เราเริ่มเห็นพี่ชายอาการไม่ค่อยดี แม่จึงขอร้องให้กลับมารักษาที่บ้านเนื่องจากพี่ชายเราวูบบ่อย เลือดกำเดาไหลบ่อยมากในที่สุดพี่ก็ยอมมารักษา ผลตรวจออกมาว่าพี่เราเป็นมะเร็งโพรงจมูกระยะที่2
พี่เราก็สู้ เราทุกคนก็สู้รักษาจนหมอยอมแพ้ ในที่สุดพี่เราก็เสียไปเมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้วพี่เราเป็นคนแข็งแรงมาก ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า เราเคยถามพี่ว่าทำไมถึงเป็นได้ ครอบครัวเราไม่เคยมีใครเป็นมะเร็ง แถมอาหารการกินพี่เรานี่ยิ่งกว่าอะไร นั่นก็กินไม่ได้ นี่ก็มีสารมันไม่มี
แต่มีอย่างนึงที่พี่บอกเราพี่เล่าว่า ไปอยู่เชียงใหม่ใครๆต่างก็คิดว่ากาศดีแต่จริงๆแล้วไม่เลย ฝุ่นเอย ควันจากการเผาเอย สารพัด กว่าจะรู้ว่าต้องรักษาจริงจังมันก็ไม่ทันแล้วได้คุยกับเค้าก่อนเสียว่า ปัจจัยอะไรที่ทำให้เค้าป่วยหนักขนาดนี้ทั้งๆที่เค้าเป็นคนแข็งแรงและดูแลตัวเองทั้งเรื่องอาหารการกินและการใช้ชีวิต เค้าบอกว่าน่าจะเป็นที่สภาพอากาศ เค้าคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไรร้ายแรงเลยปล่อยไว้ ไม่ได้รักษาจริงจัง จนในที่สุดมันก็ลุกลามค่ะอยากให้จ่าเป็นกระบอกเสียงให้ มันคือเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเรา เราอยากให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหานี้ว่ามันร้ายแรงจริงๆ.....ขอบคุณค่ะ
ความเสี่ยงของมะเร็งโพรงจมูก ได้แก่
- การติดเชื้อไวรัสบางชนิด
- ความเสี่ยงทางพันธกรรม
- สารก่อมะเร็ง ไนโตรซามีน ที่พบได้ในอาหารหมักดอง
- การสูบบุหรี่
และงานวิจัยหลังๆพบว่า PM 2.5 เพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งโพรงจมูกสูงมาก
ทีมข่าว พีพีทีวีออนไลน์ ได้ค้นข้อมูลต่อ พบว่า สำนักงานวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (IARC) ระบุว่า มลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ PM2.5 ถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งสำหรับมนุษย์ได้ โดยองค์การอนามัยโลก ได้ประมาณการณ์ในปี 2559 ว่าไทยมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดซึ่งมีสาเหตุมาจากมลพิษทางอากาศถึง 6,330 ราย สำหรับการเจ็บป่วย พบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี จากรายงานการเจ็บป่วยด้วยโรคจากมลพิษทางอากาศของคลังข้อมูลสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ในปี 2563 พบรายงานผู้ป่วยมะเร็งปอด 122,104 ราย คิดเป็น 186.26 ต่อแสนประชากร
เพจดังแชร์ภาพ เด็กตาแดง-เลือดกำเดาไหล คาดปัญหาสะสมจากฝุ่นพิษ PM 2.5
ด้านโรงพญาบาลพญาไท ได้ให้ข้อมูลว่า โดยธรรมชาติแล้ว เวลาที่เราหายใจจะมีขนจมูกคอยทำหน้าที่เป็นตัวกรองอากาศเบื้องต้นก่อนเข้าสู่ถุงลมปอด (Alveoli) เพื่อทำการแลกเปลี่ยนและดูดซึมก๊าซออกซิเจนเข้าสู่ระบบเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย แต่สำหรับการสูดหายใจในอากาศที่มีฝุ่นละออง PM 2.5 หรือฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กน้อยกว่า 2.5 ไมครอนนี้ ด้วยขนาดของอนุภาคที่เล็กมาก..ทำให้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายๆ และก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพต่างๆ ตามมา
ซึ่งการสูดฝุ่นละอองที่เป็นพิษอาจไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงแบบเฉียบพลันทันทีในคนไข้บางกลุ่ม ในขณะที่คนไข้บางรายก็อาจมีการสะสมของโลหะหนักปนเปื้อนที่ปะปนอยู่ในฝุ่นขนาดเล็กที่เราสูดดมเข้าไป ซึ่งการสูดดมหรือสะสมสารพิษในอวัยวะต่างๆ ของร่างกายอย่างต่อเนื่อง อาจจะ ก่อให้เกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคทางสมองและโรคมะเร็งได้ในระยะยาว
คนกลุ่มใดบ้างที่ต้องระวังฝุ่น PM 2.5 เป็นพิเศษ
- กลุ่มโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด หรือโรคทางเดินหายใจ
- กลุ่มคนไข้สูงอายุ เด็ก และสตรีที่กำลังตั้งครรภ์อยู่
การสูดหายใจในอากาศที่มีฝุ่นละออง PM 2.5 จึงเท่ากับว่าต้องเพิ่มการป้องกันมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อไหร่ที่เจอสิ่งเร้ามากระตุ้น อาจทำให้มีอาการหอบหืดกำเริบหรือเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบกำเริบ ส่งผลให้คนไข้มีอาการแสบจมูก คัดจมูก คันจมูก หรือมีปริมาณน้ำมูกมากผิดปกติ
อย่างไรก็ตามไม่ว่าในคนทั่วไปที่ไม่มีโรคประจำตัวหรือในคนไข้กลุ่มเสี่ยง การหลีกเลี่ยงฝุ่นโดยการทำกิจกรรมอยู่ภายในอาคารก็ถือว่าเป็นข้อควรปฏิบัติที่สำคัญ และหากมีความจำเป็นต้องออกนอกอาคาร ควรสวมหน้ากากอนามัย N95 เพื่อป้องกันฝุ่นไม่ให้เกิดเป็นภูมิแพ้ อาการหอบหืดกำเริบ หรือเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบกำเริบ รวมทั้งมาพบแพทย์เมื่อสังเกตเห็นอาการผิดปกติ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท
แพ้ฝุ่น PM2.5 ดูแลตัวเองอย่างไร? เมื่อภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบ
ฝุ่น PM2.5 กระตุ้นภูมิแพ้-ปวดหัวไมเกรน อาการแพ้และวิธีการหลีกเลี่ยง