"รองเท้า" เลือกอย่างไรไม่ให้ปวดหลัง และเข้ากับลักษณะเท้าของแต่ละคน
หลายคนเลือกรองเท้าจากความชอบ แต่เวลาเดินนานๆ กลับปวดหลังแบบงงๆ ฉะนั้นรองเท้ากับอาการปวดหลังเกี่ยวกันไหม และเราควรเลือกรองเท้าอย่างไร เช็กที่นี่!
ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางครั้งเราก็เลือกรองเท้าจากความสวยงามหรือความชอบส่วนตัว โดยละเลยสิ่งสำคัญไปว่าเมื่อเราใช้เท้าเดินในแต่ละวันเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร นอกจากจะเจ็บเท้า อาจทำให้รู้สึกปวดหลังตามมาได้ ฉะนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความทรมานนี้ เรามีวิธีการเลือกรองเท้าดีๆ มาฝากกัน
เลือกให้เหมาะกับรูปเท้า
หลายคนยอมอดทนต่อความเจ็บปวดเพื่อให้ได้ใส่รองเท้าสวยๆ เช่น บางคนที่มีปลายเท้ากว้างแต่ใส่รองเท้าหัวแหลม โดยไม่รู้ว่านั่นคือการทำร้ายสุขภาพเท้าเราโดยไม่รู้ตัว
เพราะฉะนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีของเท้า ควรที่จะคำนึงถึงความเหมาะสมกับรูปเท้าด้วย แบ่งออกได้ดังนี้
- อุ้งเท้าปกติ มีช่องว่างระหว่างเท้าเล็กน้อย รองเท้าที่ควรใส่อาจคำนึงถึงลักษณะทางกายภาพของตัวเองเป็นหลัก อาทิ
- เพศ ผู้หญิงมักจะมีส่วนส้นเท้าที่แคบกว่าผู้ชาย แต่จะมีความกว้างของนิ้วเท้ามากกว่า ดังนั้นควรเลือกรองเท้าที่มีส่วนปลายกว้าง
- โรคประจำตัว เช่น คนที่มีปัญหาเส้นประสาทบาดเจ็บหรือทำงานผิดปกติ คนเป็นเบาหวาน จะมีอาการเท้าชา และนิ้วเท้าหงิกงอ ทำให้ฝ่าเท้าด้านหน้ารับน้ำหนักมากและนิ้วเท้าเสียดสีกับหัวรองเท้า จึงควรใส่รองเท้าพื้นนิ่ม มีหัวลึก และกว้าง ห้ามใช้รองเท้าคีบ เพราะอาจทำให้เกิดแผลบริเวณร่องเท้าโดยไม่รู้ตัว
- จุดประสงค์การใช้งาน ถ้าจะใช้วิ่ง ควรเสริมความแข็งแรงของรองเท้าในแนวแกนจากปลายเท้าไปส้นเท้า ถ้าเป็นรองเท้าที่ใช้สำหรับแอโรบิก ควรเสริมความแข็งแรงในแนวแกนด้านกว้าง
- อุ้งเท้าแบน ไม่มีช่องว่างระหว่างบริเวณอุ้งเท้าด้านใน จึงควรเลือกรองเท้าที่เสริมบริเวณพื้นรองเท้าด้านในช่วงกลางให้นูนขึ้น เพื่อช่วยพยุงอุ้งเท้าและเส้นเอ็น นอกจากนี้รองเท้าควรมีที่หุ้มด้านข้างและหลังเท้าด้วย เพื่อพยุงไม่มห้ส้นเท้าบิดและเท้าล้มเข้าด้านใน
- อุ้งเท้าสูง เหลือช่องว่างบริเวณอุ้งเท้าค่อนข้างกว้าง ดังนั้นควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นนิ่มและมีความยืดหยุ่น บางครั้งอาจต้องใช้แผ่นรองเท้าเสริม เพื่อช่วยกระจายแรงในการรับน้ำหนัก
สูงไป-แบนเกินก็ไม่ดี
การใส่รองเท้าส้นสูงอาจทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ก็จริง หลายคนจึงหันไปใส่รองเท้าส้นแบบเพื่อตัดปัญหากันซะเลย แต่รู้หรือไม่ว่าพื้นรองเท้าแบนราบแนบพื้น ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ซัพพอร์ตน้ำหนักเท้า เพราะฉะนั้นถ้าอยากใส่รองเท้าแบน แนะนำให้ลองมองหารองเท้าพื้นนิ่ม และซัพพอร์ตเท้าแทน ส่วนผู้หญิงที่จำเป็นต้องใส่ส้นสูงแนะนำให้เลือกความสูงของรองเท้าที่ประมาณ 1/2 - 1 นิ้ว ซึ่งเป็นความสูงที่เหมาะสม
นิ่มหรือแข็งไม่ใช่คำตอบ
ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรองเท้า อย่าลืมดูเรื่องวัสดุด้วย เราควรเลือกรองเท้าที่ทำจากวัสดุที่อ่อนนุ่ม ทั้งด้านในและด้านนอก สามารถซัพพอร์ตเท้าและกันกระแทกได้ รองเท้าหนังอาจเป็นตัวเลือกที่ดีในคำตอบนี้ เพราะโดยธรรมชาติแล้ว หนังจะมีความยืดหยุ่นและระบายอากาศได้ดีกว่าหนังเทียม
เวลาซื้อสำคัญ
อีกหนึ่งเทคนิคที่อาจถูกมองข้ามคือ "เวลาซื้อ" ที่จริงแล้วสำคัญเหมือนกัน เพราะเท้าเรามีช่วงหดและขยาย โดยช่วงเวลาที่เราควรเลือกซื้อรองเท้าที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงบ่าย เพราะเป็นช่วงที่เท้าของเราจะขยายใหญ่ขึ้น เนื่องจากเดินมาทั้งวัน และเลือดไหลเวียนมากขึ้น การซื้อรองเท้าช่วงนี้จะป้องกันปัญหารองเท้าคับได้
เข้าใจ "เท้าเราไม่เท่ากัน"
ไม่ต้องตกใจไป เพราะโดยธรรมชาติแล้วเท้าของเราทั้งสองข้างจะไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นเวลาเลือกซื้อรองเท้า เราควรลองใส่ทั้ง 2 ข้าง อย่าใช้การกะโดยไม่ลอง เพราะถ้าเอากลับมาแล้วไซส์เล็กไป หรือใส่ไม่สบาย สิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อสุขภาพเท้าของเราโดยตรง
เช็กไซส์ไหนที่พอดีกับเรา
สำหรับวิธีเช็กว่ารองเท้าไซส์ไหนที่พอดีกับเรา ให้ดูจากเวลาลองสวมแล้ว หัวรองเท้าควรกว้างพอที่จะขยับนิ้วเท้าได้ และส่วนหลังของลองเท้าสามารถเคลื่อนขึ้นลงได้เล็กน้อย แต่ไม่ควรหลุดเท้าขณะเดิน
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล และ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
เปิดลิสต์ 6 อาหารดีที่สุด-ยอดแย่ กินแล้วส่งผลต่อกระดูก
ปวดหลัง มีไข้! สัญญาณ “กระดูกสันหลังติดเชื้อ” รู้ตัวช้ารุนแรงถึงชีวิต