ปวดหลัง มีไข้! สัญญาณ “กระดูกสันหลังติดเชื้อ” รู้ตัวช้ารุนแรงถึงชีวิต
ปวดหลัง มีไข้เป็นๆ หายๆ สัญญาณเตือนกระดูกสันหลังติดเชื้อ ภัยเงียบที่ดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่กลับอันตรายถึงขั้นหลังโก่ง เป็นอัมพาต หรือเสียชีวิตได้
อาการปวดหลัง บ่อยครั้งถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่จริงแล้วอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นอัมพาตและถึงแก่ความตายได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีอาการปวดหลัง ร่วมกับมีไข้ หลังแข็งเกร็ง หรืออาจบวมร้อนเจ็บอักเสบบริเวณกระดูกสันหลัง เพราะนั่นเป็นสัญญาณของ “กระดูกสันหลังติดเชื้อ”
เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายทางใดได้บ้าง
ภาวะกระดูกสันหลังติดเชื้อ เป็นอาการของกระดูกสันหลังที่ถูกเชื้อแบคทีเรียเข้ามาลุกลาม โดยเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง ได้แก่
1.) เชื้อเข้าสู่กระดูกสันหลังโดยตรง เช่น ถูกแทง
2.) ลุกลามจากการติดเชื้อบริเวณใกล้กระดูกสันหลัง
3.) เชื้อที่มาตามกระแสเลือด โดยเฉพาะเมื่อคนเรามีภูมิต้านของร่างกายอ่อนแอลง
อาการของการติดเชื้อ
การติดเชื้อกระดูกสันหลัง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
1.) แบบฉับพลัน
มักจะเป็นเชื้อประเภทแบคทีเรีย ทำให้เกิดการอักเสบรุนแรง ไข้สูง เจ็บปวดมาก หลังแข็งเกร็งและมีหนองเกิดขึ้น บางคนปวดมากจนไม่สามารถขยับตัวหรือลุกขึ้นเดินได้ อย่างไรก็ตามอาจจะไม่พบอาการบวมแดงเหมือนการติดเชื้อที่อื่น
2.) แบบติดเชื้อชนิดไม่รุนแรง
ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อวัณโรค อาการจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ในระยะแรกคนไข้หรือแพทย์อาจจะไม่รู้ว่าอาการปวดหลังนั้นเกิดจากการติดเชื้อ นึกว่าเป็นการปวดหลังธรรมดาทั่วไป เพราะบางคนไม่มีไข้ร่วมด้วยเลยและแม้จะมีไข้ก็ไม่สูง บางคนอาจจะมีไข้ต่ำๆ
ทำให้การติดเชื้อแบบนี้ใช้เวลาหลายวันกว่าจะรู้ตัว ส่วนมากมักจะรู้เมื่อเชื้อโรคได้ลุกลามค่อนข้างมากแล้ว บางคนถึงขั้นหนองแตกออกจากกระดูกสันหลังมาที่ผิวหนังก็มี หรืออาจจะพบความพิการเช่นหลังโก่งได้
บริเวณการติดเชื้อในกระดูกสันหลัง
ภาวะติดเชื้อในกระดูกสันหลัง หากไม่นับรวมการติดเชื้อที่ประสาทไขสันหลังโดยตรง มักเกิดได้ใน 3 ตำแหน่ง
1.) บริเวณหมอนรองกระดูก
2.) ตัวกระดูกสันหลัง
3.) ภายในช่องโพรงกระดูก ซึ่งเป็นที่อยู่ของประสาทไขสันหลังและเส้นประสาท
การติดเชื้อที่ช่องโพรงกระดูกมีความรุนแรงมากที่สุด อาจเป็นอันตรายมากจนถึงขั้นเป็นอัมพาตได้ภายหลัง 48-72 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ถ้ารักษาช้า อาจไม่หายขาด เกิดเป็นอัมพาตขึ้น หรือบางรายอาจเสียชีวิตได้ และต้องใช้ระยะเวลาในการรักษารวมทั้งการฟื้นตัวเป็นเวลานาน
การวินิจฉัยกระดูกสันหลังติดเชื้อ
แพทย์จะวินิจฉัยอาการของผู้ป่วยด้วยการสอบถามประวัติทางการแพทย์และอาการที่เกิดขึ้น และอาจตรวจร่างกายเพื่อหาบริเวณที่ติดเชื้อด้วยวิธีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1.) การตรวจเลือด เพื่อช่วยให้แพทย์ทราบสาเหตุของการติดเชื้อจากการตรวจปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การตรวจเพาะเชื้อ การตรวจหาระดับโปรตีนที่บ่งบอกถึงการอักเสบ เป็นต้น
2.) การถ่ายภาพทางรังสี จะช่วยให้แพทย์ทราบถึงความเสียหายและการบาดเจ็บบริเวณกระดูก โดยแพทย์มักใช้การเอกซเรย์ในเบื้องต้น และบางรายอาจใช้การตรวจด้วยซีทีสแกนหรือเอ็มอาร์ไอสแกนเพิ่มเติม เพื่อดูรายละเอียดในบริเวณดังกล่าว
3.) การตัดชิ้นเนื้อจากกระดูกไปส่งตรวจ ถือเป็นการวินิจฉัยที่ได้มาตรฐานที่สุด โดยแพทย์จะนำเข็มฉีดเข้าไปในผิวหนังหรือกระดูก เพื่อนำตัวอย่างชิ้นเนื้อมาตรวจวินิจฉัย และยังช่วยให้แพทย์สามารถเลือกยารักษาแก่ผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมตามชนิดของการติดเชื้อด้วย
4.) วิธีอื่น ๆ นอกจากการตรวจเลือด เช่น การใช้ไม้ป้ายของเหลวในลำคอเพื่อนำไปตรวจเพาะเชื้อ การตรวจเพาะเชื้อจากปัสสาวะ การตรวจอุจจาระ เป็นต้น
วิธีการรักษากระดูกสันหลังติดเชื้อ
แนวทางการรักษาภาวะติดเชื้อกระดูกสันหลัง ขึ้นอยู่กับอาการความรุนแรงของโรคและชนิดของเชื้อโรค แต่จะต้องใช้ยาปฎิชีวนะ เป็นตัวหลักในการรักษาเสมอ เพราะมีดผ่าตัดไม่สามารถฆ่าตัวเชื้อโรคได้
สำหรับการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับผู้ป่วยเป็นรายๆ ไป ไม่จำเป็นที่จะต้องทำการผ่าตัด ทุกรายเสมอไป ซึ่งหลักการผ่าตัด คือ
1.) ต้องการทราบตัวเชื้อโรคและผล sensitivity test ต่อยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม
2.) แก้อาการทางระบบประสาท
3.) แก้ไขความพิการและเชื่อมกระดูกที่ถูกทำลายให้แข็งแรงสมบูรณ์
การป้องกันกระดูกสันหลังติดเชื้อ
เพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อในกระดูกสันหลัง ให้สังเกตตัวเองว่า หากปวดหลังบ่อยๆ และมีไข้เป็นๆ หายๆ อยู่เรื่อยๆ ควรรีบพบแพทย์ เพราะหากติดเชื้อชนิดไม่รุนแรง โดยเฉพาะเชื้อวัณโรค ซึ่งปัจจุบันยังพบได้บ่อยในบ้านเรา แล้วรู้ตัวช้า อาจรุนแรงถึงขั้นเป็นอัมพาตหรือถึงแก่ชีวิตได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช และ POBPAD
4 เหตุผลที่ทำให้ร่างกาย “ขาดน้ำ” เสี่ยงช็อก อันตรายถึงชีวิต
สัญญาณ! หลอดเลือดสมองตีบ เสี่ยงอัมพฤกษ์-อัมพาต รักษาด่วนใน 3 ชั่วโมง