เทคนิครักษา“ข้อเท้าแพลง”จากอุบัติเหตุให้หายบวมเร็ว
หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ “ข้อเท้าแพลง” จากอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆ ไม่ว่าจะเป็น ตกบันได ก้าวพลาด ตกส้นสูง ข้อเท้าพลิก หรือ จากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย ซึ่งอาการมีหลายระดับ รักษาได้โดยใช้แนวปฏิบัติ “RICE”
ข้อเท้าแพลง (ankle sprain) เกิดจากการที่เส้นเอ็นข้อเท้าด้านนอกมีการเคล็ดหรือฉีกขาดจากการหมุน หรือบิดของข้อเท้า มักเกิดจากอุบัติเหตุที่ทำให้ข้อเท้าเคลื่อนไหวผิดท่าทาง เช่น เดินพลาดตกหลุม เดินบนพื้นที่ขรุขระ เหยียบก้อนหิน หกล้ม หรืออุบัติเหตุจากการออกกำลังกายอาการโดยทั่วไปที่พบ ข้อเท้าจะปวด บวม และเคลื่อนไหวไม่ถนัด ซึ่งความรุนแรงนั้นมีอยู่ 3 ระดับ คือ
- ระดับ 1 ข้อเท้ามีอาการปวดเล็กน้อยเวลากด หรือเคลื่อนไหวแต่ไม่มีอาการบวม สามารถเดินลงน้ำหนักได้ตามปกติ จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายได้เองภายใน 2 สัปดาห์
- ระดับ 2 ข้อเท้าจะมีอาการบวมและฟกช้ำร่วมด้วย เนื่องจากเส้นเลือดเล็กๆมีการฉีกขาด ทำให้เลือดออกใต้ผิวหนัง เวลาที่ลงน้ำหนักจะรู้สึกปวดมาก อาการแบบนี้หายได้ภายใน 4-6 สัปดาห์
- ระดับ 3 เส้นเอ็นยึดข้อเท้ามีฉีกขาดออกจากกัน ข้อจะบวมและฟกช้ำมาก ไม่สามารถเคลื่อนไหวข้อหรือลงน้ำหนักได้ ระดับความรุนแรงนี้ ต้องใช้เวลาในการรักษานานประมาณ 8-12 สัปดาห์ จึงจะหาย
วิธีรักษาข้อเท้าแพลง
การดูแลเบื้องต้นหากเกิดอาการเท้าแพลง จะเริ่มจากการประเมินความรุนแรงของอาการบาดเจ็บ จากนั้นจึงทำการปฐมพยาบาล โดยใช้แนวปฏิบัติ “RICE”
R = Rest การพัก
หยุดใช้งานส่วนของร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บทันที โดยเฉพาะช่วง 6 ชั่วโมงแรกของการบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่แล้วการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายต้องการเวลาพักประมาณ 48 ชั่วโมง ก่อนที่จะมีการเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง
I = Ice การประคบเย็น
ข้อเท้าแพลงควรประคบเย็น เพื่อลดการมีเลือดออกบริเวณเนื้อเยื่อ ลดบวม และอาการปวด โดยทั่วไปควรประคบเย็นครั้งละ 10-20 นาที หยุดประคบ 5 นาที ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไม่บวม หรือทำวันละ 2 – 3 ครั้ง อุปกรณ์ประคบเย็น ได้แก่ ถุงเย็น (ice pack) ซึ่งจะคงความเย็นประมาณ 45-60 นาที และต้องมีผ้าห่อไว้ไม่ให้ถุงเย็นสัมผัสโดยตรงกับผิวหนัง หากไม่มีถุงเย็นหรือบริเวณของการบาดเจ็บกว้างเกินขนาดของถุงเย็น สามารถใช้ถุงใส่น้ำแข็งหรือผ้าชุบน้ำเย็น นอกจากนี้ยังมีการพ่นด้วยสเปรย์เย็น (cooling spray) อาจใช้ลดปวดเฉพาะที่ได้ชั่วคราว สามารถใช้ได้กับบริเวณที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังไม่หนา เช่น คาง สันหมัด ข้อเท้า
“รองเท้าส้นสูง” สวมไม่พัก อาจเสี่ยงกระดูกเท้าผิดรูป
C = Compression การพันผ้ายืด
เพื่อไม่ให้มีเลือดออกในเนื้อเยื่อมาก การพันผ้ายืดควรพันให้กระชับส่วนที่บาดเจ็บ และควรใช้ผ้าสำลีผืนใหญ่รองไว้ให้หนาๆ ก่อนพันด้วยผ้ายืด ควรพันผ้ายืดคลุมเหนือและใต้ต่อส่วนที่บาดเจ็บ ซึ่งมักใช้ร่วมกับการประคบเย็น
E = Elevation การยกส่วนของร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจเพื่อให้เลือดไหลกลับสู่หัวใจได้สะดวก ช่วยลดการกดของน้ำนอกเซลล์ที่หลั่งออกมาสู่เนื้อเยื่อบริเวณนั้นทำให้ลดการบวมลงได้ หากบาดเจ็บรุนแรงควรยกสูงไว้ประมาณ 24-48 ชั่วโมง โดย 2 วันแรกควรหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนในรูปแบบต่างๆ เพราะจะทำให้เส้นเลือดขยายตัว มีเลือดออกในบริเวณนั้นบาดเจ็บขึ้น นำไปสู่การบวมของเนื้อเยื่อโดยรอบ อาจมีอาการปวดมากขึ้น และทำให้หายช้าลง
ที่สำคัญห้ามใช้ยาหม่องหรือครีมต่าง ๆ นวด เพราะจะทำให้เส้นเลือดขยายตัว มีเลือดออกมาก และข้อเท้าจะบวมขึ้นอีก นอกจากนี้พยายามเคลื่อนไหวข้อเท้าให้น้อยที่สุด ไม่ควรยืนหรือนั่งห้อยขานานๆ เพราะจะทำให้ข้อเท้าบวมและปวดมากขึ้น อาจใช้ผ้ายืดพันหรือใช้ไม้เท้าช่วยพยุงขณะเดิน ถ้ามีอาการบวมมากหรือยังไม่ดีขึ้นหลังดูแลในเบื้องต้นแล้วอาจเกิดจากมีกระดูกข้อเท้าแตกหักร่วมด้วย ควรต้องมาพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษา
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช และ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
อย่าละเลย "ปวดเท้า" เช็กสัญญาณเตือน อาการแบบไหนเสี่ยงโรคอะไร
"รองเท้า" เลือกอย่างไรไม่ให้ปวดหลัง และเข้ากับลักษณะเท้าของแต่ละคน