อันตรายจาก "ข้อเท้าพลิก" เกิดขึ้นบ่อยๆ เสี่ยงโรคเท้าหลวม
"ข้อเท้าพลิก" อันตรายกว่าที่คิด แม้ดูเหมือนเจ็บเล็กน้อย แต่หากเกิดขึ้นบ่อยๆ ระวังเป็นโรคเท้าหลวม ที่อาจส่งผลให้กระดูกอ่อนในข้อเท้าบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัว
"ข้อเท้าพลิก" ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะอาจจะทำให้เราบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นเรื้อรัง หรือเกิดขึ้นบ่อยๆ ไม่ยอมดูแลรักษาให้ดีแล้วล่ะก็เสี่ยงก่อ "โรคข้อเท้าหลวม" ได้
"ข้อเท้าพลิก" เกิดได้ทุกเพศทุกวัย
พูดถึงข้อเท้าพลิกหลายคนมักนึกถึงผู้หญิงที่สวมใส่รองเท้าส้นสูง แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริงที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับพวกเธออยู่บ่อยครั้ง แต่ในผู้ชายเองก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากการเล่นกีฬา
6 ปัญหา "เท้าผิดรูป" ที่พบได้ตั้งแต่เกิด รักษาช้าอาจต้องผ่าตัด
รวมถึงผู้สูงอายุด้วย บางครั้งทรงตัวได้ไม่ดีหรือสายตาฝ้าฟาง ก็ทำให้เดินสะดุด ข้อเท้าพลิกได้
จะเห็นได้ว่าข้อเท้าพลิกเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยเท่าๆ กัน เรื่องนี้จึงถือว่าเป็นอีกปัญหาสุขภาพที่ควรได้รับการดูแลเอาใจใส่ไม่น้อยกว่าเรื่องอื่นเลย
อาการข้อเท้าพลิก
อาการของข้อเท้าพลิกมักส่งผลกระทบที่เส้นเอ็นโดยตรง ไม่ส่งผลกระทบต่อข้อต่อหรือกระดูก เว้นแต่ว่าอาการรุนแรงมากๆ จึงส่งผลข้างเคียง อย่างในผู้สูงอายุที่กระดูกบาง เวลาข้อเท้าพลิกเส้นเอ็นอาจไปกระชากกระดูกให้หักไปด้วย ส่วนในคนที่เล่นกีฬา กระดูกมักจะหักจากการเล่นกีฬามากกว่า
บางครั้งมีรอยช้ำของเลือดเกิดขึ้น ส่วนมากมักมีผลมาจากเส้นเอ็นที่ฉีกขาด แต่บางครั้งก็อาจเป็นเพราะกระดูกหัก โดยวิธีแยกระหว่างกระดูกหักหรือเส้นเอ็นขาด ต้องใช้วิธีตรวจร่างกายถึงจะรู้ผล กรณีแบบนี้จึงควรรีบไปพบแพทย์
ข้อเท้าพลิกบ่อย เสี่ยงโรคข้อเท้าหลวม
ส่วนมากมักเกิดร่วมกับการบิดหมุนในระหว่างที่ข้อเท้าพลิก ถ้าหากพลิกธรรมดาโอกาสน้อยที่จะเกิด หรือให้สังเกตอาการเจ็บ ถ้าหากเจ็บด้านนอกเพียงอย่างเดียว อาจไม่ใช่ข้อหลวม แต่ถ้าหากข้อเท้าพลิกบ่อยๆ และมีอาการเจ็บทั้งด้านนอกและด้านใน นั่นถือว่าเป็นสัญญาณเตือนของโรคข้อเท้าหลวม
และหากยังปล่อยปละละเลยไม่ดูแลรักษา อาจส่งผลให้กระดูกอ่อนในข้อเท้าบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นที่มาของอาการปวดบวมข้อเท้า ข้อเท้าอักเสบ ที่อาจทำให้ข้อเท้าเสื่อมได้ในอนาคต
ความรุนแรงของโรคข้อเท้าหลวม
เอ็นข้อเท้าที่สำคัญ จะมี 3 เส้น คือ เอ็นด้านหน้า ด้านนอก และด้านใน หากเกิดข้อเท้าพลิก หรือมีอาการเจ็บที่ข้อเท้าจะดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ ไม่จะเป็นต้องพบแพทย์
แต่หากยังมีอาการ ปวดมาก ข้อเท้าบวมมาก หลังพลิก ไม่ทุเลาและเป็นมากกว่า 2 สัปดาห์ ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและวินิจฉัยอย่างละเอียด
วิธีรักษาโรคข้อเท้าหลวม
แพทย์จะทำการประเมินอาการ เริ่มตั้งแต่อาการน้อยหรือข้อเท้าบวมเล็กน้อย ไปจนถึงขั้นที่มีอาการอักเสบที่รุนแรง โดยเบื้องต้นหากมีอาการน้อยจะมีการใส่เฝือกและลดการสวมใส่รองเท้า เพื่อลดการอักเสบของข้อเท้าที่เกิดการอักเสบและทำการเสริมสร้างกล้ามเนื้อทำหน้าที่ชดเชยในช่วงแรกไม่ให้ข้อเท้าที่พลิก และเส้นเอ็นที่เกิดการอักเสบไม่ให้อักเสบเพิ่มและเสียหายมากกว่าเดิม
แต่ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักจะมีอาการดีขึ้นประมาณ 80% แต่ยังมีบางกลุ่มอีก 20% ที่อาการอาจไม่ดีขึ้น สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ อาจจะต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง
และในกลุ่มผู้ป่วยที่อักเสบถึงขั้นรุนแรง จะทำการวินิจฉัยด้วยวิธีการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กฟ้า MRI ที่สามารถดูความผิดปกติว่า เส้นเอ็นมีการฉีกขาดมากแค่ไหน รวมถึงการดูรอยโรคที่อยู่บนกระดูกชิ้นอื่นๆ ด้วย เพื่อทำการรักษาในระดับต่อไป
วิธีป้องกันข้อเท้าพลิก ลดเสี่ยงโรคข้อเท้าหลวม
วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด แน่นอนว่าต้องแก้ที่ต้นตอ เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันถ้าป้องกันไม่ให้เกิดข้อเท้าพลิกได้ แล้วโรคข้อเท้าหลวมจะถามหาได้อย่างไร แนะนำว่าให้บริหารข้อให้แข็งแรงอยู่เสมอ หากเกิดเหตุการณ์ก็จะช่วยให้อาการไม่รุนแรง
รวมถึงระวังเรื่องการเดิน หากต้องเดินในพื้นที่ขรุขระ ควรระวังให้มาก และหลีกเลี่ยงการเดินในที่มืด เพราะหลายครั้งเรามักพบว่าคนที่เดินบันไดบ้านตัวเอง ไม่เปิดไฟหรือเปิดไม่เพียงพอ ทำให้ก้าวพลาด ส่งผลให้ข้อเท้าพลิกตามมานั่นเอง
นอกจากนี้ยังรวมถึงการเล่นกีฬา ควรปฏิบัติให้เหมาะสมกับประเภทกีฬาที่เล่น เช่น การสวมใส่รองเท้าที่เหมาะกับกีฬาประเภทนั้นๆ อย่างการเล่นบาสเกตบอลไม่ควรสวมรองเท้าวิ่ง เพราะไม่หุ้มข้อ แต่ควรสวมรองเท้าสำหรับบาสเกตบอลโดยเฉพาะ ที่ช่วยประคับประคองข้อเท้าเอาไว้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล และ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
เปิดลิสต์ 6 อาหารดีที่สุด-ยอดแย่ กินแล้วส่งผลต่อกระดูก
“ไข่” มีวิตามินดีเท่าไร ทำไมถึงควรกินทุกวัน เสริมสร้างกระดูกแข็งแรง