“ปอดทะลุ” ภัยที่นักสูบเลือกเองเผยสัญญาณเสี่ยง รักษาไม่ทันอันตรายถึงชีวิต
ปอดรั่ว โรคร้ายที่สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยที่สูบบุหรี่หนัก วัยทำงานที่ได้รับมลภาวะทางอากาศ หรือวัยรุ่นโตเร็ว ผู้ป่วยมักไม่ปรากฏอาการ แต่จะรู้ตัวอีกทีเมื่อพบว่าเหนื่อย เจ็บหน้าอก หรือไอแห้งเฉียบพลัน หากรักษาไม่ทันเวลามีโอกาสเสียชีวิตได้
โรคปอดทะลุ หรือโรคปอดรั่ว (Pneumothorax) เป็นภาวะที่มีลมรั่วออกจากถุงลมเข้าไปขังอยู่ในช่องเยื่อหุ้มปอด ลมจะเข้าไปดันทำให้ปอดแฟบ หายใจลำบาก หอบเหนื่อย หากมีลมรั่วปริมาณมากจะเป็นผลให้ขาดออกซิเจนและเสียชีวิตในที่สุดนอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้ ซึ่งจะนำไปสู่สาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตได้ เช่น การติดเชื้อ การอักเสบ การมีของเหลวคั่งในปอดหรือภาวะน้ำท่วมปอด ภาวะโปรตีนในเลือดต่ำ ความดันโลหิตสูง ไตเสื่อม หรือไตวาย
ภาวะปอดรั่ว แบ่งออกเป็น 2 แบบ
ภาวะปอดรั่วแบบปฐมภูมิ (Primary Spontaneous Pneumothorax, PSP) เป็นโรคปอดรั่วในคนที่ไม่ได้มีตัวโรคที่เนื้อปอดโดยเฉพาะ มักเกิดในผู้ป่วยที่อายุ 18 ปี ขึ้นไปจนถึง 30 ปี ในช่วงวัยรุ่นที่ผอมสูงโตเร็วมักพบว่ายอดปอดส่วนบนเป็นถุงลมโป่งพองเฉพาะจุด ซึ่งปัจจุบันวงการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจนว่าเกิดจากอะไร แต่จากการวิเคราะห์ที่มีความเป็นไปได้คือ อาจเป็นจากพันธุกรรม
ภาวะปอดรั่วแบบทุติยภูมิ (Secondary Spontaneous Pneumothorax, SSP) มักเกิดกับคนที่อายุมากกว่า 60 ปีที่สูบบุหรี่จัด และเกิดในผู้ป่วยที่มีโรคปอดอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ซึ่งมักพบว่าถุงลมโป่งพองจะเป็นกระจายไปทั่ว เมื่อแตกออกมาลมรั่วเข้าช่องอก อาการจะรุนแรงกว่าปอดรั่วแบบปฐมภูมิ เนื่องจากการทำงานของปอดเสียไปจากบุหรี่แล้ว
กลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคปอดทะลุ
- พันธุกรรม
- พฤติกรรมการการสูบบุหรี่
- การใช้เครื่องช่วยหายใจ
- ผู้ที่มีรูปร่างผอมสูง
อาการ-สัญสัญญาณเตือนปอดรั่วแตกต่างกันตามอายุแต่หลักๆ ผู้ป่วยมักมีอาการ
- แน่นหน้าอก
- หายใจถี่ หรือหายใจหอบเหนื่อย
- เหงื่อออกผิดปกติ
- มีอาการไอ
- อ่อยเพลียง่าย
- วิงเวียนศีรษะ
- หัวใจเต้นเร็ว
- ผิวหนังเขียวคล้ำบางจุด
- ความดันโลหิตต่ำ
- ภาวะช็อก
คนอายุน้อย มักมาด้วยอาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลันและไอแห้ง ๆ ไม่มีเสมหะ โดยที่ไม่มีอาการไข้หวัด น้ำมูกไหล เจ็บคอมาก่อน อยู่ดี ๆ ก็ไอขึ้นมา หาสาเหตุไม่ได้
คนสูงวัย หากเป็นกลุ่มผู้สูงอายุหรือสูบบุหรี่จัดมักมาด้วยอาการเหนื่อยหอบ ยิ่งในคนที่สูบบุหรี่หนักที่มีโรคถุงลมโป่งพองเรื้อรัง เมื่อเนื้อปอดที่ไม่ดีอยู่เดิมถูกกดเบียดจะเหนื่อยง่ายและเหมือนหายใจไม่สุด ซึ่งอาการเจ็บหน้าอกจะต่างจากคนที่เป็นโรคหัวใจ ถ้าผู้ป่วยโรคหัวใจจะเจ็บแบบแน่น ๆ เหมือนมีอะไรมาทับมากด แต่ถ้าปอดรั่วจะเจ็บแปล๊บในหน้าอกข้างใดข้างหนึ่งตามการหายใจ
“มะเร็งปอด” ที่ไม่ใช่แค่สูบบุหรี่กับ 7 สัญญาณเตือนโรคระยะแรก
ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ทำร้ายปอดได้หรือไม่ ?
ปัจจุบัน PM2.5 ถือเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากมีเคสผู้ป่วยวัยกลางคนวิ่งมาราธอนตลอดระยะเวลา 5 ปี เกิดภาวะปอดรั่วเมื่อส่องเข้าไปดูพบว่า ที่ปอดสีดำเหมือนคนสูบบุหรี่ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ และปกติระยะเวลากว่าจะแสดงอาการต้องใช้เวลาในการสะสมนาน 10 ปีขึ้นไป แต่เคสนี้พิเศษคือ แสดงอาการออกมาเร็วหรือบางเคสผู้ป่วยอายุน้อยไปดูคอนเสิร์ต อยู่ดี ๆ ไอและเจ็บหน้าอกขึ้นมา มาเช็กพบว่าปอดรั่ว ซึ่งมีอาการเรื้อรังมานานและวันนั้นอยู่ในที่ที่มีดนตรีเสียงดัง ทำให้ถุงลมที่โป่งพองแตกขึ้นมา ซึ่งอาการของโรคปอดรั่วจะไม่ชัดเจนเหมือนโรคทั่วไป
การตรวจวินิจฉัยโรคปอดทะลุ หรือโรคปอดรั่ว (Pneumothorax)
- การตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด
- การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
- การเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray)
- การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT-Scan)
การรักษาโรคปอดทะลุ
- การให้ออกซิเจนขนาดสูง
- การสอดท่อเพื่อระบายลมออกจากปอด
- การเชื่อมเยื่อหุ้มปอดด้วยยา
- การผ่าตัด
ดูแลหลังผ่าตัดปอดรั่วสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ 2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด คือการยกของหนัก อาจส่งผลกระทบทำให้แผลผ่าตัดภายในปริได้ ส่วนแผลผ่าตัดภายนอกจะหายสนิทภายใน 1 สัปดาห์ ขณะที่ผู้ป่วยที่เป็นโรคลมรั่วตามรอบเดือน แนวทางการรักษาคือการให้ฮอร์โมนหยุดประจำเดือน ทำให้เป็นเหมือนวัยทองประมาณ 6 – 9 เดือน
อย่างที่ทราบว่า บุหรี่นั้นเป็นปัจจัยภายนอกที่เกิดจากพฤติกรรมทำให้เกิดการเจ็บป่วยที่ไม่แค่ปอดรั่วแต่ยังส่งผลให้เป็นมะเร็งปอดและโรคอื่นๆ ได้ การลด ละ เลิก จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้อีกทั้งควรหมั่นสังเกตร่างกายตกเองและความผิดปกติต่างๆ รวมทั้งตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อเฝ้าระวังโรคต่างๆ ที่อาจจะก่อได้โดยไม่รู้ตัว
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ และ โรงพยาบาลเปาโล
แพทย์เตือนสายควัน สูบบุหรี่ไฟฟ้า เสี่ยงป่วยโรคหัวใจ
สัญญาณ “มะเร็งตับอ่อน” พบเพียง 1 ข้อควรพบแพทย์ ผู้สูบบุหรี่เสี่ยงสูง 3 เท่า