อากาศร้อนจัด ทำร้ายปอด-อวัยวะภายในได้ ใครบ้างเสี่ยง? และวิธีการดูแลตัวเอง
อากาศที่ร้อน นอกจากจะทำให้เรารู้สึก ไม่สบายตัว เหนียวเหนอะหนะ หงุดหงิดรำคาญใจ ไม่อยากออกไปไหน ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพด้วย เช่น ทำให้เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย จากฮีทสโตรก (Heatstroke) ที่สำคัญยังส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพปอดโดยตรง จึงควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคปอดอยู่ เด็ก และ ผู้สูงอายุ เพราะอากาศที่ร้อนจัดกระตุ้นให้อาการกำเริบได้ง่ายจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
อากาศร้อนไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพปอดอย่างเดียว แต่รวมถึงอวัยวะในร่างกายของคนเราทั้งหมด เพราะ ร่างกายก็จะทำงานหนักขึ้น เสียน้ำ เสียเหงื่อ และเสียเกลือแร่เสี่ยงอาการขาดน้ำ ทำให้ทั้งปอด หัวใจ ผิวหนัง ความดันโลหิต เข้าสู่สภาวะตื่นตัว เราจึงหายใจเร็วขึ้น หัวใจเต้นเร็วขึ้น มากกว่าฤดูอื่นๆ ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ ร่างกายจะอ่อนเพลียได้ง่าย เหนื่อยเร็ว รู้สึกอยากพักจากการทำงานบ่อยๆ ยิ่งถ้าดื่มน้ำน้อย ทานอาหารไม่เพียงพอก็จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ง่ายกว่าปกติและอีกหนึ่ง
ข้อสำคัญที่หน้าร้อนทำให้ร่างกายเราอ่อนแอ ก็เพราะช่วงเวลากลางวันจะยาวนานกว่าปกติ สว่างเร็ว มืดช้า การนอนหลับพักผ่อนของคนเราจึงสั้นลง และเมื่อพักผ่อนไม่เต็มที่นั้นเอง
หากจะเจาะลึกถึงผลกระทบที่สภาพอากาศร้อนส่งผลต่อสุขภาพปอดโดยตรงนั้น ก็คือการทำให้โรคปอดทุกชนิดกำเริบได้ง่ายมากขึ้น เพราะพื้นฐานของคนที่เป็นโรคปอดจะไม่ชอบการหายใจแรงและเร็ว เพราะปอดจะทำงานหนักกว่าปกติ ดังนั้น ผู้ที่เป็นโรคปอด หรือผู้สูงอายุที่สภาพความสมบูรณ์ของปอดไม่เหมือนคนหนุ่มสาวหรือคนปกติ จึงมีโอกาสเสี่ยงอันตรายได้มากขึ้นจากการที่ปอดต้องทำงานหนักขึ้นเพราะอากาศร้อนมากเกินไปนั่นเอง
ผู้ป่วยโรคปอดกลุ่มไหน? เสี่ยงกำเริบง่ายในช่วงอากาศร้อนจัด
- กลุ่มโรคอุดกั้นทางเดินหายใจ
หอบหืด ถุงลมโป่งพอง หลอดลมโป่งพอง ถือเป็นโรคในกลุ่มเดียวกัน คือโรคกลุ่มอุดกั้นทางเดินหายใจ ดังนั้น การที่อากาศร้อนทำให้เราต้องหายใจเร็วขึ้นมากเท่าไร ก็จะยิ่งอันตราย เพราะจะเร่งให้ผู้ป่วยหายใจเข้าเยอะแต่หายใจออกไม่ได้ จึงเสี่ยงเป็นอันตรายถึงชีวิตจากการหายใจเร็วจนหายใจไม่ออกได้เลย
- กลุ่มโรคพังผืดปอด
ผู้ป่วยโรคปอดกลุ่มนี้จะมีสภาพปอดที่ไม่สมบูรณ์ ใช้งานได้ไม่ 100% เต็ม เพราะถูกพังผืดรบกวน โดยปอดของผู้ป่วยอาจทำงานได้เพียงแค่ 50-60% เท่านั้น การหายใจเร็วจะเป็นการกระตุ้นให้มีการหลั่งสารอักเสบออกมาในปอดมากขึ้น จึงยิ่งกลายเป็นตัวกระตุ้นให้โรคลุกลามหนักกว่าเดิม
- กลุ่มโรคภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้หลอดลม ภูมิแพ้จมูก เป็นโรคที่สามารถเกิดการกำเริบ และมีอาการรุนแรงมากขึ้นได้ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยอาการแสดงที่พบได้ก็คือ คัดจมูก น้ำมูกไหล รู้สึกหนักหัว ทำให้คนไข้มีร่างกายอ่อนแอได้ง่ายมากขึ้น
สงกรานต์2568! แชร์ทริกทา “ครีมกันแดด” ก่อนออกแดด ไม่ต้องกลัวผิวเสีย
ดูแลตัวเองอย่างไร? ให้ปอดปลอดภัยจากอากาศร้อน
- หลีกเลี่ยงอากาศร้อน สำหรับคนที่ต้องออกจากบ้าน ไปทำงาน ไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่แดดร้อนจัด ซึ่งบ้านเราจะเริ่มร้อนตั้งแต่ 8.30 น. ไปจนถึง 16.00 น. หรือบางวันห้าโมงเย็นก็ยังร้อนอยู่ โดยหากเป็นไปได้ ควรวางแผนการออกไปทำธุระจ่ายตลาดให้เสร็จก่อน 8 โมงเช้า และมาเริ่มอีกทีหลังห้าโมงเย็น
- เปิดแอร์ เปิดพัดลมเวลาอยู่ในบ้าน แม้อาจจะรู้สึกว่าเปลืองไฟ แต่เพื่อป้องกันสุขภาพร่างกายให้ปลอดภัย สำหรับห้องที่ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคปอดอยู่ ก็ควรเปิดแอร์หรือพัดลมเอาไว้ โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนมากๆ ระหว่าง 11 โมงถึงประมาณบ่าย 3 โมง ควรทำให้อุณหภูมิในห้องเย็นสู้กับอากาศร้อนได้ ทั้งนี้ หากไม่มีแอร์ ก็สามารถเปิดพัดลมร่วมกับการเปิดหน้าต่างให้ระบายลมร้อนภายในห้องได้ดีขึ้น
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 1.5-2 ลิตร แต่สำหรับผู้ป่วยที่คุณหมอให้มีการจำกัดการดื่มน้ำ ก็จำเป็นต้องปรึกษาคุณหมอ ว่าสามารถดื่มได้มากน้อยเท่าไร และปฎิบัติอย่างเคร่งครัดด้วย
- ใช้ผ้าเย็นช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย สำหรับผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ควรใช้ผ้าเย็นหรือน้ำแข็งเช็ดตามใบหน้าและลำคอเพื่อคลายความร้อน
- สวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสม การสวมเสื้อบาง ช่วยคลายร้อนได้ดี ทำให้ไม่อึดอัด ลดความเสี่ยงจากการสะสมความร้อนได้ดี
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เสียเหงื่อ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคปอด ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ควรหลีกเลี่ยงการทำงานหนัก หรือทำกิจกรรมที่ทำให้เสียเหงื่อ หรือถ้าเลี่ยงได้ยาก ก็ควรกระจายงาน แบ่งกิจกรรมอย่าทำทุกอย่างเสร็จในวันเดียวแบบหักโหมเกินไป
- เตรียมยรับมือเหตุฉุกเฉิน สำหรับผู้ป่วยโรคปอดนั้น ในช่วงหน้าร้อนควรตรวจสอบดูยาให้มีเพียงพอพร้อมใช้อยู่เสมอ โดยเฉพาะยาฉุกเฉิน เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ทุกเมื่อ
ในหน้าร้อนนั้น สำหรับผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง หรือคนหนุ่มสาว ความร้อนจะไม่ได้เสี่ยงทำอันตรายต่อสุขภาพปอดมากนัก เพราะร่างกายยังปรับสมดุลได้ดีเองตามธรรมชาติ แต่กับผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคปอดนั้นตรงกันข้ามเลย หากพบเห็นอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย หายใจติดขัด หรือมีความผิดปกติใดๆ ก็ไม่ควรชะล่าใจปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบมาพบแพทย์ดีที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท
4 สัญญาณ โรคลมแดด (Heatstroke) ภัยหน้าร้อนที่อาจเสี่ยงถึงชีวิตได้
5 อาหารหน้าร้อนที่ควรกิน และอาหารชนิดไหนหน้าร้อนควรเลี่ยงเสี่ยงร้อนใน
@stayfitbybdms ไม่ใช่แค่ปอด หัวใจก็โดนทำร้ายได้ด้วยฝุ่น pm2.5 #stayfit #bdms #StayfitbyBDMS #healthbringswealth #pm25 #ฝุ่นpm25 #ฝุ่น #สุขภาพดี #เคล็บลับ #ห่วงใย #คุณหมอ #ออกกําลังกาย เสียงต้นฉบับ - Stay Fit by BDMS