“ผงชูรส” เครื่องปรุงโซเดียมสูง กินเยอะอาจเสี่ยงโรคอ้วน ดื้ออินซูลิน
หลายคนคงรู้จัก “ผงชูรส” เป็นอย่างดี เพราะแทบจะอยู่ในทุกเมนูอาหาร ไม่ว่าจะไปกินที่ร้านอาหาร หรือทำกินเอง เพราะมันช่วยเพิ่มรสชาตินัวให้กับทุกจานอาหาร แต่รู้หรือไม่ผงชูรสเป็นเครื่องปรุงที่อุดมไปด้วยโซเดียมที่มีวิจัยพบว่าทำให้อ้วนง่ายและส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกาย
ผงชูรส ถือเป็นเครื่องปรุงรสที่อยู่คู่ทุกบ้าน ทุกเมนูมีแป้งมันสำปะหลัง และกากน้ำตาลเป็นส่วนประกอบสำคัญ ผ่านกรรมวิธีการหมักด้วยจุลินทรีย์และกระบวนการต่างๆ ทำให้อาหารอร่อยขึ้น ก็เพราะผงชูรสจะช่วยให้ไขมันในอาหารละลายได้ดีขึ้น จึงเกิดเป็นรสคล้ายน้ำต้มเนื้อ ซึ่งจะไปกระตุ้นปุ่มปลายประสาทบริเวณลิ้นและคอ ส่งผลให้ลิ้นรับรสชาติอาหารได้ไวและนานขึ้น เราจึงรู้สึกว่าอาหารนั้นมีความกลมกล่อมหรืออร่อยกว่าปกตินั่นเอง
ผงชูรส มีสารสําคัญคือ โมโนโซเดียมกลูตาเมท MSG (Monosodium Glutamate) ซึ่งประกอบด้วยโซเดียมและกรดกลูตามิก โซเดียมคือเกลือ ส่วนกรดกลูตามิกคือกรดอะมิโนชนิดหนึ่งซึ่งเป็นส่วนประกอบของโปรตีน กรดกลูตามิกเป็นแหล่งพลังงานให้แก่ร่างกาย ทําให้ร่างกายสร้างกรดอะมิโนจําเป็นตัวอื่น และยังเป็นส่วนประกอบของสารกลูตาไธโอนอีกด้วย องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาได้จัดให้ MSG เป็นสารที่ปลอดภัย
นักวิจัยพบว่าคนที่กินผงชูรสมากกว่า จะมีโอกาสที่น้ำหนักจะขึ้นง่ายกว่าคนที่ไม่กินผงชูรสเพราะเมื่ออาหารอร่อยก็เป็นสาเหตุทำให้อ้วนขึ้นกว่าเดิม หรือ การที่กินเยอะอาจเข้าไปยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเลปติน ที่เป็นฮอร์โมนที่ควบคุมความหิว ดังนั้นจึงส่งผลให้เรากินอาหารมากขึ้นได้ อีกทั้งผงชูรสยังมีส่วนประกอบของโซเดียม ที่อาจทำให้ตัวบวมน้ำได้ และอาจเข้าไปเพิ่มการอักเสบระดับโมเลกุล ส่งเสริมการดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกายอีกด้วยด้วย
ขณะที่ ผศ.น.พ.ข่าเหอ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาแชพเพลฮิลล์ รวมทั้งแพทย์จากโรงพยาบาลฟูไว่และสถาบันโรคหัวใจ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ร่วมกันศึกษาถึงผลกระทบของการรับประทานผงชูรสในชาวจีนทั้งเพศชายและหญิงจำนวน 750 คน อายุ 40-59 ปี ใน 3 หมู่บ้านห่างไกลทางตอนเหนือและตอนใต้ของประเทศ โดยชาวจีนกลุ่มนี้ใช้พลังงานแต่ละวันเท่าๆ กัน และรับประทานอาหารที่มีจำนวนแคลอรี่เข้าไปเท่าๆ กัน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่รับประทานผงชูรสมากมีแนวโน้มอ้วนกว่ากลุ่มที่รับประทานผงชูรสน้อย และกลุ่มที่ทานผงชูรสมากจะอ้วนกว่ากลุ่มผู้ที่ไม่ทานผงชูรสถึง 3 เท่าด้วย
อย่างที่บอกว่า ผงชูรสคือหนึ่งในเครื่องปรุงที่มีโซเดียมสูง นอกจาก เกลือ น้ำปลา ซีอิ๊วขาว กะปิ ผงปรุงรส น้ำมันหอย เครื่องพริกแกง น้ำปลาร้า ผงฟู และอย่างที่บอกว่าถูกซ้อนอยู่แทบจะทุกเมนูอาหารอาจจะทำให้ได้รับปริมาณผงชูรสที่เยอะเกินไปส่งผลให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ โดยมีการรายงานผลของ MSG ต่อร่างกายในวารสารทางการแพทย์ตั้งแต่ 40 กว่าปีมาแล้ว โดยพบในผู้ที่รับประทานอาหารจีนและเกิดอาการชาที่แขน คอ และหลัง ร่วมกับอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ใจสั่น แน่นหน้าอก หน้าแดง และเป็นลม ซึ่งเป็นอาการที่รู้สึกไม่สบายชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นในบางคนเท่านั้น
สถิติทั่วทั้งโลกและรวมถึงประเทศไทย พบว่า คนในยุคปัจจุบันมีการกินอาหารที่มีรสเค็มเพิ่มมากขึ้น โดยจะพบว่ามีการได้รับปริมาณของเกลือเฉลี่ยต่อคนสูงกว่าค่าปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับประจำวัน ค่าเฉลี่ยของคนไทย คือ ได้รับเกลือประมาณวันละ 2 ช้อนชา โดยมีโซเดียมต่อวันมากกว่า 4,000 มิลลิกรัม ขณะที่โดยปกติควรได้รับโซเดียมไม่เกินวันละ1 ช้อนชา โดยที่มีโซเดียมไม่เกินวันละ 2,300 มิลลิกรัม เท่านั้น
ข้อควรระวังเมื่อชอบกินอาหารรสเค็ม
- ร่างกายจะมีความเข้มข้นของของเหลวในร่างกายที่สูงขึ้น และส่งผลให้ร่างกายต้องการน้ำเพราะจะรู้สึกกระหายน้ำมากขึ้น และจากงานวิจัยระบุว่า เครื่องดื่มที่ผู้คนส่วนใหญ่ที่ชอบรับประทานรสเค็มเลือกนั้น ก็คือ เครื่องดื่มประเภทน้ำหวาน จึงทำให้ได้รับน้ำตาลสูงขึ้น เป็นสาเหตุให้ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารรสเค็มมีความเสี่ยงต่อการมีน้ำหนักตัวเกินและเป็นโรคอ้วนได้ง่ายกว่า
- โดยปกติแล้วระบบประสาทการรับรู้รสชาติของอาหารที่ลิ้นจะลดน้อยลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะพบว่าคนที่ชอบกินอาหารรสเค็มจะเพิ่มความเค็มมากขึ้นเรื่อยๆ
- เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะไตเสื่อม เนื่องจากไตซึ่งเป็นอวัยวะที่กรองของเสียและน้ำออกนอกร่างกายจะต้องทำงานหนัก เมื่อมีโซเดียมในร่างกายสูง และเมื่อต้องทำงานหนักเป็นประจำไตก็จะเสื่อมเร็วขึ้น
- เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและตามมาด้วยความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
- การได้รับปริมาณของโซเดียมสูงในระยะยาวจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสมองเสื่อม
“อ้วนเกินเกณฑ์”วิจัยพบเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง-อัลไซเมอร์
วิธีการลดปริมาณโซเดียมจากอาหาร
- เลือกบริโภคอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อย
- หลีกเลี่ยงหรือกินแต่น้อยสำหรับอาหารที่มีรสเค็มมาก เช่น อาหารดองเค็ม อาหารกระป๋อง อาหารตากแห้งเค็ม
- ชิมอาหารก่อนปรุง
- ใช้เครื่องจิ้มต่างๆ ในปริมาณน้อย เช่น น้ำจิ้มไก่ ซีอิ๊วหวาน น้ำจิ้มแจ่ว น้ำพริกต่างๆ เพราะมักจะมีรสเค็ม
- อ่านฉลากโภชนาการในปริมาณของโซเดียมทั้งหมด
- ใช้สมุนไพรในการปรุงประกอบอาหารจะช่วยให้รสชาติอาหารดีขึ้นโดยช่วยลดการเติมเกลือและผงชูรสลงในอาหาร
- ทำอาหารทานเอง เพื่อเลือกวัตถุดิบที่นำมาปรุงได้
- ลดการทานอาหารที่ใช้ผงฟูเป็นส่วนประกอบ พวกขนมปัง เบเกอร์รี่ต่างๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท,กระทรวงสาธารณสุข และ สสส.
อ้วนแล้วปวดเข่า สัญญาณข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย น้ำหนักเกินเสี่ยง 9 เท่า
“เครื่องดื่มไม่มีน้ำตาล” ทำหิวง่าย-อ้วนขึ้นแนะทริคดื่มน้ำลดน้ำหนัก