อย่าละเลย! 9 สัญญาณเตือน ที่บ่งบอกว่าคุณต้องการแว่นตาแล้ว
อย่าละเลย 9 สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าคุณต้องการแว่นตาแล้ว เพราะการมองเห็นของเราแปรเปลี่ยนไปตามธรรมชาติและเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ไม่ว่าสายตาของเราจะดีแค่ไหนเมื่ออายุยั้งน้อย แต่เมื่ออายุมากขึ้นการมองเห็นของเราย่อมเปลี่ยนแปลงไป สิ่งเหล่านี้เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เราต้องเจอ ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เมื่อคนส่วนใหญ่เข้าสู้วัยกลางคน ความสามารถในการโฟกัสสิ่งใกล้ตัวจะลดลง เรียกว่า “สายตายาว” ตามอายุนั่นเอง
แต่นั่นไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียวที่สามารถเกิดขึ้นได้ บางอย่างอาจเกิดขึ้นโดยที่คุณไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ
วันนี้เราจึงรวบรวมสัญญาณเตือนที่บ่งบอกได้ว่าคุณอาจต้องการแว่นตาแล้ว มาเช็กกันเลยว่าตอนนี้คุณกำลังมีอาการอย่างนี้อยู่หรือเปล่า?
สัญญาณที่ 1 : หรี่ตาเพื่อดูสิ่งต่างๆ
ขณะที่คุณกำลังอ่านข้อความเหล่านี้ คุณกำลังหรี่ตาอยู่หรือเปล่า? ถ้าเป็นแบบนี้ ให้ลองผ่อนคลายใบหน้า แล้วดูว่าข้อความเหล่านี้พร่ามัวเล้กน้อยหรือไม่ ถ้าใช่ ถึงเวลาแล้วที่คุณอาจต้องใช้แว่นตา
แน่นอนว่าการหรี่ตา เป็นปรากฏการธรรมชาติที่เรามักทำออกไปเพื่อโฟกัสสิ่งต่างๆ เพราะการหรี่ตาจะทำให้เลนส์ตาเปลี่ยนรูปร่าง และแสงจะเข้าสู่เรตินาน้องลง ทำให้สิ่งต่างๆ ดูคนชัดขึ้น
แต่การหรี่ตาตลอดเวลา ขณะมองดูสิ่งต่างๆ นั้นไม่ใช่เรื่องปกติอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดที่บ่งบอกว่า ตอนนี้เรากำลังประสบปัญหาในการมองเห็น
สัญญาณที่ 2 : สายตาพร่ามัว
การมองเห็นไม่ชัด เป็นอีกสาเหตุหลักที่เราควรไปพบจักษุแพทย์ เพราะการมองเห็นที่ไม่ชัดอาจเป็นสัญญาณของสายตาสั้นหรือยาวก็ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยแว่นตา
สัญญาณที่ 3 : อาการตาล้า
อาการตาล้าเป็นผลมาจากหลายสาเหตุ ทั้งแสงที่ไม่ดี ความเครียด และความเหนื่อยล้า ขณะเดียวกันก็อาจมาจากการใช้คอมพิวเตอร์อย่างสม่ำเสมอได้ โดยอาการทั่วไปของอาการตาล้า ได้แก่
- ปวดหัว
- กล้ามเนื้อดวงตากระตุก
- คันตา หรือน้ำตาไหล
- ความไวต่อแสง
- ปวดหลังและคอ
- สายตาพร่ามัว
สัญญาณที่ 4 : ต้องถือสิ่งของให้ใกล้ขึ้น เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจน
คุณกำลังเป็นอยู่ไหม ? ที่ต้องถือหนังสือหรือนิตยสารเข้ามาใกล้ใบหน้ามากกว่าที่เคย โดยทั่วไปแล้วสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเนื่องจากสายตายาวตามอายุ หรือความสามารถในการโฟกัสและมองเห็นสิ่งต่างๆ ในระยะใกล้ลดลง หรือที่เรียกกันว่า “ภาวะสายตายาวตามอายุ”
โดยทั่วไปแล้ว อาการนี้จะเริ่มเกิดขึ้นเมื่ออายุ 40 ปี ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติที่ต้องเกิดขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้น และสามารถแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยการใส่แว่น
สัญญาณที่ 5 : มองเห็นได้ยากขึ้นในเวลากลางคืน
มองไม่เห็นในตอนกลางคืน เป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกได้ว่าคุณอาจต้องสวมแว่นตาแล้ว มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิดขึ้น เช่น สายตาสั้น หรือ มีปัญหาในการมองเห็นสิ่งที่อยู่ไกลออกไป
ที่ร้ายแรงกว่านั้น อาการตาบอดตอนกลางคืน อาจเป็นอาการของต้อกระจกหรือการขุ่นมัวของเลนส์ จอประสาทตาอักเสบ หรืออาการสายตาแคบกว่าธรรมดา (Tunnel Vision)
อย่างไรก็ตามอาการตาบอดกลางคืนมีความสำคัญมากที่จะต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากทำให้ความสามารถในการขับขี่ของคุณลดลง
สัญญาณที่ 6 : ต้องใช้เวลาสักพักในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนของแสง
ดวงตาของเราได้รับการออกแบบมาให้ปรับแสงได้ เนื่องจากมีม่านตา คือส่วนที่มีสีสันของดวงตา จะทำหน้าที่ควบคุมปริมาณแสงที่จะเข้าสู่รูม่านตา และกระจกตา เมื่อรูม่านตาขยาย จะช่วยให้แสงเข้าได้มากขึ้น ซึ่งช่วยให้คุณมองเห็นได้ในที่มืด และม่านตาจะหดรัดรูม่านตาลงเมื่อมีแสงสว่าง
มีบ้างบางครั้งที่ม่านตาปรับตัวไม่ทัน แต่หากดวงตาของคุณใช้เวลาในการปรับตัวนานกว่าปกติ ก็ถึงเวลาที่ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อดูว่าแว่นตาสามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้หรือไม่
สัญญาณที่ 7 : ปวดหัวอยู่บ่อยๆ
อาการปวดหัวสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การขาดน้ำ อาหาร ความเครียด ฮอร์โมน และอีกสาเหตุหนึ่งคือปัญหาการมองเห็น
เป็นที่เข้าใจกันดีว่ามีหลายสาเหตุ และยากที่จะระบุสาเหตุการปวดหัวจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนจำนวนมากถึงไม่สวมแว่นตาเมื่อต้องการ
แต่หากคุณกำลังเหล่หรือต้องถือของใกล้ใบหน้ากว่าที่เคย ให้ลองสวมแว่นตาดู อาการเหล่านี้อาจบรรเทาการปวดศีรษะที่เกี่ยวข้องกับดวงตาได้
สัญญาณที่ 8 : การมองเห็นที่บิดเบี้ยว
การมองเห็นที่บิดเบี้ยวหรือเป็นคลื่นมักถูกอธิบายว่าเป็นสิ่งที่มองอยู่ใต้น้ำ เส้นและสีบิดเบี้ยวราวกับว่าคลื่นกำลังกระเพื่อมไปมา การมองเห็นแบบนี้อาจเป็นสัญญาณของการเสื่อมสภาพของจอประสาทตา การเสื่อมของเรตินา และการสูญเสียการมองเห็นส่วนกลาง
อย่างไรก็ตามโรคจอประสาทตาเสื่อมไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่เรสามารถชะลอการลุกลามของอาการได้ โดยการสวมแว่นสายตาสำหรับจอประสาทตาเสื่อมโดยเฉพาะ
สัญญาณที่ 9 : มองเห็นแสงไฟเป็นรัศมี
ถ้าคุณกำลังมองเห็นแสงไฟในตอนกลางคืนมันกระจายออกไป เป็นเหมือนรัศมีออกมา เช่น ดวงไฟ ไฟหน้า หรือไฟถนน สิ่งเหล่านี้เป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกว่าคุณอาจต้องใช้แว่นตาลดแสงสะท้อน ซึ่งเป็นอาการของปัญหาการมองเห็นหลายอย่าง ได้แก่ สายตาเอียง สายตาสั้นและยาว และต้อกระจก
หากสัญญาณใดๆ ในรายการนี้ฟังดูคุ้นเคย นั่นหมายความว่าถึงเวลานัดตรวจสายตาแล้ว แต่หากยังปล่อยให้เกิดปัญหาการมองเห็นอยู่แบบนี้ นั่นหมายความว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือลดคุณภาพชีวิตของคุณลงได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวลได้อีก
ขอบคุณข้อมูลจาก : CNET
แดดร้อนจัดทำลายดวงตา เสี่ยงกระจกตาเสื่อม-ริ้วรอยร่องลึก แนะวิธีถนอมสายตา
อาหารบำรุงประสาทตาลดเสี่ยงต้อกระจก ส่งเสริมการมองเห็นให้ดีขึ้น