4 ระยะก่อนตับแข็งตัวการมะเร็งตับ-ปรับพฤติกรรมเล็กน้อยห่างไกลโรคได้
ตับนับเป็นอวัยวะสำคัญและถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาอวัยวะภายใน เมื่อใดก็ตามที่ตับเกิดโรคหรือมีปัญหา เช่น มีไขมันพอกตับ ติดเชื้อไว้รัสตับอักเสบ ตับแข็ง ร่างกายส่วนอื่นๆ ก็จะแย่ไปด้วยทั้งระบบ
ตับอักเสบ ซึ่งสาเหตุหลักๆ จะเกิดจากการติดเชื้อไวรัส และโรค “ตับแข็ง” ซึ่งเกิดจากการมี “ไขมันพอกตับ” จนทำให้เกิดเนื้อเยื่อแข็งมาสะสมแทนที่เซลล์ตับที่เสียไป หรือเกิดจากภาวะพิษสุราเรื้อรัง เชื้อไวรัส และการได้รับสารพิษต่างๆ สะสมในร่างกาย ผู้ป่วยโรคตับมักจะไม่มีอาการที่ชัดเจนจึงไม่ค่อยรู้ตัวว่ากำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงหรือเกิดโรคแล้ว คนไข้ที่ไม่ได้รับการตรวจสุขภาพตับเป็นประจำจึงมักเข้ามาพบแพทย์เมื่อมีอาการลุกลามหรือเป็นหนักมากแล้ว
การที่จะมีไขมันไปพอกตับนั้น เกิดได้ทั้งกับผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และแม้แต่ผู้ที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ แต่มีความผิดปกติในระบบเผาผลาญ เป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน หรือมีไขมันในเลือดสูง จนทำให้ไขมันไปสะสมอยู่ที่ตับเกินกว่า 5-10% ของน้ำหนักตับ แบบนี้ถือว่าเข้าสู่การเป็นโรคไขมันพอกตับแล้วเมื่อไขมันไปพอกตับมากๆ เข้าก็ทำให้ตับอักเสบหรือเซลล์ตับตาย จนนำไปสู่การเกิดพังผืดที่ตับ และกลายเป็นคนไข้โรคตับแข็งในที่สุด
ก่อนจะเป็น “ตับแข็ง” หรือ “มะเร็งตับ”
- ระยะแรก เริ่มจากการเกิดไขมันสะสมในเนื้อตับ แต่ยังไม่มีอาการ หรือการอักเสบเกิดขึ้นภายในตับ
- ระยะที่สอง เมื่อมีไขมันสะสมอย่างต่อเนื่องที่ตับ ตับจะเริ่มเข้าสู่ภาวะอักเสบ หากปล่อยทิ้งไว้ ไม่รักษาหรือรักษาไม่หายก็มีก็มีโอกาสจะกลายเป็น “ตับอักเสบเรื้อรัง”
- ระยะที่สาม เมื่อโรคลุกลามหรือเป็นเรื้อรังจะเกิดภาวะการอักเสบรุนแรงขึ้น หรือเกิดพังผืดสะสมไปเรื่อยๆ เซลล์ตับจะค่อยๆ ถูกทำลาย
- ระยะที่สี่ เมื่อเซลล์ตับถูกทำลายมากขึ้นๆ ตับจะทำงานไม่ได้เพราะเกิดภาวะ “ตับแข็ง” และอาจลุกลามจนเป็น “มะเร็งตับ” ในที่สุด
ไขมันเกาะตับ จุดเริ่มต้นมะเร็งตับ รู้ทันค่าตับด้วยเทคโนโลยี! FIBROSCAN
ปรับพฤติกรรมไม่อยากเป็น “ตับแข็ง” หรือ “ไขมันพอกตับ”
ผู้ที่มีความเสี่ยงประเภทน้ำหนักตัวเกิน ชอบปาร์ตี้ ดื่มกินหนักๆ ติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี ถ้าไม่อยากเป็นโรคไขมันพอกตับ จนนำไปสู่โรคตับแข็ง ก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียใหม่ สิ่งที่แพทย์แนะนำนั้นก็ทำได้ไม่ยาก เช่น
- เลิกสูบบุหรี่ หรือไม่อยู่ในสถานที่ที่มีควันบุหรี่
- เลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
- ดื่มน้ำสะอาดมากๆ จิบน้ำบ่อยๆ
- กินอาหารที่มีประโยชน์ ลดการกินของหวาน ของมัน
- ออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 160 นาที
- ระวังเรื่องน้ำหนักตัวอย่าให้เกินมาตรฐาน
- ขับถ่ายเป็นประจำ ระวังอย่าให้ท้องผูก
- หากมียาที่ต้องกินประจำควรปรึกษาแพทย์
- รักษาโรคที่เป็นอยู่ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน ให้อยู่ในภาวะที่ปกติที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล
4 สัญญาณตับทำงานผิดปกติ และพฤติกรรมทำร้ายตับเสี่ยงตับวายเฉียบพลัน
กินสุกๆดิบๆ ระวังพยาธิใบไม้ตับ เสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี พบมากในภาคอีสาน