งูสวัดพันรอบเอวตายจริงหรือไม่ ? เคยติดเชื้อแล้วป่วยซ้ำได้อีกหรือไม่?
ความเชื่องูสวัดพัดรอบเอวแล้วตายจริงหรือไม่? เผยกระบวนการฉวยโอกาสภูมิต้านทานต่ำต้องระวัง!
ผู้ที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสแล้ว จะมีเชื้อไวรัส Varicella Zoster Virus (VZV) สะสมหลบซ่อนอยู่ในร่างกาย พร้อมทั้งคอยรอเวลาว่าเมื่อใดที่ร่างกายของเราอ่อนเพลีย หรือมีภูมิคุ้มกันโรคลดต่ำลง เชื้อไวรัสชนิดนี้จะฉวยโอกาสออกมาเพิ่มจำนวนอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เกิดเป็นงูสวัดได้ โดยมันก็จะขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนมากขึ้นไปตามแนวของเส้นประสาทที่มันไปซ่อนตัวอยู่ นี่จึงเป็นเหตุที่ทำให้อาการของโรคจะเกิดเฉพาะในแนวเส้นประสาท และแสดงออกทางผิวหนัง ทำให้ดูคล้ายงูรัดหรืองูเลื้อย
อย่างที่บอกว่างูสวัดคือโรคที่ฉวยโอกาส จึงมักเกิดกับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง หรือผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ เช่น ผู้สูงอายุ หญิงให้นมบุตร เป็นต้น หรือผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยเอดส์ และผู้ป่วยมะเร็ง นอกจากนี้ยังพบในผู้ป่วยที่ใช้ยาเสตียรอยด์ คนไข้เหล่านี้จึงมีแนวโน้มที่จะเกิดโรคงูสวัดสูงกว่าผู้อื่นด้วย
แนวเส้นประสาทผิวหนังที่พบบ่อยได้แก่
- บริเวณเอว ก้นกบ
- ใบหน้า
- ต้นขา
อาการงูสวัดที่พบบ่อย
- ก่อนที่จะมีตุ่มน้ำใส ๆ ขึ้นในช่วง 1-3 วันแรก ผู้ป่วยมักมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือ ปวดเสียวๆ แสบหรือร้อน บริเวณผิวหนังคล้ายถูกไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก มีคนไข้จำนวนไม่น้อยที่ไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อด้วยอาการดังกล่าว ก่อนที่จะถูกส่งต่อมายังแพทย์ผิวหนัง ในบางรายอาจมีอาการเป็นไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย
- ผื่นแดงขึ้นในแนวเส้นประสาทให้เห็น จากนั้นจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสๆ โดยทยอยขึ้นใน 4 วันแรก และเรียงตัวตามแนวผิวหนังที่เลี้ยงโดยเส้นประสาทที่อักเสบ
- จากนั้นตุ่มน้ำใสจะค่อยๆแห้งแล้วตกสะเก็ดภายใน 1-2 อาทิตย์ อาการปวดจะทุเลาลง พร้อมกับสะเก็ดก็จะค่อยๆหลุดไป
- ในผู้สูงอายุหรือ ในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจมีอาการรุนแรงและยาวนานกว่าบุคคลทั่วไป
เทียบเคียงอาการ “ฝีดาษวานร” กับไข้ทรพิษ เริม อีสุกอีใส และงูสวัด
ถ้างูสวัดพันรอบตัว จะทำให้เสียชีวิต?
เป็นเพียงความเชื่อที่ ไม่จริง โดยปกติแล้วงูสวัดจะเกิดขึ้นเพียงด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย ยกเว้นกลุ่มคนไข้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ที่อาจเกิดได้มากกว่าหนึ่งจุดของแนวเส้นประสาท มีอาการรุนแรง และเป็นอยู่นานกว่าคนไข้งูสวัดทั่วไป ไปจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ผู้ป่วยทั่วไปที่เป็นงูสวัดมักจะหายได้เอง เพราะภูมิคุ้มกันของร่างกายเมื่อพบว่าไวรัสมารุกราน ก็จะเริ่มกระบวนการทำงานและจัดการกับเชื้อไวรัสได้ในที่สุด จึงไม่เคยพบงูสวัดชนิดที่เป็น 2 ด้าน หรือพันรอบเอว
อย่างไรก็ตามผู้ที่เคยเป็นงูสวัดมาก่อนมักไม่เป็นซ้ำอีก เว้นแต่ ร่างกายอ่อนแอโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำก็มีโอกาสเป็นซ้ำได้ จะไม่เหมือนกับการที่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อนที่สามารถกลายเป็นงูสวัดได้ภายหลัง ฉะนั้นควรดูแลตัวเองให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงสม่ำเสมอ ด้วยการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ภูมิต้านทานแข็งแรงสู้กับไวรัสต่างๆได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ สสส.
ภาพจาก : shutterstock
พฤติกรรมเสี่ยง “โรคงูสวัด” ในวัยทำงาน วิธีรักษาให้เหลือแผลเป็นน้อยที่สุด!
ป่วยอีสุกอีใสมาก่อนต้องระวังงูสวัด เผยอาการแทรกซ้อนอันตราย!