อาการคันน้องสาวจุดซ่อนเร้นที่ผู้หญิงไม่ควรละเลย แก้ปัญหาให้ตรงจุด!
อาการคันของคุณผู้หญิงเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม สัญญาณพฤติกรรมความเครียดและการติดเชื้อราที่ควรรับการรักษาให้หายขาด
คุณผู้หญิงส่วนใหญ่มักทราบถึงสาเหตุของ "อาการคัน" ที่เกิดขึ้นบริเวณจุดซ่อนเร้นหรืออวัยวะเพศ แถมหลายคนยังคิดว่าเป็นเรื่องธรรมชาติหรือเป็นปกติที่จะต้องมีอาการคันบ้าง ไม่ใช่เรื่องใหญ่ จึงปล่อยไว้ให้หายเองหรือเป็นซ้ำๆ แต่ความเป็นจริงแล้วการปล่อยไว้ไม่ใช่เรื่องดีเป็นสัญญาณบางอย่างที่ควรเลิกทำพฤติกรรมหรือควรพบแพทย์!
สาเหตุอาการคันในบริเวณจุดซ่อนเร้น
- การโกนขนบริเวณจุดซ่อนเร้น
การโกนขนบริเวณจุดซ่อนเร้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการคันได้
โดยมักเกิดอาการคันเมื่อขนเริ่มงอกใหม่ แนะนำว่าลองปรับเปลี่ยนวิธีการกำจัดขนหันมาใช้การตัด เล็ม หรือการแวกซ์ขนแทน
- การใช้สารเคมี หรือแพ้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่างๆ
สารเคมีบางชนิดที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอาจทำให้เกิดการระคายเคือง ไม่ว่าจะจากสบู่ ครีมอาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม ดังนั้น หากสงสัยควรลองเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ใช้และดูว่ายังคันอยู่หรือไม่
- การติดเชื้อรา
การติดเชื้อราบริเวณอวัยวะเพศโดยเฉพาะภายในเป็นสิ่งที่พบได้บ่อย ส่งผลให้เกิดอาการคัน แสบร้อน ไปจนถึงอาจมีตกขาวเป็นก้อนไหลออกมา ซึ่งควรได้รับการรักษาอย่างตรงจุด
- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
พบได้มากในผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันด้วยการใช้ถุงยางอนามัย ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม หูด หรือเริม ซึ่งก็จะมีอาการคันร่วมด้วย
- ความเครียด
แม้จะพบไม่บ่อย แต่ก็ส่งผลให้เกิดอาการคันหรือระคายเคืองบริเวณช่องคลอดได้ เนื่องจากความเครียดจะทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เมื่อร่างกายอ่อนแอก็ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย รวมถึงเกิดอาการคันได้ง่ายกว่าการมีร่างกายที่แข็งแรง
5 ช่วงวัยผู้หญิง ควรให้ความสำคัญอะไร? โรคไหนที่ควรระวัง?
วิธีป้องกันหรือหลีกเลี่ยงอาการคันบริเวณจุดซ่อนเร้นในผู้หญิง
- เลี่ยงการใส่เสื้อผ้าและชุดชั้นในที่รัดแน่นจนเกินไป
- ไม่ควรเกาแรงๆผิวหนังบริเวณจุดซ่อนเร้น เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองรุนแรงหรือติดเชื้อได้
- เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 4-5 ชั่วโมง ในช่วงมีประจำเดือน
- เลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่ส่งผลให้เกิดอาการคัน หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด
- หากเกิดอาการคันแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าอาการคันจะดีขึ้นหรือหายไป
- ทำความสะอาดอวัยวะเพศจากทางด้านหน้าไปหลังให้สะอาดเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย
- ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น
หากอาการคันบริเวณจุดซ่อนเร้น แก้ยังไงก็แก้ไม่หายกลับเพิ่มความรุนแรงขึ้นก็ไม่ควรปล่อยไว้ แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจและวินิจฉัยโรค เพื่อการรักษาอย่างทันท่วงทีและตรงจุด นอกจากนี้ ผู้หญิงทุกคนยังควรเข้ารับการตรวจภายในเป็นประจำทุกปี หรือตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันการลุกลามของโรค
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล
6 สาเหตุ “น้องสาวมีกลิ่น” แก้ไขให้สมดุลบอกลาปัญหาหนักใจตัวแม่
9 สูตรธรรมชาติ “ลดกลิ่นน้องสาว” พร้อมเทคนิคดูแลสุขอนามัยคุณผู้หญิง