เทคนิคป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหารและวิธีสังเกตปวดแสบท้องแบบไหนควรระวัง!
มะเร็งกระเพาะอาหารเป็นอีกหนึ่งชนิดที่พบในคนไทยเป็นจำนวนมาก เพราะมีปัจจัยหลักเกิดจากการกิน เช็กวิธีการป้องกันและสังเกตโรค!
มะเร็งกระเพาะอาหาร (Gastric cancer) เกิดจากการที่เซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหารมีการแบ่งจำนวนมากขึ้นอย่างผิดปกติ ทำให้เกิดเป็นมะเร็งขึ้นมา จนแพร่กระจายไปสู่อวัยวะข้างเคียง โดยสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกบริเวณของกระเพาะอาหาร
ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร
ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารที่แน่ชัด แต่มีหลายปัจจัยที่พบว่าสามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคได้
- การติดเชื้อ Helicobacter pylori เป็นเชื้อที่ทำให้เกิดการอักเสบ และแผลในกระเพาะอาหารได้ การติดเชื้อชนิดนี้ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิด โรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้มากขึ้น
- อาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทหมักดอง ตากเค็ม รมควันเพิ่มความเสี่ยงของโรค ได้มากขึ้น
- การอักเสบของกระเพาะอาหารเรื้อรัง
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
- มีบุคคลในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
- การมีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน
อาการของมะเร็งกระเพาะอาหาร
ชระยะแรกของอาจไม่มีอาการแสดง กว่าจะรู้ตัวก็เกิดอาการรุนแรงและลุกลามไปตามอวัยวะใกล้เคียง โดยระยะแรกมะเร็งกระเพาะอาหาร มักมาด้วยอาการไม่เฉพาะเจาะจง เช่น ปวดท้องคล้ายโรคกระเพาะอาหารอักเสบ แต่เมื่อเป็นมากขึ้น มักมีอาการเพิ่มเติม เช่น มีเลือดหรือถ่ายสีดำปนในอุจจาระ อาเจียน หรืออาเจียนเป็นเลือด อ่อนเพลีย และน้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
ปัจจุบันทางสมาคมหน่วยโรคทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย แนะนำให้ผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องส่วนบนร่วมกับข้อบ่งชี้ต่อไปนี้ส่องกล้องกระเพาะอาหาร คือ
- ปวดแสบท้องครั้งแรกตอนอายุมากกว่า 50 ปี
- อาการน้ำหนักลด มีถ่ายปนเลือดหรือถ่ายดำ
- ปวดแสบท้องที่รักษาไม่ดีขึ้นด้วยการใช้ยา
- ปวดแสบท้องและมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
มะเร็งกระเพาะอาหาร ตัวการและระยะของมะเร็ง-กรุ๊ปเลือดไหนเสี่ยงที่สุด?
วิธีการป้องกันและลดการเสี่ยง ต่อการเกิดโรคมะเร็ง
- รับประทานผักตระกูลกะหล่ำให้มาก เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักคะน้า หัวผักกาด บรอคโคลี่รวมทั้งอาหารที่มีกากมากเช่น ผัก ผลไม้ ข้าว ข้าวโพด และเมล็ดธัญพืชอื่นๆเพื่อป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้ส่วนปลาย กระเพาะอาหาร และอวัยวะระบบทางเดินหายใจ
- ควบคุมน้ำหนักตัว โรคอ้วนมีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็งมดลูก ถุงน้ำดี เต้านม และลำไส้ใหญ่ การออก กำลังกายและการลดรับประทานอาหารที่ให้ พลังงานสูง จะช่วยป้องกันมะเร็ง เหล่านี้ได้
- ไม่รับประทานอาหารที่มีราขึ้นอาหารที่มีราขึ้นโดย เฉพาะสีเขียว-เหลือง จะมีสารอัลฟาทอกซินปนเปื้อนซึ่งอาจเป็น สาเหตุของโรคมะเร็งตับ
- ลดอาหารไขมัน อาหารไขมันสูงจะทำให้ เสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งเต้านม ลำไส้ใหญ่และต่อมลูกหมาก
- ลดอาหารดองเค็ม อาหารปิ้ง-ย่าง รมควัน และอาหารที่ถนอมด้วยเกลือไนเตรท- ไนไตร์ทอาหารเหล่านี้ จะทำให้เสี่ยงต่อ มะเร็ง หลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่
- ไม่รับประทานอาหารสุกๆ ดิบ ๆ เช่น ก้อยปลา ปลาจ่อม ฯลฯจะทำให้เป็นโรคพยาธิ ใบไม้ตับ และเสี่ยง ต่อการเป็นมะเร็งของท่อน้ำดีในตับ
- หยุดหรือลดการสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งปอด กล่องเสียง ฯลฯ การเคี้ยว ยาสูบจะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งช่องปาก และช่องคอ
- ลดการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเป็นปัจจัยหลักในการเกิดมะเร็งตับ ถ้าทั้งดื่มและสูบบุหรี่จะเสี่ยงต่อการ เป็นมะเร็งช่องปาก ช่องคอ กล่องเสียง และหลอดอาหาร
ทั้งนี้มะเร็งกระเพาะอาหารสามารถตรวจเจอได้โดยหลายวิธี แต่การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน(Gastroscopy) ซึ่งคือการสอดกล้องเข้าทางปาก ผ่านหลอดอาหาร สู่กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น เพื่อหาบริเวณที่ผิดปกติ ตรวจดูรูปร่างเนื้องอก ขนาด ตำแหน่ง รอยโรค และตัดชิ้นเนื้อบริเวณที่สงสัยไปตรวจหาเซลล์มะเร็ง พบว่าวิธีนี้มีความถูกต้องแม่นยำสูงที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช และ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
“มะเร็งกระเพาอาหาร”อาการคล้ายกระเพาะอักเสบ วิธีวินิจฉัย-รักษารู้ทันโรค!
กลุ่มโรคNCDs ตรวจสุขภาพป้องกันได้ เตือน!ค่าปริ่มเพดานยิ่งต้องระวัง!