มะเร็งไขกระดูกมัยอิโลมา แตกต่างจาก มะเร็งกระดูกอย่างไร ?
มะเร็งกระดูกมัยอิโลมา คืออะไร? ทำไมถึงอันตราย! เสี่ยงกระดูกพรุน ระดับแคลเซียมในร่างกายสูงจนเกิดอันตรายได้!
มะเร็งไขกระดูกมัยอิโลมา (Multiple Myeloma) เป็นมะเร็งเม็ดเลือดพลาสมาเซลล์ (Plasma Cell) มักพบในผู้สูงอายุ โดยอายุเฉลี่ยเมื่อวินิจฉัยประมาณ 60 – 70 ปี พบน้อยในผู้ป่วยที่อายุต่ำกว่า 40 ปี ซึ่งไม่เหมือนและแตกต่างจากมะเร็งกระดูกที่เกิดจากการลุกลามของมะเร็งอวัยวะอื่น หรือมะเร็งกระดูกที่เกิดจากเซลล์กระดูกโดยตรง ฉะนั้นไม่ควรสับสนเพื่อให้ได้การวินิจฉัยโรคที่แม่นยำและรับการรักษาที่รวดเร็วตรวจจุด
หน้าที่หลักของพลาสมาเซลล์ คือ สร้างแอนติบอดีหรืออิมมูโนโกลบูลิน (Immunoglobulin) หลายชนิด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค ปกติร่างกายจะมีจำนวนพลาสมาเซลล์ในไขกระดูกประมาณ 2 – 3 % หากมีความผิดปกติของการสร้างพลาสมาเซลล์จนเกิดเป็นโรค จะพบจำนวนพลาสมาเซลล์เพิ่มขึ้นในไขกระดูกเกิน 10% ร่วมกับความบกพร่องในการสร้างอิมมูโนโกลบูลินชนิดต่าง ๆ จนทำให้เกิดการสร้างโปรตีนบางชนิดในเลือดที่มากผิดปกติ ซึ่งเรียกว่า เอ็มโปรตีน (M Protein – Monoclonal Protein) โปรตีนดังกล่าวสามารถทำอันตรายต่ออวัยวะอื่น ๆ ของร่างกายได้ เช่น
- กระดูกพรุน
- ปวดกระดูก
- เสี่ยงต่อภาวะกระดูกหัก
- ไตวาย
- ระดับแคลเซียมในร่างกายสูงจนเกิดอันตรายได้
- อาจพบก้อนมะเร็งภายนอกไขกระดูกได้ เรียกว่า พลาสมาไซโตมา (Plasmacytoma) โดยตำแหน่งที่พบบ่อย คือ กระดูกสันหลัง กระดูกสันอก ซี่โครง
อาการมะเร็งไขกระดูกมัยอิโลมา
- ซีด อ่อนเพลีย
- เลือดออกผิดปกติ
- ปวดกระดูก
- โลหิตจางเรื้อรัง
- กระดูกหักโดยไม่มีสาเหตุที่เหมาะสม
- อาการของแคลเซียมในเลือดสูง ได้แก่ ซึม สับสน ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย ฯลฯ
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
วิธีออกกำลังกายเพิ่มมวลกระดูก ลดภาวะกระดูกพรุนเพิ่มความแข็งแรงของหัวใจ
การบำบัดรักษา
- ให้ยาเคมีบำบัด โดยจะพิจารณาขึ้นกับอายุและสภาพร่างกายของผู้ป่วยเป็นหลัก
- ยาชนิดใหม่ (Novel Therapy) ที่รักษาโรคมะเร็งไขกระดูกมัยอิโลมาในปัจจุบันให้การตอบสนองดีมากเมื่อเทียบกับยาเคมีแบบเก่า ยาชนิดใหม่ที่ใช้บ่อยได้แก่ ยากลุ่ม Proteasome Inhibitor และ Immunomodulator
- การใช้ยารักษาในปัจจุบันรวมไปถึงการใช้ยาเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรค (Maintenance) หลังจากที่โรคเข้าสู่ภาวะโรคสงบแล้ว พบว่าทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตยืนยาวขึ้น
- การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากตัวเอง (Autologous Stem Cell Transplantation) หลังจากให้ยาเคมีบำบัด จะพิจารณาในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปีที่มีสภาพร่างกายพร้อมและไม่มีโรคประจำตัวอื่นร้ายแรง อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 65 ปีที่สภาพร่างกายพร้อม แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมเป็นราย ๆ ไป
- การฉายแสง ในกรณีที่ก้อนพลาสมาไซโตมา (Plasmacytoma) ใหญ่ไปเบียดกดอวัยวะอื่น ๆ หรือมีอาการปวดรุนแรงจากกระดูกหัก
- การให้ยาเพิ่มความแข็งแรงกระดูก ซึ่งเป็นยาในกลุ่มบิสฟอสฟาเนท (Bisphosphanate) เพื่อป้องกันการทำลายเพิ่มเติมของกระดูกจากตัวมะเร็ง
- การฉีดซีเมนต์หรือใช้บอลลูนถ่างเพื่อค้ำยันกระดูกสันหลังที่หัก (Kyphoplasty or Vertebroplasty) เพื่อลดอาการปวดจากกระดูกสันหลังที่หัก
ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาใดที่ทำให้โรคมะเร็งไขกระดูกมัยอิโลมาหายขาดได้ แต่ถือเป็นโรคที่รักษาได้และพบว่าผู้ป่วยมีชีวิตยืนยาวขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ
10 อาหารเพิ่มแคลเซียมชะลอกระดูกพรุน ดูแลตัวเองไม่ต้องรอให้สูงอายุก่อน!
วิจัยพบ! นั่งติดเก้าอี้เพิ่มเสี่ยงมะเร็ง กินอะไรบูสต์ร่างกายจากการทำงานหนัก