วิจัยพบ 70 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ จุดเริ่มต้นจากติ่งเนื้อ!
“ติ่งเนื้อ” หลายคนคงนึกถึงส่วนเกินที่ไม่มีอันตรายใดๆ แต่หากติ่งเนื้อนี้เกิดขึ้นภายในร่างกายอย่างลำไส้ใหญ่ ที่ไม่มีอาการเตือนหากปล่อยไว้พัฒนากลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ เผยวิธีการตรวจที่ไม่ควรมองข้าม!
ติ่งเนื้อเยื่อยื่นออกมาจากผนังลำไส้ เรียกว่า Polyp เกิดจากการเจริญเติบโตของก้อนเนื้อที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนังลำไส้ใหญ่ โดยก้อนเนื้อจะถูกกระตุ้นด้วยสารพิษที่อยู่ในอาหารโดยเฉพาะอาหารมัน ซึ่งมักจะเป็นผลมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไปเป็นเวลานานหลายปี ประกอบกับมีความผิดปกติที่ยีน หรือสารพันธุกรรมจนเกิดการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้ใหญ่ ทำให้เกิดเป็นเนื้องอกเล็กๆ ขึ้น แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดมีก้าน (Pedunculated type) และชนิดไม่มีก้าน (Sessile type)
ทางการแพทย์ระบุไว้ว่า ยิ่งมีขนาดใหญ่โอกาสเป็นมะเร็งก็มีสูงขึ้น โดยติ่งเนื้อชนิดมีก้านขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร จะใช้เวลาประมาณ 10 ปี ก่อนที่จะพัฒนากลายเป็นมะเร็ง ดังนั้นถ้าสามารถตรวจพบติ่งเนื้อก่อนตั้งแต่ขนาดเล็ก และตัดออกให้หมดก็จะสามารถตัดวงจรการกลายเป็นมะเร็งได้
จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าประมาณ 70 % ของโรคมะเร็งลำไส้เกิดจากติ่งเนื้อขนาดเล็ก (polyp) ที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อจนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด การศึกษาของประเทศไทยเองพบว่าโอกาสตรวจพบติ่งเนื้อในประชากรที่มารับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ30 โดยมากขึ้นตามอายุ ส่วนปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่มีรายงานไว้ได้แก่ ผู้มีประวัติติ่งเนื้อในลำไส้หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว (โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคตั้งแต่อายุน้อยกว่า 50 ปี) โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง การรับประทานอาหารที่มีกากใยต่ำ เป็นต้น
ตรวจหาติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่
เนื่องจากอาการของติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ โดยทั่วไปมักไม่มีอาการแสดง การตรวจหาจึงสามารถทำได้โดย
- การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เป็นการส่องกล้องทางทวารหนัก เพื่อดูความผิดปกติภายในลำไส้ใหญ่ หากพบติ่งเนื้อที่น่าสงสัยก็สามารถตัดติ่งเนื้อออกมาเพื่อตรวจผลทางพยาธิวิทยาได้ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในการตรวจหาติ่งเนื้อ
- การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Colonography) เป็นการตรวจที่เหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่มีประวัติใดๆ แต่มีความต้องการที่จะตรวจคัดกรองโรค โดยการตรวจด้วยวิธีนี้จะเห็นทั้งภายในและภายนอกลำไส้ รวมทั้งอวัยวะในช่องท้องทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องส่องกล้องผ่านทางทวารหนัก แต่จะใช้การเป่าลมเข้าไปทางทวารหนักแทน
อาการนำมะเร็งลำไส้! อายุไม่ถึง 50 ก็เป็นได้ ย้ำอย่าปล่อยให้ท้องผูกนาน!
การเตรียมตัวก่อนส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่
- ผู้ป่วยจะต้องรับประทานยาระบายชนิดพิเศษ
- ปรับชนิดของอาหาร โดยแนะนำให้รับประทานอาหารประเภทเหลวใส
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทผัก หรือผลไม้ อย่างน้อย 1 วัน เพื่อช่วยล้างลำไส้ให้สะอาด และเพิ่มความแม่นยำในการตรวจ
ใครควรตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
- ชายและหญิงที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปีแต่มีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญได้แก่
- ประวัติโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว
- ประวัติโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
- ประวัติโรคมะเร็งหลายชนิดร่วมกันในครอบครัว
ดังนั้นการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ดีที่สุด คือ การตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นประจำสม่ำเสมอ ด้วยวิธีการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ หรือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง รวมถึงการควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหารชนิดต่างๆ เพื่อให้ร่างกายเกิดความสมดุลและปลอดภัยจากโรคร้าย
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ และ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
กินดึก เอ็นจอยปิ้งย่างแทบทุกวัน! เพิ่มความเสี่ยงป่วยมะเร็งทางเดินอาหาร