ออกกำลังกายตอนเช้าหรือตอนเย็น ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานมากกว่า!
หลายคนสงสัยว่า คนเราควรออกกำลังกายเวลาไหนดีกว่ากัน หากออกให้ถูกวิธี จะช่วยเพิ่มต้านทานได้มากกว่า กลับกันหากหักโหมมากไปอาจส่งผลต่อชีวิตได้!
คนส่วนใหญ่มักคิดว่าตอนเช้าอากาศสดชื่นแถมมีแรงมากกว่าเพราะได้นอนพักมาทั้งคืน แต่การตื่นนอนในช่วงเช้าร่างกายเราไม่มีพลังงานให้กล้ามเนื้อแขนและขา หรือ นอนไม่เต็มอิ่มมากพอ อาจทำให้เกิดผลเสียกับร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว
อาการของการออกกำลังกาย หากไม่ได้ทานอาหารในช่วงเช้า
-
หน้ามืด เป็นลม
-
กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน อันตรายถึงชีวิต
เพราะฉะนั้นแนะนำว่าควรกินอาหารก่อนออกกำลังกาย 2 ชั่วโมง อาจเลือกเป็นรองท้องด้วย แชนวิส โอวันติน
ซึ่งใช้วลาย่อยประมาณ 30-60 นาทีเพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารและพลังงานไปยังอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งพลังงานเพียงพอต่อการออกกำลังกายแบบเบา ๆ เช่น เดิน แต่ไม่ใช่วิ่ง หรือเต้นแอโรบิก
การออกกำลังกายแบบแอโรบิกต่อเนื่องนานกว่า 1.5 ชั่วโมง จะทำให้ตับทำงานหนักกินไป ซึ่งมีผลทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง
การออกกำลังกายในช่วงเย็น
เช่นเดียวกับตอนเช้าที่ควรกินอาหารเย็นก่อน 2 ชั่วโมง จึงเหมาะสมที่จะออกกำลังกายต่อเนื่องได้ และจะทำให้สารอาหารถูกใช้เป็นพลังงานจนเหลือสารอาหารน้อยที่สุด ทำให้เวลานอนหลับ จะมีไขมันพอกที่หลอดเลือดหรือเพิ่มไขมันส่วนต่าง ๆ ของร่างกายน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายตอนเย็นจะทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายเพิ่มขึ้น
จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการออกกำลังกายมีผลต่อภูมิต้านทาน ของ แอนตรูว์ เคท พบว่าการออกกำลังกายปานกลาง ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายได้ แต่การนั่ง ๆ นอน ๆ หรือออกกำลังหนักมากเกินไปจะส่งผลให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง นอกจากนี้ยังพบว่าการออกกำลังกายปานกลางเป็นประจำยิ่งจะเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย
“เล่นกีฬา-ออกกำลังกาย” ทำไมต้องมีวันหยุด เช็กสัญญาณที่บ่งบอกให้พัก
อย่างไรก็ตามไม่ว่าการออกกำลังกายเวลาไหนก็ได้ขอแค่ทำพอเหมาะพอสมกินอาหารให้ถึงและพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรงสมดุลเพิ่มภูมิต้านทานโรคต่างๆได้ดี
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลจุฬาลงกรณณ์ สภากาชาดไทย
ออกกำลังกายให้พอดีไม่น้อยเกินไป เร่งการเผาผลาญสุขภาพแข็งแรงแบบถาวร
เทคนิคเริ่มต้นมือใหม่หัดออกกำลังกาย ปลุกไฟให้สุขภาพดีรับปีใหม่!