5 ท่ากายบริหารช่วยหัวใจ เพิ่มระบบเผาผลาญ ไม่จำเป็นต้องเหนื่อยจนไม่ไหว!
การออกกำลังกาย นอกจากจะทำให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานเป็นระบบแล้ว ยังมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้หัวใจแข็งแรง ที่สำคัญอยู่ที่เลือกกายบริหารให้เหมาะสมและเวลาที่พอเหมาะ ช่วยเพิ่มความฟิตให้กับหัวใจได้
หนึ่งในสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจนั้นมาจากความผิดปกติของระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ที่ส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ซึ่งจะส่งผลต่อไปยังระบบการไหลเวียนโลหิตในร่างกายที่มีหัวใจเป็นแกนสำคัญ ดังนั้นการออกกำลังกายจะช่วยให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ และยังเป็นการทำให้หัวใจแข็งแรงเพิ่มขึ้นด้วย
Magnific/EyeEm
กายบริหาร
5 ท่าบริหารช่วยหัวใจ
ท่ายกเข่าสูงอยู่กับที่
- เดินยกเท้าสูงอยู่กับที่
- ทำประมาณ 5 – 10 นาที
ท่าแกว่งแขน
- ย่ำเท้าอยู่กับที่โดยยกขาให้สูงขึ้น
- ทำร่วมกับแกว่งแขนสลับข้างตอนเดิน
- ทำประมาณ 5 – 10 นาที
ท่าเดินเร็ว
- เดินเร็ว ๆ ก้าวเท้าถี่ ๆ แกว่งแขนแรง ๆ
- เดิน 5 – 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- เดินสัปดาห์ละ 5 ชั่วโมงจะลดการเกิดโรคหัวใจ
ท่าซิตอัพ
- ออกกำลังโดยการลุกนั่ง (Sit – Up)
- นอนหงาย ชันเข่า ยกหัวไหล่ค้างไว้ 10 วินาที
- วางหัวไหล่ลง ทำวันละไม่ต่ำกว่า 150 ครั้ง
ท่ากระโดดตบ
- ยืนเท้าชิด มืออยู่ด้านข้างลำตัว
- กระโดดพร้อมแยกขาออกจากกัน
- ยกมือขึ้นตบเหนือศีรษะ
- กลับมาทำซ้ำ 20 ครั้งต่อ 1 เซ็ต
ทั้งนี้สามารถทำกายบริหาร 5 ท่าให้อยู่ภายในครึ่งชั่วโมงได้ สำหรับการออกกำลังกายที่เห็นผลกับหัวใจนั้น ควรออกกำลังให้ได้อย่างน้อยครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 ครั้ง ที่สำคัญควรออกกำลังกายติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ เพราะถ้าขาดการออกกำลังแล้วกลับมาออกใหม่ หัวใจจะทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม
9 ท่ากายบริหารแก้ภาวะข้อไหล่ติด ทำง่ายๆที่บ้านด้วยตนเอง
ออกกำลังให้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ทำงาน
- เลือกการออกกำลังกายที่ไม่หนักจนเกินไป เช่น การเดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเต้นแอโรบิก
- ออกกำลังกายต่อเนื่องประมาณ 20-30 นาที ไม่ควรออกนานจนเกินไป
- หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง
การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องหักโหม หรือออกให้เหนื่อย หอบจนเกินไป เพราะเพียงแค่เคลื่อนไหวร่างกาย ให้เลือดได้ไหลเวียบสูบฉีด ให้หัวใจได้เต้นแรงขึ้น เพื่อให้ปอดและหัวใจทำงานได้ทำงานบ้าง ลดปัจจัยเสี่ยงสำหรับการเกิดโรคหัวใจ และโรคอื่นๆ ได้แล้ว
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ และ โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4
ออกกำลังกายแล้ว “เจ็บต้องซ้ำ” ถึงจะหายเจ็บจริงหรือไม่?
3 เทรนด์ออกกำลังกายเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ เพิ่มผลลัพธ์ที่มากกว่า