วิธีป้องกันไม่ได้กลับเป็นโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ! ลดอัตราพิการ-เสียชีวิต
ปัจจัยอายุที่มากขึ้น นับเป็นความเสี่ยง โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งยังเป็นซ้ำได้ หากดูแลไม่ดี หรือคุมโรคประจำตัวไม่สงบ แนะวิธีป้องกันไม่ได้กลับมาเป็นโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ!
ปัจจุบันประชากรโลกมีอัตราส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ประเทศไทยก็เช่นกัน พบว่าประมาณ 1 ใน 4 ของประชากรมีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งจัดว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ แน่นอนโรคภัยไข้เจ็บป่วยโรคเรื้อรังย่อมมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นด้วยไปด้วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ของภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิต จากสถิติพบว่า ผู้ป่วยสโตรก 2 ใน 3 อาจจะเกิดความพิการไปตลอดชีวิต หากมาถึงโรงพยาบาลช้าเกินไป
ปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
- ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันไม่ได้ ได้แก่ อายุและเพศ การที่มีอายุมากขึ้น อวัยวะต่างๆ รวมถึงหลอดเลือดย่อมเสื่อมตามสภาพร่างกาย และพบว่าเพศชายมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าเพศหญิง
- ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้ ได้แก่ โรคอ้วนและขาดการออกกำลังกาย โรคประจำตัวที่ส่งผลกระทบต่อหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และไขมันในเลือดสูง บุหรี่ สารนิโคตินและคาร์บอนมอนอกไซด์ ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองมากขึ้น
สัญญาณเตือนที่ควรรีบมาพบแพทย์
- เวียนศีรษะหรือปวดศีรษะอย่างรุนแรง
- ความดันโลหิตสูงหรือรู้สึกเหนื่อยอย่างฉับพลัน
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชา
- ทรงตัวลำบาก
- เป็นอัมพาตครึ่งซีก บริเวณใบหน้า และแขนขา
- พูดลำบาก
- ความจำเสื่อมชั่วคราว
- มองเห็นภาพซ้อน
- ตาบอดข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง ชั่วครู่ชั่วคราวแล้วหายเป็นปกติได้เอง
ภาวะนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนก่อนเส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบตันได้ ดังนั้น หากพบว่ามีอาการเหล่านี้ต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที
เบาหวาน-ไขมันในเลือด ปัจจัยหลอดเลือดสมอง เสี่ยงพิการ-เสียชีวิตเฉียบพลัน!
การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
- กินอาหารที่มีประโยชน์จำพวกผักผลไม้ให้มากขึ้น และเน้นอาหารจำพวกเนื้อปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เนื่องจากโอเมก้า 3 ในปลาช่วยลดการอักเสบซ่อนเร้น และมีไขมันที่ดีต่อสุขภาพ
- ลดการกินอาหารไขมันสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน ไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์
- ลดการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มหรือมีโซเดียมสูง
- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งต้องดูแลทั้งด้านการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย รวมทั้งการใช้ยารักษาอย่างเหมาะสม
- ลดหรือจำกัดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ไม่ให้เกิน 1-2 ดื่มมาตรฐาน/วัน และเลิกสูบบุหรี่ อย่างเด็ดขาด
- ดูแลสุขภาพอนามัย และฟื้นฟูร่างกาย โดยการทำกายภาพบำบัด ทั้งนี้หากการไปโรงพยาบาลเป็นเรื่องยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูง อาจปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ด้วยเทคโนโลยีสื่อสาร หรือ Stroke TeleCare
การรักษาโรคหลอดหลอดเลือดสมองที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดโรค ซึ่งการป้องกันไม่ให้เกิดโรคคือการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ลงให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในกรณีผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง การดูแลไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงฟื้นฟูภาวะอัมพฤกษ์อัมพาต ถือเป็นสิ่งสำคัญ
การดูแลผู้ป่วยเรื้อรังที่ดูแลตัวเองไม่ได้นั้น ต้องอาศัยการร่วมมือกันระหว่างสถานพยาบาลและครอบครัว การดูแลที่ดีจะลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อน ความพิการและการเสียชีวิต แต่จะเพิ่มค่าใช้จ่ายให้ผู้ป่วยและครอบครัว การดูแลผู้ป่วยในสถานพยาบาลมีความพร้อมและประสิทธิภาพดีกว่าการดูแลที่บ้าน แต่การดูแลผู้ป่วยที่บ้านสะดวกและประหยัดมากกว่า
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
วิธีรักษาโรคหลอดเลือดสมองตามระยะ เมื่อไหร่ที่ควรรับยาละลายลิ่มเลือด?
กินของหวานก่อนนอน เสี่ยงแก่เร็ว ฝันร้าย บั่นทอนสุขภาพ!