ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่มาแล้วทำไมยังป่วย? แพทย์เผยวัคซีนป้องกันได้แค่ไหน?
ไข้หวัดใหญ่ โรคยอดฮิตที่ระบาดหนักในวงกว้างและถูกรณรงค์ให้ฉีดวัคซีนป้องกันเป็นประจำทุกปี เผยทำไมฉีดแล้วยังป่วย ? สรุปแล้ววัคซีนป้องกันได้หรือไม่?
ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) โรคระบบทางเดินหายใจจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา โดยสายพันธุ์ที่พบมากมี 2 สายพันธุ์คือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (H1N1 และ H3N2) อันตรายสูง กลายพันธุ์ได้ ระบาดเป็นวงกว้าง และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B (Yamagata, Victoria) ที่ติดต่อง่าย แต่อาการไม่รุนแรงเท่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ซึ่งติดต่อกันได้ง่ายผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม น้ำมูก เสมหะ ในระยะประมาณ 1 – 2 เมตร โดยจะมีอาการปรากฏหลังจากติดเชื้อไปแล้วตั้งแต่ 1–4 วัน
Freepik/a3pfamily
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
อาการไข้หวัดใหญ่
เมื่อเป็นไข้หวัดใหญ่จะมีอาการไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คัดจมูก เจ็บคอ ไอ มีน้ำมูก ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษา ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ แต่หากอาการรุนแรง อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างปอดบวมและเสียชีวิตได้
ทำไมฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แล้วยังเป็นไข้หวัดใหญ่
ในแต่ละปีแม้จะฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ก็สามารถเป็นไข้หวัดใหญ่ได้เพราะวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค 70% – 90% เมื่อฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วจะสร้างภูมิคุ้มกันหลังจากฉีดภายใน 2 สัปดาห์ นอกจากช่วยป้องกันไข้หวัดใหญ่ ยังช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน แต่เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในแต่ละปีมีการเปลี่ยนสายพันธุ์ที่แตกต่างกันออกไป จึงจำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงวัยที่มีภูมิต้านทานค่อนข้างต่ำ
ไข้หวัดใหญ่ผู้สูงอายุ เสี่ยงหัวใจตีบกว่า 10 เท่า วิจัยพบวัคซีนลดการตายได้!
อย่างไรก็ตามยังแนะนำว่าให้ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพราะจะช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ทั้ง 4 สายพันธุ์ รวมถึงลดความรุนแรงของโรค การระบาดของโรค และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้คนทุกเพศทุกวัยฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี แม้จะเคยป่วยไข้หวัดใหญ่มาแล้วก็ตาม
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ
4 วิธีช่วยให้การนอนหลับเป็นเรื่องง่ายขึ้น เหตุผลทำไมต้องนอนก่อน 5 ทุ่ม